:: ดอกไม้เหล็ก แห่งชายแดนใต้ ‘ ผู้กองอุ้ย – พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์ ‘

ดอกไม้เหล็ก แห่งชายแดนใต้ ‘ ผู้กองอุ้ย – พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์ ‘

women >> Amazing Women>> ดอกไม้เหล็ก แห่งชายแดนใต้ ‘ ผู้กองอุ้ย – พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์ ‘

ดอกไม้เหล็ก แห่งชายแดนใต้ ” ผู้กองอุ้ย – พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์ “

หญิงสาวร่างเล็กบอบบาง นี่แหละตำรวจหญิงคนแรกที่ได้ทำหน้าที่ผู้บังคับกองร้อย คุมกำลัง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้กองอุ้ย - พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์

วันนี้เราขอหยิบยกเรื่องราวดอกไม้เหล็ก แห่งกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดน ภาคใต้  “ พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์ ” ว่าอะไรทำให้ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ตัดสินใจลงมาปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงอันตรายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่ คนบางคน ผู้ชายบางคนไม่กล้า แม้จะย่างกายเข้าไปเหยียบหรือเยี่มเยียน…

“ผู้กองอุ้ย –  พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์”  เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด บ้านอยู่ใกล้ท่าพระจันทร์ เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว มีพี่น้องอีก 2 คน แต่คุณตาซึ่งเป็นอดีตทหารรับเธอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม กว่าจะเดินทางมาเส้นทางอาชีพ ตชด. นั้น เธอไม่เคยมีความฝันจะเป็นตำรวจเลย แต่อยากเรียนวิทยาศาสตร์ทางทะเล เลยเลือกเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยบูรพา เรียนได้เพียง 1 ปี ด้วยความที่บอบบางเป็นโรคหอบหืดอย่างรุนแรงมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อก็เลยบังคับให้ลาออก  จากนั้นจึงเบนเข็มเข้าเรียนวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ สถาบันสมทบในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบออกมาเป็นพยาบาลตำรวจ พร้อมกับการศึกษาต่อคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโทบริหารงานยุติธรรม คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่จุดหักเหคือที่บ้าน ด้วยความที่เป็นเด็กดื้อ เกเร และบอบบาง ทำให้พ่อ-แม่ส่งมาให้อยู่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จนได้มารับใช้เบื้องยุคลบาทสมเด็จย่าและสมเด็จพระเทพฯ ถวายงานด้านตามเสด็จฯ เป็นหน่วยล่วงหน้าตรวจพื้นที่ ตรวจข้อมูลทำเป็นข้อมูลถวาย แล้วก็ถวายการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเธอตั้งใจกับงานตรงนี้มาก เพราะเห็นพระองค์ท่านเหนื่อยมากๆ อิดโรย ในถิ่นที่ทุรกันดาร ทรงงานเหนื่อยกว่าพวกเราเยอะ ท่านทุ่มเท แต่สิ่งที่เราทำให้พระองค์ท่านเป็นเพียงส่วนเดียว

 พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์

ผู้กองอุ้ย เป็นผู้บังคับกองร้อยผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย ที่เข้าประจำการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเธอสมัครใจลงไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 2546 แต่เมื่อปี 2547 ได้ย้ายขึ้นมารับตำแหน่ง ไปประจำการที่จังหวัดชุมพร แต่ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ควบคุมตำรวจตระเวนชายแดนที่ จ.ยะลา คุมตั้งแต่ 4 อำเภอใน จ.สงขลาและ 3จังหวัด โดยมีหน้าที่หลักคือดูแลสวัสดิการต่างๆ การเงิน การเคลื่อนย้ายกำลัง พวกอาวุธ ยุทโธปกร หรือพวกเครื่องจักรต่างๆ เช่น รถเกาะ การซ่อมอาวุธปืน กระสุนปืน พาหนะต่างๆที่ประจำอยู่ที่ศูนย์ก็ดูแลทั้งหมด เสมือนเป็นฝ่ายสนับสนุน นอกจากนั้นแล้วเธอก็ต้องลงปฏิบัติงานในพื้นที่จริงพร้อมกับครูฝึกด้วย

การตัดสินใจลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดตอนแรก ครอบครัวก็ยังไม่ทราบว่าเราลงไปปฏิบัติหน้าที่ บอกแม่เพียงว่าไปช่วยราชการตามนายอยู่ที่ จ. สงขลา มีหน้าที่ไปช่วย อยู่หน้าห้อง ไม่ได้ไปถือปืน แต่พอแม่มาเห็นแล้วก็ทำใจไม่ได้ร้องไห้ไป3-4 วัน แล้วก็ไม่คุยกับใครเลย จากนั้นแม่ก็เข้าใจและรับได้

ผู้กองอุ้ย - พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์

“การมาทำงานที่นี่ เราก็ไม่ได้หวาดกลัว หรือหวั่นใจอะไร เพราะ ถือว่าเป็นงานในหน้าที่ เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และรอบคอบ ระมัดระวังอยู่เสมอ”

ผู้กองอุ้ย มีลูกน้องใต้บังคับบัญชา 200 คน ซึ่งก็ทำให้เธอกดดันพอสมควร เพราะเธอทราบดีว่าในสภาวะผู้นำ เช่นนี้ ต้องมีอุปสรรค และงานหนักข้างหน้ารออยู่ ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กองอุ้ยนั้นช่วงแรกๆเจออุปสรรคเป็นเรื่องของกำลังใจของคนที่ขาดไป ทำให้ลูกน้องบางคนไปติดเหล้า เสียสุขภาพจิต แต่ก็สามารถฝ่าฟันไปได้ และคอยให้กำลังใจลูกน้องอยู่เสมอ จนเธอเป็นที่รักและได้รับการยอมรับจากลูกน้อง เมื่อถามว่าการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นั้นกลัวหรือไม่ ผู้กองอุ้ยตอบว่า “ลูกน้องอยู่ในพื้นที่ทุกวัน แต่เราไปแค่บางวัน ลูกน้องยังอยู่ได้เราก็ต้องอยู่ได้”

“ถามว่ากลัวไหม ที่ลงมาปฏิบัตงานในพื้นที่เสี่ยงแบบนี้ คือทุกคนก็คงจะกลัว แต่เราคิดว่าชีวิตหนึ่งเราต้องทำงานให้มีคุณค่าการมาปฏิบัติงานที่นี่ เราก็ไม่ได้หวาดกลัว หรือหวาดหวั่นอะไร เพราะถือว่าเป็นงานในหน้าที่ เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และรอบคอบที่สุด ระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ คิดไว้แล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นยังไงก็พร้อมที่จะเสี่ยงและรับมือกับมัน การทำงานที่นั้นก็ต้องเสี่ยงทุกคนอยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับการปฏิบัติว่าเรามีความรอบคอบในการปฏิบัติแค่ไหน แล้วก็การฝึก การเตรียมตัว นี่สำคัญมาก”

พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์

“เคยคิดเหมือนกันว่าชีวิตอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็ขอเพียงอย่างเดียวว่า หากจะเกิดอะไรก็ขออย่าให้ต้องเจ็บหนัก หากจะรอดชีวิตก็ขอให้รอดปลอดภัยไปเลย หรือถ้าไม่รอดก็ขอตายในหน้าที่ไปเลยดีกว่า…” ผู้กองหัวใจเหล็กกล่าว

ปกติการทำงานเราก็จะเซฟ ตัวเองตลอด ใส่ครื่องแบบเต็ม เนื่องจากเราไม่อยากให้เป็นภาระใคร ในเมื่อมีเสื้อเกาะเราก็ป้องกันตัวเองได้ชั้นหนึ่งในเมื่อทุกอย่างพร้อม มีอาวุธ เราก็ช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่ถ้าเข้าไปช่วยเหลือพบปะชาวบ้าน ก็จะมีอีกชุดหนึ่งไม่ได้ ใส่เต็มใขนาดนี้ ก็จะเป็นชุด “อิยาฟ” ใส่ผ้าคลุมผมไป เนื่องจากต้องแต่งเป็นมุสลิม แต่เราให้เกียรติ บางทีเป็นพิธีศาสนกิจ เขาก็จะขอให้ ผู้กองใส่ชุดอิยาฟมา เราก็ใส่ไปให้เกียรติเขา ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเพื้นที่เสี่ยงภัยอะไร ลูกน้องเรายังอยู่ได้เลย เราก็ต้องอยู่ให้ได้ แต่เราไม่ได้อยุ่พื้นที่นั้นทุกวัน แต่ลูกน้องอยู่ทุกวัน เค้าเสี่ยงกว่าเรา เราก็จะมองว่าเราเป็นผู้นำเราก็ต้องลงไปทุกที่ที่เขาอยู่

ส่วนอาวุธในการปฏิบัติงานก็จะมีอาวุธครบมือ เสื้อเกาะ แล้วก็มีการฝึกใช้ปืนทุกประเภท ปืนฉับพลัน ปืนสั้น ปืนลูกซอง ปืนเล็กยาว ฝึกการต่อสู้ในระยะประชิด การปราบจราจล การใช้แก๊ซน้ำตา ซึ่งมีการทบทวนการฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา เพื่อเหตุการณ์เผชิญหน้า หรือการต่อสู่ที่พร้อมเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งบางเหตุการณ์ ก็ต้องยอมรับว่า เราไม่ได้มีโอกาสได้สู้ อย่างเช่น เหตุการณ์กับดักระเบิด แต่ถ้าเหตุการณ์ไหนเรามีโอกาส ได้สู้ เราก็จะขอสู้ เพื่อประชาชนทุกคน

ระหว่างที่เราปฏิบัติงานอยู่ที่นั่น เคยมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ รู้สึกเสียใจ และยังคงจำได้แม่นยำ นั่นคือเหตุการณ์ที่ เราเข้าไปซ่อมแซมมัสยิด แล้วออกมาจากพื้นที่ได้ 4วัน จากนั้นก็มีภารกิจต่อที่ กทม. เราต้องกลับขึ้นมา แต่กลับได้รับข่าวร้ายว่าลูกน้องเสียชีวิต เพราะโดนกับดักระเบิด ที่อยู่ห่างออกมาจากมัสยิด ไม่กี่ 10 เมตร ซึ่งมันเป็นทางบังคับ ซึ่งถ้าเขากดระเบิดวันที่เราไปวันนั้น เราก็ตายไปแล้ว มันเป็นเหตุกาณ์ที่เรารู้สึกว่าเข้าใกล้ความตายมากที่สุดและรู้สึกเสียใจมากที่สุดที่เราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรลูกน้องเราได้เลย

พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์

“เราไม่ได้มองความตายเป็นแค่ความตายแล้วก็จบไป แต่มองว่าถ้ามีคนตายเราก็จะไปทำงานเค้าต่อ จะไปช่วยทำงานที่เค้ายังทำไม่เสร็จ”

การทำงานถึงแม้ว่ามันจะเสี่ยงแต่เราก็ไม่ได้เครียดทุกวัน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ เค้าก็มีความสุขดี ไม่ได้เครียด อย่างเจอลูกน้องบางคนที่กองพิสูจน์หลักฐานคนนึง โดนระเบิดจนเสียลูกตาไปข้างหนึ่ง เพราะโดน second bomb ตอนเข้าไปเก็บกู้วัตถุระเบิด จนตาบอด ซึ่งเขาก็บอกเราว่า “ทำทุกวันให้มีความสุข เพราะไม่รู้ว่าจะยังมีพรุ่งนี้อยู่ไหม” เชื่อไหมว่าจากที่เขาตาบอดไปข้างหนึ่ง แต่ก็ยังทำงาน ยังเก็บระเบิดอยู่ กำลังใจเขาดีมาก พอเราเห็นแบบนี้ แล้วจะไม่สู้ได้อย่างไร !

ผู้กองอุ้ย คือผู้หญิงแกร่ง หัวใจเหล็ก ที่ไมได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ผู้กองยังเคยได้รับเลือกจากองค์กรสหประชาชาติ (United Nation: UN) ให้ไปรบที่ประเทศติมอร์ ตะวันออกด้วย เมื่อปี 2553 ซึ่งเธอได้รับหน้าที่ตำรวจอารักขา บุคคลสำคัญ (บอดี้การ์ด) การปฏิบัติหน้าทีที่ประเทศ ติมอร์ ก็ประสบความสำเร็จ และผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  สิ่งทีทำให้เธออยากทำต่อไปนั้น สืบเนื่องจากผลจากการที่เธอได้ไปปฏิบัติงานที่ประเทศติมอร์ ซึ่งได้ประโยชน์และความรู้กลับมามากมาย ที่สำคัญคือการได้นำประสบการณ์ต่างๆมาสอนลูกน้อง เสมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์อีกทางหนึ่ง เพื่อให้ลูกทีมเค้าได้คิดอะไรที่มันกว้างขึ้น อนาคตผู้กองก็อยากฝึก ตชด. ให้มีคุณภาพ เท่าเทียยมกับ ตำรวจเพื่อนบ้าน  ทุกวันนี้ ผู้กองดอกไม้เหล็ก ยังได้รับเชิญไปบรรยายในโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างแรงจึงใจใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของผู้กองที่อยากช่วยคน สร้างคน สร้างแรงจูงใจ และแชร์ประสบการณ์และความรู้สึกที่ดีให้กับคนอื่นๆ  (ปัจจุบันผู้กองอุ้ย เดินทางไปรับราชการพิเศษให้กับองค์กรสหประชาชาติ ที่ประเทศเฮติ เป็นเวลา 2 ปี )

พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์

พวกเราเชื่อว่า คนไทยอีกหลายคน ยังคงระลึกในใจเสมอว่า ในยามที่ประชาชนต้องการการปกป้องคุ้มครอง ก็ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารอีกมากมาย หลายคน ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยใจที่เสียสละ และเกินร้อยอยู่เสมอ หวังก็แค่เพียง… ความสงบสุขจะกลับมาสู่พื้นที่ได้โดยเร็ววัน และเราเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่าการถ่ายทอดคำพูดที่ออกมาจากหัวใจ ของ ตชด.หญิงคนนี้ คงทำให้คนไทยอีกหลายคน คงอุ่นใจ และพร้อมเอาใจช่วยให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ต่อไป

“เรายังมองเห็นความสุขของผู้คน ในพื้นที่อยู่ค่ะ มันไม่ได้เป็นความรุนแรงที่ยากลำบาก ผู้คนอยากให้มันสงบ แล้วเราก็ได้เห็นว่าชุมชนก็พยายามช่วยเหลือ มากขึ้น ไม่ใช่รอ แต่เจ้าหน้าที่รัฐ เราเข้าไปช่วยเขาทำ มันก็จะเป็นจุดที่ใหญ่ขึ้น แล้วทุกอย่างมันก็จะสำเร็จไปด้วยกัน”

ดอกไม้เหล็ก แห่งชายแดนใต้  “พ.ต.ท. หญิง กฤตยา ประดิษฐพงษ์ “

เรียบเรียงโดย… Women Mthai Team 

ขอบคุณภาพประกอบจาก…facebook

facebook

julietta
เขียนโดย : julietta
เขียนเมื่อ : 14:13 น. 09 Dec 2013

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

งานแต่งสุดซึ้ง เจ้าสาวมะเร็ง ที่กัดฟันสู้เพื่อคนรักจนหายขาด! งานแต่งสุดซึ้ง เจ้าสาวมะเร็ง ที่กัดฟันสู้เพื่อคนรักจนหายขาด!

ถ้ารักคือพลังที่ต่อสู้กับทุกอย่างบนโลกนี้ มะเร็งก็ไม่ใช่ปัญหาของผู้หญิงคนนี้!

สวยเกิน! เพื่อนอิจฉา จุดเผาไฟให้เสียโฉม ศัลยกรรมกว่า 30 ครั้งจนสวย สวยเกิน! เพื่อนอิจฉา จุดเผาไฟให้เสียโฉม ศัลยกรรมกว่า 30 ครั้งจนสวย

เพื่อนสาวหึงหวงแฟนด้วยความอิจฉาที่เธอสวยกว่าจึงจุดไฟเผาทั้งเป็น แต่เธอก็ทำศัลยกรรมจนใบหน้ากลับมาสวยปิ๊ง

มหาเศรษฐีพันล้าน ที่อายุน้อยที่สุด เรียนไม่จบแต่รวย! มหาเศรษฐีพันล้าน ที่อายุน้อยที่สุด เรียนไม่จบแต่รวย!

เคยสงสัยมั๊ยว่าทำไมคนบางคนประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ที่สำคัญบางคนเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

ชวนดู ทอมหล่อเวียดนาม แต่ก่อน อย่างสวย! ชวนดู ทอมหล่อเวียดนาม แต่ก่อน อย่างสวย!

ถ้าอดีตของทอมจะดีขนาดนี้ อย่าเป็นทอมเลย สวยมากกกกกกก !

อย่างเหมือน!! ผู้หญิงแต่งหน้าเป็นผู้ชาย ลืมหน้าเดิมเลย! อย่างเหมือน!! ผู้หญิงแต่งหน้าเป็นผู้ชาย ลืมหน้าเดิมเลย!

makeuptransformation อีกแล้ว คราวนี้เป็นจากหญิงเป็นชายแมนๆได้ แค่แต่งหน้า!

อาภัสรา หงสกุล เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สวยปิ๊ง แบบ สาววัยทอง อาภัสรา หงสกุล เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สวยปิ๊ง แบบ สาววัยทอง

การที่คนเราจะสวยได้ ต้องมาจากการมีสุขภาพที่ดี ถ้าสุขภาพดีด้วยสวยด้วย เป็นส่วนหนึ่งที่เติมความสุขให้กับชีวิต

แสดงความคิดเห็น