:: หนูดี วนิษา เรซ…อัจฉริยะสร้างได้

หนูดี วนิษา เรซ…อัจฉริยะสร้างได้

women >> Celeb Style>> หนูดี วนิษา เรซ…อัจฉริยะสร้างได้



หนูดี วนิษา เรซ…อัจฉริยะสร้างได้

 

      หากยังไม่รู้จักหนังสือ อัจฉริยะสร้างได้ นั่นอาจเป็นเพราะคุณไม่มีเวลาเดินเข้าร้านหนังสือมาพักใหญ่ แต่ถ้าไม่รู้จัก หนูดี วนิษา เรช สาวสวยดีกรีปริญญาโทว่าด้วยเรื่องการพัฒนาศักยภาพของสมองจากรั้วฮาร์วาร์ดคนนี้ คงต้องถามตัวเองแล้วละว่า ไปหลงทางอยู่ที่ไหนมาหรือเปล่า?!

     ตอนนี้หนูดีกำลังจะมีหนังสือเล่มที่ 2 เป็นของตัวเอง สุดสัปดาห์เลยถือเป็นโอกาสดี ที่จะอัพเดทชีวิตในกระแสของเธอ มาฝากคุณผู้อ่าน


หนูดี วนิษา เรซ เซเลบริตี้


กระแส อัจฉริยะสร้างได้

     หลายคนยังไม่ค่อยทราบว่า จริงๆ แล้วหนังสืออัจฉริยะสร้างได้มี 2 เวอร์ชั่นค่ะ แบบแรกที่ลองเขียนเป็นงานโฮมเมดมากๆ จัดเป็นเวอร์ชั่นของคนที่ทำงานวิจัย ชี้แจงชัดเจนว่าสมองทำงานยังไง มีหลักการและเหตุผลเสร็จสรรพ หนูดีลองให้คุณครูที่โรงเรียนวนิษาอ่านก่อนใครๆ พออ่านจบ ทุกคนบอกเหมือนกันหมดว่า คุณหนูดีเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ เราจึงต้องอ่าน แต่เราไม่คิดจะจ่ายเงินซื้อหนังสือเล่มนี้แน่ๆ  หนูดีก็เลยเปลี่ยนใหม่ ลองจินตนาการจากในหัวว่าถ้ามีเพื่อนรักนั่งอยู่ตรงหน้า จะเล่าอะไรให้ฟังดี คิดแบบนี้แล้วก็พิมพ์ไปเรื่อยๆ สามอาทิตย์ก็เสร็จ ส่งให้บก.แล้วก็ออกมาเป็นเล่มอย่างที่เราเห็นกันค่ะ 

     ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นเพราะหนูดีจินตนาการไปไม่ถึง ว่าถ้าหนังสือขายดีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิต ก็เลยไม่ตื่นเต้น บวกกับบ้านหนูดีอยู่ชานเมือง นอนหัวค่ำ ไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์หรือไปเที่ยวไหน เลยไม่ค่อยทราบการเปลี่ยนแปลงรอบตัวสักเท่าไร

     จนวันหนึ่งไปวิ่งที่สวนลุมฯแล้วน้องผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาทัก บอกว่า พี่ทำให้ชีวิตหนูมีความหวังขึ้นมาก พูดๆ ไปเขาก็ร้องไห้ก่อน จากนั้นหนูดีก็ร้องตาม สักพักเรามองหน้ากันแล้วพูดเกือบพร้อมกันว่า ขอกอดหน่อยได้ไหม หนูดีภูมิใจมาก(ยิ้ม) ที่คนอ่านนำวิธีจากหนังสือไปใช้กับตัวเอง

     และเมื่อปีที่แล้ว หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล สื่อสร้างสรรค์สุขภาพจิต จากกระทรวงสาธารณสุข เพราะเหตุผลว่า คนอ่านแล้วรู้สึกมีความหวังกับชีวิต แปลกดีนะคะ เพราะหนูดีตั้งใจเขียนเรื่องสมองแท้ๆ


เรื่องของหนูดี ที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน

     ตอนอายุสามสี่ขวบหนูดีเอาแต่ใจตัวเองและซนมาก นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณแม่ต้องเปิดโรงเรียนให้ลูก เพราะถ้าไปเรียนกับคนอื่นคงถูกตีตายแน่ๆ คุณครูที่เคยสอนหนูดีตอนสมัยอนุบาล ยังบอกว่าไม่อยากเชื่อว่า หนูดีจะโตมาเป็นแบบนี้ได้หรือ เพื่อนๆ คุณแม่บางคนยังพูดกับท่านว่า เห็นหนูดีวันนี้แล้วพี่มีความหวังกับลูกพี่ขึ้นมาก เพราะขนาดหนูดียังทำได้ (หัวเราะ)

     เพราะตอนเด็กๆ หนูดีเลี้ยงยากจริงๆ ค่ะ ถ้าถูกครูดุ หนูดีจะบอกว่า จริงๆ คุณครูไม่น่าจะมีสิทธิ์ดุหนูดีเลยนะ เพราะคุณแม่หนูดีเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้คุณครู!

    
หรืออีกเรื่องที่ไม่ควรเล่า แต่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ก็น่าจะเล่าได้ คือพอสิบโมงเช้าถึงเวลากินนม คุณครูบอกให้เก็บสีเทียนนะคะได้เวลากินนมแล้ว เด็กคนอื่นก็ร้องเพลง ดื่มๆๆ เรามาดื่มๆ นมกันเถอะ แต่หนูดีโกรธมาก หักสีเทียนหมดเลย เพราะคิดว่าถ้าไม่ให้เล่นตอนนี้ ก็ไม่ต้องเล่นอีกเลยแล้วกัน คุณครูก็ต้องฟ้องคุณแม่อีกตามเคย ว่าทำไมหนูดีถึงเป็นเด็กแบบนี้

    หรือเวลาวิ่งซนจนขาตกลงไปในซอกไม้กระดานแผ่นใหญ่ๆ ที่ระเบียงหน้าบ้าน หนูดีรีบร้องให้คนช่วยใหญ่เลย แต่ด้วยความกลัวถูกดุ ก็แก้ตัวกับคุณแม่ว่า อยู่ดีๆ ลมก็พัดขาของหนูดีตกลงไปเองค่ะ!!






หนูดี วนิษา เรซ เซเลบริตี้


ภาพลักษณ์ของหนูดี

     หนูดีไม่เชื่อเรื่องของการสร้างภาพนะคะ เพราะทันทีที่สร้าง ก็จะต้องมีภาพที่สร้างกับภาพความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งแน่นอนย่อมมีช่องโหว่ แต่ส่วนใหญ่ประเด็นที่คนมาขอสัมภาษณ์ ก็คือเรื่องของงานเขียน อาจเป็นไปได้ที่จะถามไปถึงเรื่องส่วนตัว แต่หนูดีก็ไม่อยากเปิดเผย เพราะคุณแม่เคยขอไว้ว่า เราอยู่กันสามคน มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ไม่แน่ใจว่าเปิดเผยไปแล้วจะส่งผลร้ายกับเราไหม เนื่องจากมีช่วงหนึ่งคุณแม่ถึงกับต้องจ้างคนมาคอยตามหนูดีตลอดเวลา เพราะมีคนแอบมาถ่ายภาพตอนหนูดีอยู่ที่คอนโดกับน้องซึ่งเป็นเวลาส่วนตัวมากๆ

     นอกจากนี้หนูดีก็ไม่เคยกดดันว่าตัวเองจะต้องฉลาดอยู่ตลอดเวลา เพราะรู้สึกว่าไม่มีใครในโลกฉลาดได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ตัวหนูดีเองเป็นคนธรรมดา ถ้าฉลาดมากก็คงเรียนเก่งได้คะแนนดีมาตลอดชีวิต จนไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนอะไรที่ต้องมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับสมอง แต่เพราะการเรียนของหนูดีมันไม่ง่าย เคยสอบตก ร้องห่มร้องไห้ ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ พอหนูดีทำได้ จึงรู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นเด็กคนอื่นๆ ก็ย่อมสามารถทำได้เช่นกัน นั่นเป็นการจุดประกายว่า ต้องเขียนหนังสือเพื่อบอกเคล็ดลับแก่คนอื่นแล้วละ ว่าเราทำได้อย่างไร 
 
ถึงเวลาต้อง พักสมอง

     การวางแผนของหนูดี คือการเลือกแผนเที่ยวไว้ก่อน ตามมาด้วยแผนปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นจึงค่อยวางแผนทำงาน (หัวเราะ) อาจเพราะเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายหลายครั้ง ทั้งรถชน ทั้งคลื่นสึนามิ เลยไม่แน่ใจว่าจะได้อยู่เที่ยวตอนเกษียณหรือไม่ จึงต้องทำงาน ท่องเที่ยวและศึกษาปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กันตั้งแต่วันนี้

     หนูดีกับหนูหวาน(วโรณิกา เรช น้องสาว) สนิทกันมาก เราอายุห่างกันห้าปี แต่น้องหวานเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบสูงมาก ตอนไปเรียนอเมริกาเราก็เช่าห้องพักอยู่ด้วยกันสองคน คุณแม่จะโอนเงินให้น้องหวาน แล้วน้องค่อยให้เบี้ยเลี้ยงหนูดีเป็นรายวัน วันละยี่สิบหรือสามสิบเหรียญแล้วแต่เขาจะเห็นสมควร มีวันหนึ่งหนูดีได้มายี่สิบเหรียญ แล้วลืมไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ พอน้องหวานเอาเสื้อผ้าไปซักแล้วเห็นแบงค์ยี่สิบเปียกโชกในกระเป๋าก็โกรธมากบอกว่า ถ้าพี่หนูดีไม่รับผิดชอบขนาดนี้ หนูหวานจะตัดเบี้ยเลี้ยงอีกสิบเหรียญตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนะ!! ซึ่งแน่นอนว่า หนูดีต้องยอมตามระเบียบ เพราะสิ่งที่น้องพูดมีเหตุผล

     เราสองคนมีทริปที่ประทับใจมากๆ คือนั่งรถไฟตู้นอนไปเชียงใหม่ด้วยกัน พอได้ขึ้นรถไฟก็นั่งกินอาหารกล่องที่ซื้อเตรียมไว้ กินไปคุยกันไป ถึงเวลาเจ้าหน้าที่มาปูที่นอนให้ก็หลับ ตื่นเช้ามาถึงเชียงใหม่พอดี ก็เข้าไปเที่ยวในเมือง เช่าจักรยานปั่นไปเที่ยว ไปขี่ช้าง นอนโฮมสเตย์ริมแม่น้ำปิง อ่านหนังสือ ปิดมือถือไม่รับสายใดๆ ทั้งสิ้น อยู่ที่นั่นนานเป็นอาทิตย์แล้วค่อยเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ ทำอย่างนั้นอยู่สองปี พอปีที่สามน้องหวานก็บอกว่าไปเที่ยวที่อื่นกันบ้างเถอะ

     และด้วยความที่น้องสาวคนนี้ รู้จักหนูดีมากที่สุด ตอนที่หนูดีสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ เขาก็จะบอกว่า โอ้ พี่หนูดีเข้าฮาร์วาร์ด คราวนี้คนก็จะไม่รู้แล้วละว่า จริงๆ แล้วพี่หนูดีก็ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น(หัวเราะ)




หนูดี วนิษา เรซ เซเลบริตี้



หนูดีมีความรัก

     ความรักของหนูดีมีหลายประเด็น ไม่ได้คิดถึงเรื่องแฟนอย่างเดียวแน่ๆ นี่ไม่ได้พูดแบบดารานะคะเพราะหนูดีไม่ใช่ดารา แต่เป็นความรู้สึกจริงๆ จากการปฏิบัติธรรมตั้งแต่เล็กๆ แล้วติดตัวมาตลอด

     ศาสนาพุทธสอนเรื่องรักเมตตา ไม่ใช่แค่รักแต่ต้องเมตตาด้วย สอนให้ทุกอย่างมีความรักเป็นพื้นฐาน เริ่มจากรักตัวเอง นั่งสมาธิให้ความรักกับตัวเอง รักครอบครัว แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงกันทั้งสามคน คุณแม่ หนูหวานและหนูดี เคยมีบ้างที่พวกเรารู้วิธีปฏิบัติแต่ทักษะไม่ค่อยดี ต้องคอยคิดเสมอว่าถ้าเรารู้จักรักคนนี้ แต่เวลามีปัญหายังชอบเสียงดังใส่กัน ก็ต้องกลับมาแก้ไข

     ความรักของหนูดี ยังมีไปถึงเด็กๆ ที่โรงเรียน คิดไปถึงพ่อกับแม่ของเด็กๆ ว่าเขารักกันหรือเปล่าเพราะมันจะส่งผลมาถึงลูก หรือคนที่ทำงานกับหนูดีในวันนี้ หนูดีแสดงความรักกับเขาพอไหม ใช้งานหนักเกินไปหรือเปล่า และเขามีความสุขเวลาทำงานไหม ทั้งหมดเป็นความรักที่อยู่ในหัวตลอด หนูดีไม่จำเป็นต้อง แบ่ง เวลาให้ความรักค่ะ เพราะใช้มันเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตทุกวันอยู่แล้ว

ความสุขของหนูดี

     มีหลายครั้งที่มีโชคร้ายเกิดขึ้นกับหนูดีพอๆ กับที่มีเรื่องโชคดีเกิดขึ้น แต่อาจเพราะหนูดีมองชีวิตบนพื้นฐานความเป็นจริงค่อนข้างสูง โอเคว่าหนังสืออาจจะดังขึ้นมา แต่ถ้าบังเอิญมันไม่ดัง หนูดีก็คงจะมีความสุขง่ายๆ ใกล้เคียงกับที่มีในตอนนี้

     หนูดีจะดูว่า การจะได้รายได้มานั้น เราต้องทำอะไรบ้าง สมมติว่าถ้าต้องการมีรายได้ 10 ล้านบาท จะต้องใช้เวลาในชีวิตไปมากมายขนาดไหน ปีที่แล้วหนูดีเคยตั้งเป้าไว้ในใจ ว่าไม่ควรได้เงินเยอะไป เพราะนั่นหมายถึงการได้ใช้เวลาอื่นๆ ของชีวิต ทั้งกับครอบครัว กับการออกกำลังกาย การปฏิบัติธรรม หรือการท่องเที่ยวน้อยลง ซึ่งก็ไม่มีคุณค่า เพราะเดี๋ยวกลับกลายเป็นเรื่องทำเงินไปเสียหมด ในขณะที่ความสุขของหนูดีส่วนใหญ่ใช้เงินซื้อไม่ได้เสียด้วย เหมือนที่เจ้าชายน้อยพูดไว้มั้งคะว่า สิ่งสำคัญในชีวิตมิอาจเห็นได้ด้วยตา

     ถ้าวันนี้ให้หนูดีไปเป็นศิลปินวาดรูป ก็คงจะมีความสุขมากเท่าๆ กับเขียนหนังสือ แต่การวาดรูปซึ่งก็ไม่ได้วาดสวยมาก จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นเท่ากับการเขียนหนังสือไหม ฉะนั้นหนูดีจะเลือกสิ่งที่เป็นความสุขสำหรับเรา และเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นด้วยดีกว่า

     หลักใหญ่คือทำอย่างไรให้ตัวเองสามารถมีความสุขได้ แบบไม่ต้องวิ่งไปไหนมาไหนให้เกิดความสุข เช่นนั่งรถแล้วรถติด มีความสุขกับมันได้ไหม ถ้าตอบว่าทำไม่ได้ แล้วไปคาดหวังต่อว่า เมื่อถึงจุดหมายแล้วหนูดีถึงจะมีความสุขได้อย่างไร นี่เป็นหลักการศาสนาพุทธง่ายๆ ที่หนูดีฝึกปฏิบัติมาหลายปีแล้ว ถ้านั่งลงนิ่งๆ กับตัวเองแล้วไม่สามารถมีความสุขเล็กๆ เรียบง่าย พอใจกับเวลาปัจจุบันตรงนั้นได้ ถึงหนูดีวิ่งไปหาอะไรมาทำก็คงไม่ใช่ความสุขแท้จริงอยู่ดี



                                                                                                                                

 

หนูดีฝากบอก…
     รูปปกหนังสือ อัจฉริยะ…เรียนสนุก เล่มนี้ นอกจากจะเหมาะกับเด็กวัย 7 ปีขึ้นไปแล้ว ยังเหมาะกับ คนไม่มีเวลา เพราะเทคนิคภายในเล่ม สามารถลดเวลาในการทำความเข้าใจกับการเรียน ส่วนคนที่ไม่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้คือ คนขี้เกียจ เพราะทุกสิ่งที่หนูดีบอกไว้ ต้องอาศัยการฝึกฝนและปฏิบัติจริงเท่านั้นจ้ะ




                                                                                                    ขอขอบคุณ
                                                       สุดสัปดาห์

                                                                                        

Tag คำค้นหาต่างๆ :

วนิษา , หนูดี , เซเลบริตี้ , เรซ ,

admin
เขียนโดย : admin
เขียนเมื่อ : 16:03 น. 23 Jun 2008

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

รวบรวมชุดฉลองพระองค์ ของ องค์ สิริวัณณวรี ในงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก รวบรวมชุดฉลองพระองค์ ของ องค์ สิริวัณณวรี ในงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก

รวบรวมชุดฉลองพระองค์ ที่โดดเด่นเป็นที่จับตาของสื่อต่างชาติ

จริงดิ่ ? เจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัน ใส่ ชุดซ้ำ สร้อยเพชรปลอม ออกงาน !! จริงดิ่ ? เจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัน ใส่ ชุดซ้ำ สร้อยเพชรปลอม ออกงาน !!

นี่แหละเจ้าหญิงที่สวยสง่า แต่พอเพียง โดยแท้

เจ้าหญิงแฟชั่น องค์สิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในนิตยาสาร  L’Uomo Vogue Italia เจ้าหญิงแฟชั่น องค์สิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในนิตยาสาร L’Uomo Vogue Italia

ทรงสวย สง่างาม สมฐานะเจ้าหญิง ในฉลองพระองค์จาก Valentino

เจ้าหญิงไดอาน่า ผู้นำแฟชั่นยุคคลาสสิค เจ้าหญิงไดอาน่า ผู้นำแฟชั่นยุคคลาสสิค

ทรงสวยงามอ่อนหวาน แบบรูปแบบผู้ดีอังกฤษแท้ นี่แหละเจ้าหญิงในดวงใจ

เปิดโผ 9 อันดับ กระเป๋าแบรนด์เนม สุดเฟี้ยวที่เหล่า นักแสดงและเซเลบฯ สั่งซื้อมากที่สุด เปิดโผ 9 อันดับ กระเป๋าแบรนด์เนม สุดเฟี้ยวที่เหล่า นักแสดงและเซเลบฯ สั่งซื้อมากที่สุด

เหตุที่ทั้ง 9 แบรนด์ครองอันดับความนิยมก็เพราะ แบรนด์มีความน่าเชื่อถือมายาวนานใช้แล้วราคาไม่ตก

ริต้า โอรา เจ้าแม่แฟชั่นสุดจี๊ด ริต้า โอรา เจ้าแม่แฟชั่นสุดจี๊ด

น้กร้องสาวแฟชั่นไอคอนสุดฮอตกับสไตล์การแต่งตัวที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของตัวเอง

แสดงความคิดเห็น