สเตฟาน ซาลาโมเน่ พระเอกในใจใครหลายคน

นาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้กับความฮ็อตของพระเอกหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ สเตฟาน ซาลาโมเน่ หรือ สันติ วีระบุญชัย ที่พิสูจน์ฝีมือจากละครเรื่อง หลงเงาจันทร์ ซึ่งได้นางเอกแถวหน้าของช่อง 7 กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง มารับหน้าที่เป็นเจ๊ดันในบทเชือดเฉือนอารมณ์ ตบจูบ จนมีเรตติ้งกระฉูด ส่งให้ศิษย์รุ่นน้องได้ขึ้นแท่นพระเอกเบอร์หนึ่งของวิก 7 สี แบบติดจรวด และด้วยความกลัวกระแสความดังแผ่ว ช่อง 7 เลยใช้กลยุทธ์ทั้งผลัก ทั้งดันสุดตัว ป้อนงานละครเรื่องใหม่ต่อทันที นั่นคือ แรงฤทธิ์พิศวาส ของค่ายกันตนาฯ ซึ่งเรื่องนี้กบแตะมือให้ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ นางเอกแถวหน้าของช่อง 7 อีกคนรับช่วงเจ๊ดันต่อไป แถมยังแว่วๆมาอีกว่า กบก็จะได้หวนมาปะทะฝีมือกับลูกศิษย์อีกครั้งในละครเรื่อง ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ของค่ายดีด้า อีกในเร็วๆนี้
เป็นหนุ่มเนื้อหอมขนาดนี้ ยังไงก็ต้องขอล็อคตัวมาทักทายกับคุณผู้อ่านกันหน่อยแล้วละค่ะ
สเตฟานเป็นลูกครึ่งชาติไหน
สเตฟาน – ผมเกิดในเมืองไทย คุณพ่อชื่อ Ivo Giansranco Salamone เป็นชาวอิตาลี คุณแม่ชื่อ วิจิตรา วีระบุญชัย แม่เป็นลูกครึ่งไทย-จีน ทำให้ผมเป็นลูกครึ่ง อิตาลี-ไทย-จีน ผมมีพี่น้อง 3 คน ผมเป็นลูกชายคนโต มีน้องสาว คือแอนเดรีย อายุ 21 ปี และ นาทาเรีย อายุ 20 ปี
เป็นลูกชายคนเดียวตอนเด็กเฮี้ยวหรือเปล่า
สเตฟาน เป็นเด็กซน ช่วงเด็กๆแม่จะไม่ค่อยให้พวกเราออกจากบ้านไปไหน เพราะเขากลัวว่าจะมีอันตราย ผมก็เลยเล่นอยู่กับบ้านคนเดียว ชอบเล่นคนเดียว เล่นอะไรที่อันตราย อย่างเล่นจุดไฟเผา จับสัตว์มาเล่น ฆ่ามด พ่อกับแม่พอรู้ก็จะว่าผมประจำ และผมเป็นคนที่โดนทำโทษบ่อยมาก
การเรียนล่ะเป็นอย่างไรบ้าง
สเตฟาน – ผมเรียนที่นานาชาติร่วมฤดี เรียนไม่เก่งเลย พอเรียนเกรด 9 (ม.3) ย้ายไปเรียนที่บางกอกพัฒนา ตอนนั้นการเรียนเริ่มพัฒนาขึ้นมาบ้าง และหลังจากนั้นผมก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ตอนนั้น คิดว่าไปเรียนเมืองนอกดีกว่าเมืองไทย ซึ่งมารู้ที่หลังว่าเป็นค่านิยมที่ผิด เรียนที่ไหนก็เหมือนกันหมด ไปเรียนที่อังกฤษผมเรียนด้านกฎหมาย ผมใช้เวลาเรียน 3 ปี การเรียนกฎหมายมันไม่จำเป็นต้องเป็นทนายความหรือผู้พิพากษา คนเรียนกฎหมายสามารถทำงานอะไรก็ได้ แต่ตัวผมเองอยากไปเที่ยวมากกว่า ผมไม่อยากแก่ไปแล้วนั่งเสียดายว่าทำไมตอนเด็กๆถึงไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมอยากทำให้หมด
ตอนนั้นมีแววการเป็นนักแสดงไหม
สเตฟาน – ยังไม่มีเลยครับ ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักแสดง มุ่งมั่นว่าจะทำงานอะไรดีให้ เรื่องเข้าวงการสำหรับผมมันเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก แต่พอเรียนจบกลับมาเมืองไทย อยู่ดีๆก็ฟลุคได้ไปถ่ายโฆษณา
แล้วเข้ามาถ่ายโฆษณาได้ยังไง
สเตฟาน พอเรียนจบ 3 ปี แล้วผมก็กลับมาเมืองไทย ผมก็ไปเดินตามเอ็มโพเรี่ยม ไปเดินข้าวสาร แล้วไปเจอกับโมเดลลิ่งเข้ามาติดต่อ ตอนแรกที่เขาเข้ามาขอเบอร์โทรศัพท์ตอนนั้นยอมรับว่าไม่กล้าเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าจะโดนหลอก อีกอย่างตัวเองก็เป็นคนขี้อายด้วย แต่ก็ยังได้ไปแคสติ้งนะ ตอนนั้นไปแคสโฆษณากาแฟ แต่ไม่ผ่าน เราก็ไม่ใส่ใจอะไรมาก เพราะไมได้คิดอะไรเรื่องนี้ แต่เขาก็เรียกมาครั้งที่ 2 ให้ไปแคสอีก คราวนี้ได้ เป็นโฆษณาพอนด์ ได้ถ่ายกับ ซาร่า มาลากุล เลน ตอนนั้นคิดไว้แล้วว่า ถ้าครั้งนี้ไม่ได้อีกจะไม่ไปอีกแล้ว แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ จากครั้งนั้นผมถ่ายโฆษณามาตลอด จนได้มาเจอพี่คนหนึ่งชวนให้ไปถ่ายแบบ ซึ่งเป็นถ่ายแบบชุดว่ายน้ำผมก็เบี้ยวไม่ไปถ่ายให้เขา พี่เขาเลยให้ผมชดเชยให้ด้วยการไปเดินแบบ ซึ่งจริงๆผมเป็นคนไม่ชอบเดินแบบ แต่ก็ไปเดินให้พี่เขา จากงานนั้นทำให้ได้เจอกับพี่อีกคนให้ไปเดินแบบให้กับนิตยสารแพรว พอผมไปเดินก็ได้เจอกับ พี่เป๊บ (ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม) พี่เป๊บก็แนะนำให้ผมมาคุยกับ พี่ตุ๊กตา (จิตรลดา ดิษยนันทน์) ค่ายกันตนาฯ พอคุยกันได้ไม่เท่าไหร่พี่ตุ๊กตาก็ให้ผมเล่นละครเลย เรื่อง ท้าลิขิต ด้วยความที่เพิ่งเริ่มก้าวแรกก็เลยมี พี่สอง (วจี กัลย์จาฤก) เป็นครูสอนการแสดงให้
ผ่านเรื่องแรกไปแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
สเตฟาน รู้ตัวว่าเล่นแข็งมาก เพราะบทมันยาก แต่ตอนนั้นก็ไม่มีเสียงวิจารณ์มากเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าเป็นเรื่องแรกก็ได้ จากนั้นก็เป็นเรื่อง โม่งแดง ต่อด้วย ดอกเบี้ยเคลียร์รัก และก็มา หลงเงาจันทร์ เรื่องนี้สนุกมาก นักแสดงที่เล่นมีส่วนช่วยผมมาก เพราะผมไม่ค่อยเก่งภาษาไทย โดยเฉพาะ อาโย (ทัศน์วรรณ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา) คอยสอนการแสดงให้ผมตลอดเลย แต่กับที่มีคนบอกว่าเล่นเรื่อง หลงเงาจันทร์ ผมยังแข็งทื่ออยู่ เรื่องนี้ผมก็ต้องพยายามไปเรื่อยๆ และไม่ได้โกรธที่คนว่าเราเป็นแบบนั้น เพราะถ้าเล่นแข็งแล้วมีคนดูละครเราเยอะก็ดีกว่าที่เล่นดีแล้วไม่มีคนดูละคร แล้วเวลาที่ผมได้เล่นละครทีไร ก็จะทักว่าทำไมได้แต่บทนิ่งๆ ซึ่งตัวผมน่ะไม่ชอบเลยที่ได้บทบาทแบบนี้ ตัวจริงเป็นคนไม่นิ่ง ขนาดนั่งเฉยๆ ยังต้องเขย่าขาเลย
ตอนนี้มีละครเรื่องใหม่แล้ว
สเตฟาน มีเรื่อง แรงฤทธิ์พิศวาส ของค่ายกันตนาฯ เรื่องนี้เกี่ยวกับชาติที่แล้วและชาตินี้ ในชาติที่แล้วผมเป็นผู้หญิง เป็นนักร้อง ส่วน อั้ม (พัชราภา ไชยเชื้อ) กับ ฝน (กุลณัฐ ปรียะวัฒน์) ในชาติที่แล้ว เค้าเป็นผู้ชาย ฝนเป็นคนรวยเป็นเจ้าของร้านที่เราร้องเพลง มารักเราและหวังจะเอาเราเป็นเมีย แต่เราไปหลงรักคนเขียนเพลงคือ อั้ม ฝนเลยตามมาฆ่า แต่เนื่องจากผมกับอั้มเป็นคนดี ชาตินี้ผมเลยเกิดมาเป็นนักร้องเหมือนเดิม ส่วนอั้มเป็นครีเอทีฟสาว ส่วนฝนเกิดมาเป็นเด็กในสลัม แต่ว่าเค้าก็ยังตามมารักเราอยู่ เท่าที่รู้บทผมจะนิ่งๆ ทำตัวเท่ๆ มั่นใจในตัวเอง ที่บอกกันว่าบทผมจะออกแนวเกย์ ผมว่าไม่น่านะ ถ้าให้เล่นเป็นแนวนั้นผมคงเล่นไม่ได้แน่
รู้สึกยังไงที่ช่อง 7 พยายาม ดันให้คู่กับนางเอกเบอร์หนึ่ง
สเตฟาน – รู้สึกดีมากกว่า เพราะปกติช่อง 7 จะมีพระเอกที่หน้าไทย แต่ผมอาจจะหน้าฝรั่งเลยดูแปลกกว่าพระเอกที่มีอยู่ในช่อง 7 ที่ส่วนใหญ่หน้าตาเขาจะออกเข้มๆ เลยจับให้ผมมาเป็นทางเลือกใหม่ของคนดู ผมก็รู้สึกดี ได้เล่นกับนางเอกเก่งๆ มันง่ายที่เราจะแสดงอารมณ์ออกมา อย่างกบเค้าเล่นละครเก่ง พอเค้าส่งอารมณ์มาให้เราดี เราก็เล่นได้ อย่างอั้มก็น่าจะส่งอารมณ์ได้ดีเช่นกัน ส่วนฝนในเรื่องบทเค้าออกจะโรคจิตหน่อยๆ ซึ่งเค้าเก่งเล่นได้อยู่แล้ว ดีไม่ดีอาจจะทำให้เรากลัวได้ด้วย
แรงฤทธิ์พิศวาสเล่นกับเพื่อนสาวคนสนิท น้ำฝน – กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ ด้วย
สเตฟาน ครับ แต่เล่นละครกับฝนคงไม่เขิน เพราะคิดอยู่แล้วว่าวันหนึ่งเราก็ต้องได้มาเล่นคู่กัน ก็จะมีการปรึกษากันเพราะอย่างฝนเค้าได้รับบทที่ค่อนข้างพลิกไปเลย ผมเองก็ต้องศึกษาตัวละครพอสมควรเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอดีตกาลด้วย เราต้องมานั่งคิดว่าจะเล่นออกมาประมาณไหนถึงจะดูสมจริง
เรื่องนี้จะได้ฝนฝึกภาษาให้ด้วยหรือเปล่า
สเตฟาน – ไม่ใช่หรอก ถ้าคนที่แสดงและต้องมาช่วยเราด้วย เค้าคงจะไม่ไหว อย่างเรื่องที่แล้ว ตอนแรกคนที่จะดูผมคือ อาดาว (ดวงดาว) แต่เค้าต้องแสดง เลยให้อาโยมาดูแทน และผมคิดว่าคงไม่ใช่ฝนที่จะมาช่วยดูแลผมในเรื่องนี้ อีกอย่างชีวิตเราจะให้คนมาสอนตลอดคงไม่ได้ และผมรู้สึกว่าเรื่องที่แล้วมันยากสำหรับผมมาก พอมาถึงเรื่องนี้ก็น่าจะเบาลงบ้าง
คิดว่าตัวเองดังหรือยัง
สเตฟาน – ผมไม่คิดว่าตัวเองดัง ถ้ามันจะดังก็ดังไปเอง เราทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมไม่รู้จริงๆนะว่าเราดังหรือเปล่า ถ้าดังก็ดี มันก็ทำให้เรามีงานเยอะขึ้น แต่ผมขอแค่คนดูชอบดูละครที่ผมเล่นก็พอใจแล้ว ทุกวันนี้ผมคิดว่าวงการบันเทิงอบอุ่นดี เห็นคนบอกว่าวงการบันเทิงไม่ได้ดีอย่างที่คิด แต่ตั้งแต่ผมเจอมาก็อบอุ่น มีแต่คนดีกับเรา เราก็รู้สึกชอบ
มีแฟนคลับบ้างไหม
สเตฟาน – ผมจะมีแฟนละครที่เป็นพวกเด็กช่างกลเยอะ เค้าจะชอบเอาของมาให้ บางทีนั่งวินมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่เค้าก็ไม่เอาเงิน บางคนเอาการ์ตูนมาให้อ่าน เพราะอยากให้เราฝึกอ่านภาษาไทย เราก็รู้สึกดี และที่ผมถามว่าทำไมถึงชื่นชมผม เค้าบอกเพราะว่าตาน่าสงสารดี
ความรักกับน้ำฝนเป็นยังไงบ้าง
สเตฟาน – ณ วันนี้ก็ดี ไม่ได้ปิดอะไร เพราะคนก็เห็นและรู้กันอยู่แล้ว แต่สำหรับผมก็ยังอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะเราไม่อยากจะมาเปิดเผยอะไรมากนัก ก็มีบางคนพูดถึงตรงนี้ว่าเราเป็นคนของประชาชนจะมาพูดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ผมคิดว่าคนของประชาชนคือการแสดงออกทางผลงาน แต่ไม่ใช่ว่าต้องแสดงออกในทุกเรื่องให้รู้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะอึดอัดจนเสียความเป็นส่วนตัวของเราไป เราก็ทำตัวตามปกติ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าถ้าเราเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงมันก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เราจะได้อะไรทุกอย่าง
มีมุมมองต่อความรักอย่างไร
สเตฟาน – ความรักสำหรับผมจะไม่มีอะไรมาก เพราะผมเป็นคนไม่ชอบคิดอะไรมาก มันจะสับสนในชีวิตเปล่าๆ ถ้าเราคิดจะรักใครก็รักไปเถอะ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ เราก็ควรทำวันนี้ของเราให้ดีที่สุดดีกว่า อะไรที่เราทำแล้วเรารู้สึกว่ามีความสุขก็ทำไป อย่างเรามีความรักแล้วเรามีความสุขเราก็มีไป ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ผมว่าคนเราจะมีความสุขได้ก็ต้องมีความรัก ต่อให้เรามีฐานะดี มีเงิน หน้าตาหล่อเหลา มีทุกอย่างพร้อม แต่ถ้าเราไม่มีความรักก็ไม่มีความสุข
มีสเป็คสาวในใจไว้หรือเปล่า
สเตฟาน – ไม่มีหรอกครับ ผมไม่รู้ว่าผมจะมีสเป็คแบบไหน เพราะถ้าผมเจอผู้หญิงคนไหนแล้วผมรู้สึกชอบผมก็ชอบเลย ไม่มีว่าตรงตามสเป็คที่ชอบหรือเปล่า ผมไม่อยากไปกะเกณฑ์
เคยคิดเรื่องแต่งงานบ้างไหม
สเตฟาน ไม่เคยครับ ผมว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็คือเมื่อนั้น อย่าไปกำหนดดีกว่า เพราะถ้ากำหนดแล้วมันไม่ได้อย่างที่เราวางไว้มันก็จะผิดไปเลย แล้วอีกอย่างผมมีความคิดว่าถ้าผมแต่งงานแล้วผมไม่อยากจะหย่า ผมก็จะอยู่กับคนนั้นตลอดไป เพราะเราแต่งงานมันเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็อยากจะใช้ชีวิตแต่งงานอย่างนั้นตลอดไป ไม่อยากจะไปกำหนดว่าเมื่อไหร่จะแต่ง
แล้วมีแผนอนาคตในเรื่องอื่นไว้แล้วหรือยัง
สเตฟาน – ที่ผมคิดไว้ก็อยากทำธุรกิจที่เกี่ยวกับอิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต ซึ่งก็มีลู่ทางที่มองไว้บ้างแล้ว คงจะทำที่ต่างประเทศ
ฝีมือการแสดงของพระเอกหนุ่มสเตฟาน ซาลาโมเน่ คงพิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่า พระเอกหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ สามารถก้าวขึ้นแท่นพระเอกได้อย่างเต็มตัว แม้จะผ่านการลับฝีมือมาด้วยละครเพียงไม่กี่เรื่อง แต่พรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวก็ฉายแววให้เห็นว่าเขาสอบผ่านสู่วงการละครได้แล้ว…























