ค้นหา เวบทั่วโลก Mthai

ผู้ชาย น่ารู้

   Women Mthai - - - >

 



 3 Parts of Narongvit โปรดิวเซอร์ขี้เหงา แห่ง GMM Grammy



หนึ่ง ณรงค์วิทย์

 


      ในวันนี้ ที่อัลบั้ม together ของ 3 หนุ่ม เป็ก ออฟ ไอซ์ ขึ้นฮิต ติดชาร์ต กับเพลง แค่คนโทรผิด   เกือบทุกคลื่นวิทยุ ใครจะรู้บ้างไหมกับเบื้องหลังความสำเร็จอันน่าภาคภูมินี้  มาจากคนขี้เหงาคนหนึ่ง ที่ present ความเหงามาแล้ว หลายอัลบั้ม กับผลงานเพลงมากมายที่กระแทกใจคนฟัง จนฮิตไปแล้วหลายต่อหลายเพลง "ขอบใจนะ", "ถ้าในโลกนี้ไม่มี"," เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ" , " ไม่หลับไม่นอน " , " ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน ", "คนที่ไม่เข้าตา" , " Music lover"  ฯลฯ  

      คนๆ นี้ ที่กล้าประกาศตัวว่าเป็น Sleepless person ตัวยง และกล้าประกาศท้าว่า " ถ้าความเหงามันแข่งกันได้ พี่ว่าไม่มีใครชนะพี่ได้หรอก อย่างมากก็แค่เสมอกัน " !!!  วันนี้ทีมงาน Women.mthai บุกถึงคอนโดของคนขี้เหงาคนนี้ หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ โปรดิวเซอร์แถวหน้าของ GMM Grammy !! 



  A part of  Narongvit  !


หนึ่ง ณรงค์วิทย์    บทเพลงที่แต่งขึ้นในทุกๆ เพลง บ่งบอกความเป็นตัวตนของ "หนึ่ง ณรงค์วิทย์ "  ได้มากน้อยแค่ไหนคะ ?

  หนึ่ง :  " เพลงมันแต่งโดยตัวเรา พี่ไม่ปฏิเสธเลยว่ามันคือตัวเรา ออกมาจากเราทุกเพลง ทุกเพลงที่พี่เขียน ถ้าไม่อิน มันก็จะเขียนไม่ได้ ถ้าเพลงไหนที่เราไม่อิน ไม่มีความรู้สึกร่วมด้วยก็จะไม่เขียน  หลังๆ เลยมีอาการแบบว่า วันนี้ฉันต้องมีอารมณ์นะ ฉันถึงจะเขียนได้ ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อน เมื่อก่อนจะเป็นแบบว่า อารมณ์ไหนก็เขียนเพลงได้  แต่หลังๆ จะเป็นอารมณ์วันนี้ฉันอยากเหงา ก็จะ Build ตัวเองตั้งแต่เช้า เหมือนทรมานตัวเองเหมือนกันนะ  เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า เพลงที่พี่แต่งเป็นตัวพี่เองไหม พี่กล้าพูดเลยว่า 100 % แล้วแต่ว่ามุมเรื่องในวันนั้นจะเหมาะสมกับใคร ใคร จะเป็นคนถ่ายทอด เราก็เลือกนักร้องให้เหมาะสมกับความรู้สึกของเราในแต่ละบทเพลง ฉะนั้นทุกเพลงก็คือตัวพี่เองล้วนๆ  "
   

    ตัวตนของ  "หนึ่ง ณรงค์วิทย์ " ดูจะเป็นคนเหงามากมาย จาก Sleepless Society  1 - 3

    หนึ่ง : " เมื่อก่อนก็ไม่ชัดขนาดนี้นะ เริ่มมาเหงาได้ชัดมากๆ ก็ตอน Sleepless Society นี่แหละ  มันก็เลยเผยตัวตนที่แท้จริง ก็โอเค ตัวพี่เองก็ค่อนข้างเผยไปในทางด้านมืดนะ  พี่เป็นคนที่อยู่ฝั่ง Dark Side มากกว่า จากอัลบั้ม Sleepless Society 2 รู้สึกจะดราม่าหนักไปนิด เพราะช่วงนั้นมีอะไรเข้ามาในชีวิตเยอะ  ด้วยเพลงมันจะสะท้อนความรู้สึกเราที่เข้ามาในแต่ละช่วง ช่วงนี้เราเป็นอย่างนี้ ช่วง D.I.Y. คือช่วงที่เรามีความสุขหน่อย ก็รู้สึกว่าเราสดใสขึ้นนะ"


   
     แล้วเพลงเร็วของพี่หนึ่ง ในแต่ละเพลงมันจะมีภาพคนเที่ยวกลางคืนอยู่ แล้วพี่หนึ่งเที่ยวบ้างไหมคะ ?

    หนึ่ง : " แน่นอน เพราะเราเหงา พอเหงาก็ไม่อยากอยู่บ้าน ก็ต้องออกไปหาเพื่อน คนเหงาคือคนที่ต้องการความรัก พอเหงาเราก็พาร่างตัวเอง ซึ่งไหวบ้าง ไม่ไหวบ้าง แต่ยังไงก็ต้องพาร่างตัวเองออกไป เพื่อไปเจอเพื่อน ไปเจอสังคม  อย่างน้อยไปเจอเพื่อน พูดคุยนิดหน่อยก็มีความสุขแล้ว

      แต่ผลพลอยได้คือ เราได้ยินเพลง ได้มาเห็น feedback คนว่าเพลงไหน Work เพลงไหนไม่ Work คนเต้น - ไม่เต้น ยังไง ก็ได้รับข้อมูลจากการ " ลงพื้นที่" เลยเกิดซึมซับขึ้นมา  ทำให้มีเพลง รักยังไม่ต้องการ , Music Lover, อย่าเล่นตัว, ตกลงว่า ซึ่งเป็นเพลงจังหวะสนุกๆ เร็วๆ ขึ้นมา 

      ช่วงนั้นก็ถูกแซวว่าจะเอาดีทางด้านเพลง dance เหรอ ซึ่งก็ผลตอบรับกลับมาก็ค่อนข้างโอเค ในความรู้สึกคนอื่น ก็รู้สึกดีนะ เวลาไปเที่ยว แล้วเค้าเปิดเพลงเรา คนก็กรูกันเข้าไป เราก็รู้สึกเหมือนมีคนมาต้อนรับ  อย่างเพลง "ตกลงว่า" ที่แคล ร้องใน Sleepless Society  2 ก็มาจากเรื่องจริง เราเห็นไงว่า ร้านปิดแล้วนะ แต่คนยังไม่กลับ คนก็จะเออๆ ออๆ ตกลงว่าจะไปต่อไหมประมาณนี้ 

      ซึ่งทุกคนที่เจอพี่ตามที่เที่ยว หรือ ตามห้าง ก็จะบอกว่า " ไม่ใช่ ไม่เหมือน ณรงค์วิทย์ "   เค้าคงมีภาพของพี่อยู่ในใจของเค้าว่าผู้ชายคนนี้ ต้องโรแมนติก ขรึม และอบอุ่น ปรากฎว่าไม่ใช่เลย ตัวจริงของพี่ค่อนข้างจะวุ่นวายนิดนึง ขี้เหงา ต้องการและติดเพื่อน และไม่รู้จักโต "
 
      จุดยืนของพี่หนึ่ง คือ เพลงเหงาๆ เป็นคนมีชีวิตยามค่ำคืน ?

    หนึ่ง :  " ถือว่าเป็น Style ตัวเอง โชคดีที่เราหาตัวเองเจอ สังเกตดูสิ นักแต่งเพลงที่มีลายมือชัดๆ ในการแต่งเพลง มักจะเป็นที่จดจำของแฟนเพลงคนทั่วไป "

     ได้ข่าวว่าไม่มีพื้นฐานด้านการแต่งกลอน และดนตรีเลย แล้วมาทางนี้ได้ยังไงคะ ?

  หนึ่ง :  " พี่เป็นคนไม่ชอบเรียน ขี้เกียจเรียน ไม่ชอบเขียนเลย เด็กๆ เคยไปเรียนดนตรี ก็พยายามนะ แต่ไม่รอด ก็เอาดีได้ประมาณหนึ่ง กีต้าร์ก็เล่นได้ประมาณ ก.ไก่  - ข.ไข่ (หัวเราะ ) จริงๆ พูดแบบไม่อายเลย

       ภาพพจน์นักแต่งเพลง คนจะต้องนึกว่า โอ้โห อะไรเนี่ยมาเล่นกีต้าร์   ก.ไก่  - ข.ไข่  แต่ก็ไม่อายนะ จะได้เป็นตัวอย่างให้กับคนที่เล่นดนตรีไม่เป็นแต่ก็อยากเป็นนักแต่งเพลง ให้มองพี่เป็นตัวอย่างก็ได้ บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ดีที่จะเป็นในสิ่งนั้น ไม่จำเป็น แต่เราทำได้นะ อย่างนักเขียนก็จะมีคุณสมบัติ ชอบจดบันทึก ชอบอ่านหนังสือ ซึ่งสำหรับพี่นี่ ไม่ได้เลย พี่อ่านแล้วหลับ ไม่ถึง 5 นาที หลับเลย "


หนึ่ง ณรงค์วิทย์



     แต่ก็เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Gen - X ,สถาบันมีฟ้า, และก็คอร์สต่างๆ ของ Grammy Card 

      หนึ่ง : " ใช่ แต่มันไม่ใช่หลักสูตร เราก็มีวิธีคิดของเราที่มันสามารถที่จะแบ่งปัน ประสบการณ์ให้คนอื่นได้ด้วย เช่น บางคนเค้าก็จะบ่น ท้อที่ตัวเองไม่มีพื้นบานทางด้านดนตรีมาเลย จะเป็นได้ไหม ก็ดูพี่เป็นตัวอย่าง พี่ก็ไม่เป็นจริงๆ ก็ยังทำได้เลย "

    การมาถึงจุดนี้ได้ แรงบันดาลใจมาจากอะไรคะ ?

     หนึ่ง :  " แรงบันดาลใจ 90 % มาจากการสั่งสมประสบการณ์ของชีวิตว่าเราโตมาจาก การที่เราเป็นเด็กมีปัญหา  หนีออกจากบ้าน โดดเรียน ดื้อสารพัดแบบสุดๆ วีรกรรมของเด็กดื้อ โดดเรียน ไม่มีสิทธิสอบ ณรงค์วิทย์ทำมาหมดแล้ว ปัญหาพวกนี้มันสะสมมาเรื่อยๆ เหมือนเป็นปมในใจ ชีวิตเราก็โตมาเรื่อยๆ  จนวันหนึ่งปมมันโตมากพอ เงื่อนอะไรก็ไม่รู้สารพัดเงื่อนเลย  พอเราโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเวลาจะเป็นคำตอบ ช่วยตอบเราว่า "เฮ้ย ที่ผ่านมาเราคิดผิดนะ ไม่ใช่อย่างนั้น ก็เลยรู้สึกว่าเราสร้างเรื่องให้ตัวเองเยอะ เรื่องต่างๆ ที่เคยเก็บมาตั้งแต่วัยเด็ก เลยพร่างพรูออกมาในการทำงาน 

       การที่พี่เขียนเพลงแล้วเหงาได้ขนาดนี้ และคนฟังก็รู้สึกได้ว่ามันเหงาจริงๆ  ก็เพราะมันมาจากความรู้สึกจริงของเรา พี่ยังเคยคุยกับเพื่อนหลายๆ คนเลยว่า "ถ้าความเหงามันแข่งกันได้ พี่ว่าไม่มีใครชนะพี่ได้หรอก อย่างมากก็แค่เสมอกัน " จริงๆนะ  เลยมีเพลง " ไม่เหงาไม่ใช่ฉัน " ที่ถูกถ่ายทอดโดยพี่เบิร์ด ธงไชย  อ่ะนะ ถ้าณรงค์วิทย์ไม่เหงา ไม่นอยด์ ไม่ใช่พี่นะ  "
        
       กับบทเพลงที่สะท้อนมุมเปรี้ยวๆ ของพี่หนึ่ง อย่าง Music lover, รักยังไม่ต้องการ, หรืออย่างเพลง ตกลงว่า ล่ะคะ 

   หนึ่ง :   " อย่างที่บอกว่าเรื่องราวมันมาจากการใช้ชีวิต ถึงพี่จะเขียนเพลงมาประมาณ 200 เพลงแล้วก็ตาม อย่าง คนที่ไม่เข้าตา,ไม่อยากให้เธอไว้ใจ,เหนื่อยเกินไปรึป่าว,ห้องเดิม,ร้องไห้ง่ายๆกับเรื่องเดิมๆ, คนดีๆ ทำไมไม่รัก หรือ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่ต่อจากวันนี้ไป พี่ก็ยังสามารถเขียนเพลงเหงาได้อย่างไม่มีทางตัน เพราะว่าทุกวันนี้ยังเหงาอยู่ "
     
      เพลงไหนที่ถือว่าเป็นตัวเองที่สุด 

      หนึ่ง :   "เพลง  " ไม่เหงาไม่ใช่ฉัน" บ่งบอกความเป็นตัวพี่เอง โดยไม่ต้องพูดอะไร แค่ชื่อเพลงก็บอกอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยัง "เหงา" แต่สำหรับพี่ไม่ได้มองคำว่า "เหงา" ในแง่ Negative  โอเค อาจจะมีบางวันที่ยังแพ้มันอยู่ แต่สุดท้ายพี่ก็จะรับมือกับมันได้ ถึงได้มีเพลง หนึ่ง ณรงค์วิทย์"เรียนรู้อยู่กับเหงา " ซึ่งมันก็คือ " love to be lonely"  แต่ก็แค่บางวันนะ บางวันก็ทำได้ บางวันก็ทำไม่ได้  ไม่ใช่ว่าเราเก่ง แต่อย่างน้อยก็ทำได้บ้างก็ยังดี อย่างเพลง "รักตัวเองให้เป็น" ก็เป็นโลโก้พี่ไปแล้ว เหมือนแปะอยู่บนหน้าผาก เวลาไปไหนใครก็อยากให้พี่ร้องเพลงนี้  ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่เป็นตัวเรา ที่อย่างน้อยก็เตือนสติตัวเองได้ในบางวันนะ  "

       " ถ้าถามว่าในวันนี้พี่รักตัวเองเป็นรึยัง ตอบได้เลยว่ายัง  ทำได้เป็นบาวัน แต่เอาเพลงนี้ไว้คอยเปิดกรอกหูตัวเองในเวลาที่เราโง่

   
 ถึงแม้เราดูเหมือนเก่ง ดูเหมือนเข้าใจโลก แบบว่า โห !! คิดได้เนอะ คิดได้ไง เวลาแต่งนั้นเพลงนี้ขึ้นมา แต่เอาเข้าจริงบางครั้งก็โกรธตัวเองว่า เราแต่งเพลง "รักตัวเองให้เป็น" ได้ แต่ทำไมนะ ทำไมเราทำไม่ได้ ทำได้แค่บางวัน

     สุดท้ายต้องบอกตัวเองว่า "ก็ยังดี ที่ทำได้บางวัน " ในวันที่ทำไม่ได้ก็เอาเพลงนี้มาเปิดล้างสมองตัวเอง  เปิดปุ๊บก็กดปุ่ม Reset ตัวเองใหม่ได้ ฟัง repeat เข้าไป เอาเพลงนี้เป็นยา ฟังๆ อยู่จากร้องไห้ๆ จนร้องไม่ออกแล้ว ก็ อืม โอเค หายแล้ว "


      ดูเป็นคนที่ผ่านเรื่องราวความรักมาไม่ใช่น้อย ?

     หนึ่ง : " ถูก !!! เพราะเราเป็นคนที่ขาด ตั้งแต่เด็กก็เลย ต้องการเยอะและมากกว่าคนปกติ ซึ่งรู้ด้วยนะว่าไม่มีใครเติมมันเต็มหรอก รู้มาตลอด บางครั้งเวลาเรามีความรัก ความเก่งในตัวเรามันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ พี่ว่า ไม่มีใครเก่งชนะความรักได้นะ  เวลาพี่มีความรัก พี่ก็กลายเป็นคนๆ นึง ซึ่งแบบว่า เดี๋ยวก็แพ้มัน เดี๋ยวก็โง่ให้มัน ตลอดเวลาเลย



     ถึงแม้จะแต่งเพลงมา 200 เพลง เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง แต่ทุกคนก็เป็นคนธรรมดาสำหรับความรักหมดเลย ไม่มีใครเก่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในโลกนี้ก็ตาม "
   

      ณรงค์วิทย์ เป็นผู้ชายที่มีชีวิตในตอนกลางคืน ?

    หนึ่ง :  " เห็นมั๊ยว่าพี่ตัว ข๊าว...ขาว กว่าพี่จะตื่นก็เที่ยง หรือไม่ก็บ่าย บ้านพี่นี่ ถ้าปิดม่านก็จะเหมือนเวลากลางคืนเลย  (ว่าแล้วก็ปิดม่านให้ดู โอ้โห กลางคืนจริงๆ ค่ะ ) แสงยูวีจะไม่สามารถเข้ามาในห้องพี่ได้เลย ก็จริงนะที่ณรงค์วิทย์เป็นคนกลางคืน เพราะว่าเราทำงาน แต่งเพลงตอนกลางคืน  กลางวัน แดดเปรี้ยงๆ แต่งเพลงไม่ได้ เพราะไม่มีกะจิตกะใจ

     เพราะฉะนั้น พี่ตื่นมาพระอาทิตย์ก็จะตกแล้ว  ชีวิตพี่จะเริ่มตั้งแต่เที่ยงวัน ทำงานไปจนถึง 5 ทุ่ม เที่ยงคืน กว่าจะเข้านอนก็ตี 4 - ตี 5  แต่พี่ขอยืนยันว่า Sleepless Society มีจริง อย่างตี 4 -5 พี่ยังคุยโทรศัพท์อยู่เลย ก็รู้สึกว่าเรามีพวกนะ  ไม่ใช่ว่าเราเป็นพวกแปลกประหลาด ไม่หลับไม่นอนอยู่คนเดียว และคิดว่ายังคงมีอีกเยอะที่แฝงกายอยู่  ก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตมากกว่า และก็ไม่ปฏิเสธว่าจะเป็นคนกลางคืน "


      ถ้าให้จัดสี คิดว่าตัวเองสีอะไรคะ ?

     หนึ่ง :   " เทาเข้ม ก็ยังจัดว่าเป็นสีเทานะ สีเทาแก่ๆ  ถ้าสีดำนี่ dark ไป ดู Negative เกินไป " 

       กับชีวิตทุกวันนี้อยู่คนเดียวได้ไหมคะ ?

   หนึ่ง :   " ได้นะ ล่าสุดไม่สบาย ก็พาตัวเองไปโรงพยาบาล บ่อย จนชิน  จนรู้สึกว่า เมื่อก่อนเวลาเราป่วย จะรู้สึกเยอะ  จะ Sick ทางจิตมากกว่า ว่าทำไมชั้นไม่สบาย  ไม่มีใครพาไปโรงพยาบาล ทำไมเรายังต้องพาตัวเอง ทั้งๆ ที่ยังป่วยอยู่อย่างล่าสุดนี่ ขับรถไป อาเจียนไป  ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลอยู่แค่หน้าปากซอยแค่นี้ แต่รู้สึกว่ามันเป็นระยะทางที่ไกลมาก 

        ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะคิดว่าฉันไม่มีใครบนโลกใบนี้ แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว เราต้องดูแลตัวเอง  เวลาไม่สบายคนอื่นเค้าก็ทำงาน พ่อแม่ก็อยู่ไกลตั้ง แปดริ้ว  ไม่มีใครพุ่งมาช่วยเหลือเราได้ เราก็ต้องช่วยเหลือตัวเราเอง ก็ไม่เห็นเป็นไร ก็พาตัวเองไปหาหมอ แล้วก็นอนให้น้ำเกลือ เดี้ยงๆ อยู่คนเดียว พี่จะเป็นพวกปากแข็ง จะไม่โทรบอกที่บ้าน ก็กลัวว่าเค้าจะเป็นห่วง เราก็จะโทรบอกเฉพาะบางคนที่สนิทๆ แล้วก็รอดูว่าเค้าจะมาเยี่ยมรึป่าว แต่ทำเป็นฟอร์มจัดว่าไม่ต้องมาหรอก ไม่ต้องมา ไม่เป็นไร ไหว O.K. แต่จริงๆ แล้วแอบรออยู่นะ ซึ่งก็รู้สึกนะว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้น  " 

หนึ่ง ณรงค์วิทย์    ในเมื่อไม่เหงา ไม่ใช่ หนึ่ง ณรงค์วิทย์  อย่างนี้ คือต้องการ Space อยู่ใช่ไหมคะ

     หนึ่ง : " ยังต้องการ Space เหมือนว่าเรามีพื้นที่เล็กๆ ส่วนตัวจนชินแล้ว แล้วอยู่มาวันนึง ก็มีใครเข้ามาในชีวิต หลายๆ ครั้งก็ดี๊ด๊า... ด้า...ดี.ดาเลยล่ะ แต่พอสักพักนึงที่ความรักมันเริ่มจังจริงจังกับเรามากๆ เราก็กลัวว่า เขาเริ่มเข้ามาใน Space ของเราแล้ว เขาจะต้องเจอมุมวุ่นวาย มุม Sensitive  มุมน้ำขึ้นน้ำลง มุมเหงา มุมบ้าบอของเราแน่ๆ กลัวเค้าทนไม่ได้ กลัวเค้าไม่เข้าใจว่า " คุณเป็นอะไรของคุณ " 

        หลายคนนะที่ตกลงว่าเราคบกันแล้วนะ แต่พอเจอเรานั่งซึม จ๋อยไปคนเดียวโดยที่ไม่มีสาเหตุ อาจจะเป็นเพราะเราแต่งเพลงมาเยอะ แล้ว feel มันยังค้างอยู่ด้วยรึป่าว เราก็ไม่รู้  เขากจะพยายามเข้ามา "เป็นอะไรหรอ" ด้วยความเป็นห่วง ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่ได้เป็นอะไรนะ เพียงแค่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่อยากทำอะไร ไม่แสดงความรู้สึก เค้าก็จะเป็นห่วง เป็นห่วงมาก จากที่เราไม่เป็นอะไร ห่วงไปห่วงมาเลยกลายเป็นเลย

       สมมติ มีคนเข้ามาถาม "เป็นอะไรนอยด์หรอ ? " ก็เปล่านะ เราก็ไม่ได้เป็นอะไร จนเดี๋ยวก็มาถามอีกแระ สักรอบที่ 2 - 3 เราก็จะเอ่อ นอยด์แล้วนะ  เค้าก็คงจะเหนื่อยกับการที่แบบว่า " พี่หนึ่งเป็นอะไรมากรึเปล่า " จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรเลย ผมก็สงสารเค้าเหมือนกันที่คอยจะมาพยายามแก้ปมอะไร

      แต่การนิ่ง การเหงาของเรา บางครั้งมันก็เป็นความสุขนะ บางทีเราก็กลัวว่าเค้ามาคบกับเรา แล้วอยากเจอเราทุกวัน แล้วเราจะทำไงล่ะ ? เราก็นอยด์อีก  คือจะเอาอะไรแน่นอนกับพี่ไม่ได้เลย

     อย่างถ้าวันนี้พี่คิดถึงมาก พี่ก็จะคิดถึงแบบทะลักทลายเยอะแยะ บางวันชั้นอยากจะไปเดินจตุจักรคนเดียว ชั้นก็ไม่ชวนใคร เดินช็อปปิ้งคนเดียวสนุกกว่านะ แต่หลายๆ คนจะไม่เข้าใจ "


  A part of Work !

    กับ Sleepless Society ตั้งแต่อัลบั้มแรก จนถึง อัลบั้มนี้ ที่กำลังจะคลอด  Sleepless Society 3 พี่หนึ่งทำคนเดียวทั้งหมดรึป่าว? 

   หนึ่ง :  "  มีทีมงานมาช่วยทำ ทั้ง นักดนตรี Producer มาประกอบกัน แต่ Main หลัก คือพี่เอง อย่างใน D.I.Y. เราก็เป็นหัวหน้า แต่ชวนน้องมาช่วยกันคิด เราก็เลยรู้สึกว่าเปลี่ยนไปนะ  อย่างเวลาจะทำ Sleepless ไม่ว่าจะชุดไหนก็ตาม มันจะมีเมฆสีดำลอยเหนือคอนโดพี่ แล้วเราก็จะเหงากว่าปกตินิดนึง ด้วยตัวคอนเซ็ปต์งาน หรืออะไรบางอย่าง มันค่อนข้างต่างกัน Sleepless คือเพลงที่เป็นตัวแทนของคนขี้เหงา คนที่นอนไม่หลับ เราก็บิ้วท์ตัวเราให้มัน Deep ให้มันสุกงอม พอที่จะแต่งเพลงให้คนรู้สึกตาม "


   
    ก็จะแตกต่างจาก D.I.Y.มาก ?

   หนึ่ง :   "แตกต่างมาก คือพี่รู้สึกว่าพี่ก็ยังมีมุมเหงา แต่ไม่อยากให้คนรู้จักเราว่าจะต้องเหงาตลอดเวลา  ฉันก็ยังมีมุมที่ร่าเริงสดใสอยู่ในตัวอยู่บ้าง ยังมีมุมของความไม่รู้จักโตอยู่ในตัว พี่ว่า ตัวพี่ = เพลง = แฟชั่น  ทั้งหมดนี้คืออย่างเดียวกัน 

    พี่เป็นคนตามยุค ตามสมัย  อายุขนาดนี้ ก็ยังเป็นคนดูแลตัวเอง ไม่ได้ปล่อยเลยตามเลย ยังเปิดรับสื่อใหม่ๆ อะไรใหม่ๆ ปัจจุบันเค้าทำอะไรกัน  ไฮฟง ไฮ ไฟว์ เราเล่นหมด ชอบแต่งตัว ทำตัวเองให้ดูดี ทั้งหมดเลยก็คือแฟชั่น  พี่ไม่ปฏิเสธว่า พี่ชอบแฟชั่น  ชอบซื้อเสื้อผ้า ช้อปปิ้ง

     เพลงมันก็คือแฟชั่น มันคือเรื่องเดียวกัน มันก็หล่อหลอมออกมา เป็นเพลงของณรงค์วิทย์ด้วย "

  
     อย่าง D.I.Y. นี่ก็จะ Positive มากขึ้น ?

     หนึ่ง : " ในภาพโปรโมทหรือ look ของอัลบั้ม  D.I.Y. จะเห็นพี่เย้วๆ กับน้องๆ คือมันสนุก  อยู่ในลุคเสื้อยืด กางเกงยีนส์ไม่ต้องเยอะ ซึ่งลุค ใน D.I.Y. ก็คือลุคในชีวิตประจำวันของพี่ เพราะมันคือเสื้อผ้าส่วนตัว ชุดนี้พี่บอกเลยว่า ขอ ขอน้อยๆ ขอเป็นตัวเอง "




 
 หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์     กดดันไหม เพราะ logo พี่หนึ่งเป็นคนขี้เหงา แล้วใน Album ถัดๆ มา ความคาดหวังของคนฟังก็เริ่มมากขึ้น ?

     หนึ่ง :  " เครียดสิ ทุกงานที่เราทำยากหมด ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเก่งเลย พูดจริงๆ เรายังรู้สึกว่า โห...เราจะแต่งได้อีกไหมเนี่ย ? โจทย์เพลงเป็นโจทย์ยากเสมอสำหรับเรา  เวลามีคนเอางานมาให้ทำ เราจะทำได้ดีไหมแล้วเค้าจะชอบไหม ตลอดเวลาไม่เคยคิดว่าผลตอบรับจาก  Sleepless Society 1 - 2  หรือ  D.I.Y.จะดี

      พี่ไม่หลงไปกับชื่อเสียงหรืออะไรที่คนอื่นเขาให้มานะ  พี่ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนดังหรือเป็น Idol ของใคร คนอื่นจะมองเรา บวก หรือ ลบ ยังไงก็ได้  แต่พี่รู้สึกว่า ฉันก็เป็นนักแต่งเพลงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองชอบ อย่างอัลบั้ม together ของ เป็ก ออฟ ไอซ์ ซึ่งเป็นอัลบั้มล่าสุดที่พี่ทำ คนรอบข้างพี่น้อยคนมากที่จะเห็นมุมท้อแท้ มุมไม่มั่นใจของพี่ จะมีไม่กี่คนที่พี่โทรไปปรึกษาเรื่องานว่ามันดีหรือยัง ? 

      ด้วยงาน เป็ก ออฟ ไอซ์  เป็นงานที่ท้าทายที่สุดในชีวิตพี่ เพราะเรารู้ว่า 3 คนนี้ร้องเพลงเก่งมากๆ ทั้ง 3 คน  เราทำงานอยู่บนความคาดหวังของคนว่า 1. เพลงจะดี  2. จะต้องประสบความสำเร็จด้วย ทั้งหมดนี้มันกดดันเรามากกว่า เพราะถ้าทำแล้วมันแย่ คนก็จะรู้สึกว่า " เอามารวมกันทำไม "  ถ้าทำดีเลิศเกินไปแล้วยากไป คนฟัง ก็ฟังไม่รู้เรื่อง วิชาการเต็มไปหมด ก็จะโดนประชาทัณฑ์  การทำให้ของมันดีและขายได้ด้วยนี่ ...เครียดมาก

     แต่ที่สุดมันก็ออกมาและ ค่อนข้างแฮปปี้ อย่างน้อยเราเอางานไปส่งผู้ใหญ่ระดับ Board ที่ Grammy ก็ได้รับคำชม เวลาเราทำงานในขั้นตอนของเราเสร็จแล้ว มันก็จะสู่ขั้นตอนอื่นๆ ให้คนอื่นดำเนินการต่อ อย่างครูอู๋ เปรมจิตต์ เป็น Chorographer  ของ Album นี้ก็จะโทรมาชมว่า " ได้ฟังเป็ก ออฟ ไอซ์ แล้วนะ ทำได้ยังไง " เราก็จะ " อ๋อเหรอ "   ดีใจ หายเหนื่อย "

     ไอเดียการจับ 3 คนมารวมกันเป็นอัลบั้ม  เป็ก ออฟ ไอซ์ เริ่มมาจากพี่หนึ่งใช่ไหมคะ ?

   หนึ่ง :    " ใช่ พี่เป็นคนเข้าไปขอกับผู้ใหญ่ของทางแกรมมี่ ว่าขอทำ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันยากมาก แต่ก็หาเรื่องให้ตัวเอง " 

     ทำไมถึงต้องเป็น 3 คนนี้   เป็ก ออฟ ไอซ์  ?

   หนึ่ง :  " พี่ว่าเค้าเป็นนักร้องวัยรุ่นที่ร้องดี และอยู่ในกระแส คือแต่ละคนก็จะมีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกันเลย การที่จะจับมารวมกันแล้วหาความพอดี ให้มันอยู่ตรงกลางหายังไง ทำไงให้คนฟังไม่รู้สึกว่าทั้ง 3 คน มาแย่งกันร้อง มีความกลมกลืน และรู้สึกว่าท้าทาย ที่อยากทำเพราะมันท้าทาย ให้ความรู้สึกเหมือนเราสอบผ่าน ทุกวันนี้รู้สึกยืด ภูมิใจ เวลามีใครถาม ก็จะมีอัลบั้มนี้แหละที่กล้าอวด "

    
     ได้ไอเดียมาจาก แอม แหม่ม ปุ้ม (วงสาว สาว สาว ) รึเปล่า คะ ?

   หนึ่ง :  " อันนั้นแล้วแต่จะคิด เพราะตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ เรารู้อยู่แล้วว่ามี คนเม้าท์ แต่เราจะพิสูจน์ให้ดูว่า แล้วคุณจะไม่ได้เห็นอย่างที่คุณคิดหรอก คุณภาพงานมันจะกลบเรื่องเม้าท์ สุดท้ายแล้วคนก็จะดูที่คุณภาพงาน จะไม่มีเรื่องในทางอย่างนั้นให้เม้าท์ เพราะพี่ตั้งใจว่า เอาเหอะ จะเม้าท์ก็เม้าท์ไป "

       ความยากของการรวมเป็ก ออฟ ไอซ์ 3 คนไว้ด้วยกันอยู่ตรงไหน ? 

   หนึ่ง : " ยากตรงที่เราจะเกลี่ยน้ำหนักของทั้ง 3 คน ไม่ให้ใครเด่น ใคร ดร็อปมากเกิน พี่พรีเซนต์ เป็ก ออฟ ไอซ์ เป็นวง ก็ต้องมีความกลมกลืน และก็ต้องไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำในเวที และ อัลบั้มเด็ดขาด  เราต้องจัดสี จัดตำแหน่งให้พอดี ทำไงให้อร่อย  "

    กับการแต่งเพลงพี่หนึ่งจะแต่งเพลงจากตัวนักร้อง หรือจาก อารมณ์ ความรู้สึก ?

   หนึ่ง :  " เราจะรู้โจทย์ก่อนว่าเราจะทำอะไรให้ใคร พอถึงขั้นตอนการลงมือทำ เราก็เลือกอารมณ์ส่วนตัวของเรา อย่างของพี่จะมีดีกรี อารมณ์เยอะมาก ตั้งแต่ ร่าเริง ไปจน Deep เหงาสุดๆ  เราก็จะเลือกว่าแต่งให้นักร้องคนไหน  ถ้าแต่งให้เบล สุพล ก็ควรจะเลือกนี้นะ ถ้าเป็น ป๊อป แคลอรี่ บลา บลา  ก็ต้องเป็นอย่างนี้  สัญชาตญาณของนักแต่งเพลงมันจะเป็นตัวบอกว่าชิ้นไหน อารมณ์ไหนให้ใคร  "

หนึ่ง ณรงค์วิทย์     แสดงว่าพี่หนึ่งก็มีส่วนในการเลือกนักร้อง ?

   หนึ่ง :  " เลือกนะ อย่างเพลง ร็อค ๆ หนักๆ เพลงเพื่อชิวิต พี่จะแต่งไม่เป็น พี่ทำไม่ได้ก็จะปฏิเสธ กว่าเราจะสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ ซึ่งพี่เชื่อว่าก็มีคนติดตาม เราก็อยากให้เค้ารู้ว่าทุกงานที่เราทำออกไป มีคนติดตามแล้วเขา Happy ไม่ใช่ว่า ณรงค์วิทย์แต่งเพลงอะไร ?

       สำหรับพี่ เรื่องเงินมาทีหลัง ถ้าโลภมาก รับงานมาเยอะๆ เขียนๆ ตัวเองขายดี รับงาน รับเงินมาตอนนี้ก็ได้ แต่มันจะคุม Quality ไม่ได้ มันจะทำให้เราอยู่วงการนี้ไม่ได้นานหรอก ถ้าเราไม่รักษาคุณภาพงานและภาพพจน์ของเรา เหมือนกับเวลาเราแต่งตัว ถ้าพี่รู้สึกประเดิดนิดนึง พี่กลับมาเปลี่ยนเลยนะ ที่รู้สึกว่าการเดินออกไปนอกบ้าน เราก็อยากให้คนเห็นเราในมุมที่โอเค เพราะฉะนั้นงานก็เหมือนกัน เราก็อยากให้เขาเห็นในมุมที่โอเคของเรา "
   

    โจทย์ของนักร้องคนไหนที่ยากที่สุดคะ ?

   หนึ่ง :   " เบล สุพล ด้วยคนเรายิ่งสนิทกันมาก ก็จะยิ่งทำงานยาก เราจะรู้สึกว่า มันพอหรือยังที่เราแต่งให้ อย่าง  ป๊อป แคลอรี่ บลา บลา ก็คิดเลยว่า ฉันจะทำให้คนรักคนนี้ให้ได้  ป๊อป แคลอรี่บลา บลา ก็จะดูน่าสงสาร

  
  ไอซ์ ศรัณยู ก็จะสนุกสนาน ร่าเริง  แต่กับเบลเรารู้จักกันเยอะเกินไป ก็จะนอยด์ว่า กับคนอื่นเรายังทำให้ดีได้ตั้งเยอะตั้งแยะ แต่กับคนที่เราสนิทแล้วเราแต่งให้ กับเพลง " ถ้าในโลกนี้ไม่มี" ไม่ดังแล้วพี่จะรู้สึกแย่ ฉะนั้นกว่าพี่จะคิดเพลงนี้ออกมาได้ก็นาน ด้วยเราตั้งใจมาก "

   แต่ดูพี่หนึ่งจะแต่งเพลงที่ฉายตัวตนของพี่ช่า มาช่าได้ออกมาชัดมาก ?

   หนึ่ง :  " อย่างช่าก็คือ ทุกวันนี้เหมือนเพื่อนกัน จากเพื่อนร่วมงานในชุดแรก ก็มาทำงาน เป็น Producer ให้ในชุด In love จนมาถึงทุกวันนี้ เราคุยปัญหาเรื่องชีวิตมากกว่าการทำงานอีก  พอเวลาที่พี่แต่งเพลงปุ๊บ ช่าก็แทบไม่ต้องพูดอะไร ก็เหมือนกับว่าอัตโนมัติ ว่า อ๋อ ถ้าเป็นมาช่านะ ต้องทำงานแบบนี้ อย่าง ไม่อยากให้เธอไว้ใจ, รักยังไม่ต้องการ, Music Lover เนี่ยแหละ พี่รู้สึกว่ามาช่าร้องเพลงเร็วต้องเป็นแบบนี้ เหวี่ยงๆ นิดนึง " 

    จาก  D.I.Y.  เพลง ขอบใจนะ ดูเหมือนจะดังสุด?

  หนึ่ง :   " ใช่ เพราะมันเกิดกับทุกคน ไม่ใช่แค่พี่ ไม่ใช่แค่แพรว คนฟังก็ด้วย ไม่งั้นมันจะดังหรอ พี่เชื่อว่า คนเราไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้หรอก เวลาที่คนเราจีบกัน เราก็จะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้คนนี้มาเป็นแฟน มันมีความพยายามอยู่ สุดท้ายพอคบกัน ตัวตนก็จะออกมา ความพยายามก็จะหายไป แต่มันก็โอเคนะ อย่างน้อยเขาก็เคยพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเรา ก็เป็นการประชดประชันกลับไปอย่างสุภาพ เป็นเรื่องของเทคนิค สำนวน "

    พยายามจะบอกอะไรคนอื่นจากเพลงที่แต่งรึป่าวคะ ?

   หนึ่ง :  " โอ๊ย ด่าคนมาเยอะแล้วในเพลง ก็หวังว่าเขาจะได้ยิน ทั้งด่า ทั้งพูดให้เข้าใจ อย่างเพลง " คนดีๆ ทำไมไม่รัก " นั่นก็เรื่องจริง  อย่างเพลง " เธอรักฉันที่ตรงไหน " หรือ "ลาด้วยความเข้าใจ "  เราแต่งในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป แล้วถามว่า คนในเพลง  " เธอรักฉันที่ตรงไหน " มาเจอกันในวันนี้ พี่ก็เฉยๆ ไปแล้ว ไม่ได้เกลียด วันนี้เป็นน้องไปแล้ว อะไรต่างๆที่ผ่านมาแล้วให้อภัย  ถ้าเราคิดเป็นลบและฝังใจ มันเป็นทุกข์อ่ะ ทุกคนก็ผิดกันได้ เราต้องพยายามให้อภัย  แต่ฟังเพลงนี้ก็เตือนสตินิดนึง วันนี้ที่เจอกัน ก็ดูเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คงจะเป็นบทเรียนอะไรบางอย่างที่คิดได้ " 


หนึ่ง ณรงค์วิทย์




     เพลงที่แต่งได้เร็วที่สุด ?


   หนึ่ง :   " คือเพลง "รักคนธรรมดา " ที่แต่งให้ ดีเจ อ้อย นภาพร เนี่ยแหละ วันนั้นเมา กลับมาถึงบ้านตี 4 กำลังขึ้น Lift อยู่ดีๆก็ "เหนื่อยหน่อยนะที่มารักคนธรรมดาอย่างฉัน" มันวึ่บเข้ามาในหัว เหมือนเรากลั้นความคิดไม่อยู่ มันนอนไม่ได้แล้ว จนตี 5 นั่นแหละ เอาล่ะ   ตายเป็นตาย ก็เลยลุกมานั่งแต่ง ใช้เวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมง กับเพลงนี้รู้สึกอิน เพราะเราเข้าใจในความรู้สึกเพื่อน เพลงนี้แรงบันดาลใจมาจาก พี่อ้อย นภาพรกับ พี่ไนซ์  ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทพี่  พี่เรียกพี่ไนซ์ว่า " เฮีย " เรายังเคยยุเลยว่า "เฮียทำไมไม่จีบอ้อยล่ะ " เรารู้เบื้องลึกตั้งแต่ถอยไปจาก 0 ด้วยซ้ำ เรารับรู้ทุกอย่างมาตลอดเกือบ 10 ปีที่เป็นเพื่อนกัน เห็นตั้งแต่ยังเป็นเพื่อน และรู้ว่าปัญหาของเขาคืออะไร แล้วก็ยังเหนื่อยแทนอ้อย เคยคิดเหนื่อยแทนคนทั้งคู่ มาวันนี้ก็รู้สึกดีใจ ต้นตันใจไปกับวันดีๆ ของคนทั้งคู่ ก็เลยคิดว่าน่าจะให้ของขวัญ เราเองก็เป็นนักแต่งเพลง แล้ว 2 คนนี้ก็เป็นคนที่เรารัก เราจะซื้อดอกไม้ให้หรอ ? มันก็ไม่ใช่  ก็เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา แล้วแอบไปร้องมา คงไม่มีนักร้องคนไหน ถ่ายทอดเพลงนี้แล้วจะเข้าใจความรู้สึกได้เท่าตัวพี่เอง ต่อให้ไปเรียกนักร้องระดับ Super star มาร้องมันก็ไม่ใช่  ก็เลยตัดสินใจร้องเอง "

    เป็น Back Up ให้คนอื่นดังมานาน คิดดันตัวเองขึ้นบ้างไหมคะ ?

   หนึ่ง : " คนที่เห็นหน้าค่าตาเราก็เยอะมากขึ้นนะ ได้ร้องบ้าง แต่จะให้ดันตัวเองมาเบื้องหน้า พี่ไม่ชอบ พี่ชอบประมาณนี้ ไม่อยากเป็นคนดังมาก ยังอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ ทุกวันนี้ก็ดีใจที่มีคนรู้จักพี่มากขึ้น ตั้งแต่ Sleepless1 จนมา  D.I.Y. จนถึงทุกวันนี้ กราฟชีวิตอะไร หลายๆ อย่างกำลังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ  ดีใจนะ เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นคนมีชื่อเสียง หรือคนดัง ก็กลัวว่าถ้าคนรู้จักเรามากกว่านี้ เราจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปรึป่าว  พี่ก็ไม่ได้คิดเว่อร์ขนาดนั้น ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ อย่าไปจัดฉากให้มัน พี่ไม่ได้วางแผนให้กับตัวเองอะไรมากมาย ในวันนี้ยังแอบงงๆ กับตัวเองอยู่ว่า อืม เรามาทางนี้ได้ไง ยังเคยคิดว่า เอ๊ะ เราฝันไปป่าว " 

   A pArt of Sleepless 

หนึ่ง ณรงค์วิทย์  

  ตัวตนณรงค์วิทย์มีการจัดระเบียบความเหงาไหมคะ ?


  หนึ่ง :  " ไม่มี จัดไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นอารมณ์ ใครจะไปจัดให้มันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มันไม่ได้ บางที่อยู่ดีๆ ก่อนนอนก็นอนไม่หลับ น้ำตาไหลขึ้นมา มันผุดขึ้นมาได้ตลอดเวลา พี่ว่าไม่มีใครจัดระเบียบอารมณ์ตัวเองได้หรอก "
    

    ในวันนี้มีคนมาช่วยให้หายเหงายังคะ ?

 หนึ่ง :   " มีนะ แต่เป็นแบบพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ มากกว่า ไม่งั้นพี่จะแต่งเพลง " ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหนหรอ " คือไม่จำเป็นต้องมาเป็นแฟนกัน ไม่จำเป็นต้องรู้ งงๆ อย่างนี้ก็สนุกดีนะ แค่รู้สึกดีต่อกันก็พอแล้ว  หลายครั้ง หลายๆ คน ที่เราพยายามทำตัวเป็นแฟนกัน คบกัน พยายามรักกัน มันไม่เวิร์ค " 

   เมื่อไหร่ที่ ณรงค์วิทย์ จะไม่ Sleepless คะ? 

  หนึ่ง :   " คงยาก วันนี้มันเป็นตัวพี่ไปแล้ว สมมติต้องนอนเที่ยงคืน นี่ พี่เครียดเลยนะ พยายามไปเถอะ นอนไม่หลับ เราอย่าไปฝืนตัวเองเลย ถ้าจะนอนตี 4- ตี 5 ก็นอนไปเถอะ แต่นอนให้ถึง 6 -8 ชั่วโมง แล้วก็ดูแลตัวเองก็พอแล้ว" 





     มาถึงตอนนี้ อยาก ขอดูหน่อยค่ะ ใครเป็นประชากร Sleepless Society ไม่หลับไม่นอน และแสนเหงาสุดจิต สุดใจ ไหนใครบ้าง ขอ Show ตัว ดูพลังประชากรหน่อยค่ะ 




                                                                                           text : On Y Aommee
                                                                                           Photo : Lekaza


          โลโก้ ผู้หญิง












      



 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Tags,(ป้ายคำค้นหา)

หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่, ,

onyaommee
สร้างขึ้นวันที่ : 2008-05-15 17:52:28
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่, บทความล่าสุด
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,

อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

เจ้าพ่อหนังไทย ที่ไม่ใช่คนไทย แต่ยังไงสาวไทยก็ชอบ

หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,

ไมเคิล เฟลป์ส ฉลามหนุ่มฮ็อต โอลิมปิก 2008

เจ้าของ 8 เหรียญทอง ที่ทำสาวๆ ทั่วโลก กรี๊ดสลบ ขอบสระ

หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,

ภูเบศร์ มากะนิตย์

นายแบบที่มีไลฟ์สไตล์เมโทรตัวจริง

หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,

มีผู้หญิงที่ชอบนิตยสารแบบนี้บ้างไหม?

เห็นนิตยสารสมัยนี้นิยมหนุ่มเซ็กซี่ขึ้นปก อยากรู้ว่าสาวๆ ชอบหรือไม่ คิดเห็นกันยังไงครับ?

หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,

อี้ แทนคุณ จิตอิสระ

จาก"บทบาทตัวร้าย" สู่ "ผู้ชายที่อุทิศตัวเพื่อสังคม"

หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,

อ่านปากของชั้นนะ ว่า รักโต๋...

แล้วคุณล่ะ หลงรักหนุ่มน้อยคนนี้รึเปล่า ?



หน้า1  แสดงทุกหน้า

หน้าที่ : /1   | เรียงความคิดเห็น
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่จริงหรอกเราก็เหงามากค่ะเพียงแต่ไม่มีใครรู้เลยเพราะไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง
โดย : miyo.chi@hotmail.com ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-25 17:16:55
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 6
ชอบครับเพลงที่แต่ง แต่ผมว่าแนวรักจมปล้กมั่กๆๆ น่าจะแต่งเพลงแนวกำลังใจบ้าง เชื่อว่า รัก เป็นสิ่งสวยงาม แต่กำลังใจ กำลังความคิดสำคัญกว่า คุณ1 น่าจะทำได้นะครับ ผมรู้ 1 นะเหงาสุดๆ 1 เองก็ขาดกำลังใจ ในเมื่อไปรักคนอี่น หรือรักของตัวเองไม่สมหวัง ก้มาระบายออกมาเป็นเสียงเพลง รึ1 ว่าไง
โดย : กำลังใจ0817921x18 ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-22 16:51:42
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 5
พี่หนึ่งขา หนูชอบพี่หนึ่งมากๆเลยคะ ขอเป็นกำลังใจให้ตลอดไปนะคะ
โดย : มูนี่ ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-21 17:59:59
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 4
ชอบพี่หนึ่งมากแต่เพลงไพเราะ โดนใจมั่กมาก(คุณฟองเบียร์ด้วยนะเพลงคุณเจ๋งมาก)
โดย : m ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-20 16:02:21
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 3
ชอบพี่หนึ่งง ค่ะ ติดตามผลงานพี่เค้า ตลอดเลย..ปล. ยัยคนถามเนี้ย หัดถามอะไรแปลกใหม่ บ้างนะค่ะ ถามแบบเดิมๆ เบื่อ ถามให้มันมีอะไรที่แปลกกว่า หนังสือ นิตยสารได้ไหม๊ ค่ะ อ่านแล้วก็ แค่บทสัมภาษ์ ธรรมดา ..
โดย : หญิง พีช ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-20 15:18:04
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 2
ชอบพี่หนึ่งมากๆเลยคะ
โดย : pat ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-16 19:10:50
หนึ่ง, ณรงค์วิทย์, เป็ก, ออฟ, ไอซ์, แค่คนโทรผิด, D.I.Y., แกรมมี่,
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบเพลงพี่หนึ่งมากครับ ติดตามผลงานตลอดและต่อไปเรื่อยๆครับ
โดย : mmm ( Guest ) ( guest )
วันที่ : 2008-05-16 00:12:40
หน้าที่ : /1 เรียงความคิดเห็น




แสดงความคิดเห็น

ตอบกระทู้นี้ครับ ( สิทธิ : คอมเมนต์ เฉพาะสมาชิก )
ชื่อ
รายละเอียด
รูปภาพ รูปโพสได้เฉพาะสมาชิก

กระเป๋าสตางค์เท่ๆ แนวๆ

ช้อปราคาเบาๆ ที่ถนนข้าวสาร

เมย์ พิชญ์นาฏ

ส่ายโชว์ superstar

อัพเดท รองเท้าส้นตัน

หรือรองเท้าเตารีด กลับมาฮิตอีกแล้ว

Items สุดล้ำจากญี่ปุ่น !!

ของแปลก แต่เจ๋ง ที่คุณไม่รู้จัก

Women Expert

Hair Style

My Style

Flash Game

ผู้หญิง เกม แฟลช

Advertising

สวยใสสไตล์ดารา...

ครีมหน้าขาวใส ที่ดาราใช้กัน

แจกครีมฟรี Beautiful

ร้านขายดีอันดับ1ฉลองยอดขาย แจกครีมฟรี จริงๆ ด่วน!!! คลิกเลย

Sweet Looking Club คลับความงามพร้อมเสริพถึงบ้านคุณ

สินค้าแนะนำกลูต้าไธโอนปรับผิวขาวภายใน 7 วัน สนใจคลิกเลยจ้า

แฉ....วิธีลดน้ำหนักอย่างถาวร รับรองผล100%

"ในเดือนแรกน้ำหนักดิฉันลดลงได้ 5 ก.ก. 3เดือนลดลงได้ 12 ก.ก. ผอมแล้ว ผอมเลย

อยากลดน้ำหนัก 8กิโล ใน 1เดือน ไหมลดน้ำหนักแบบถาวร ไม่กลับมาอ้วนอีก

รับประกัน ผลลัพธ์คืนเงินใน 30วัน

"B-Vite" ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวขาวเนียนใส เปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ

LCA…สุดยอดผลิตภัณฑ์ หนึ่งหยดก็สดใส เห็นผลดีจริง จึงกล้าบอก ลดเลือนริ้วรอย กระชับ ดูอ่อนวัยใสกระจ่าง

Bio-Pro หยดน้ำมหัศจรรย์