ส.ป.ช.
สร้างเสริมประสบการณ์(ตลอด)ชีวิต
จะเปิดเทอมอีกแล้วคงหนีไม่พ้น อาการเบื่อเรื่องฝนตก รถติด และก็เด็กๆ ใส่ชุดนักเรียนใหม่ น่ารักๆ มีคุณพ่อคุณแม่ไปส่งถือกล่องข้าวกระติกน้ำ ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ ที่เราต้องไปจดตารางสอนในวันแรกว่ามีวิชาอะไรบ้าง เช่น เลข ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และที่พลาดไม่ได้กับ อักษรย่อ ส.ป.ช. (ซึ่งพอตอนโตอักษรย่อพวกนี้เยอะมากในชีวิต)
ส.ป.ช. ย่อมาจาก สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เดี๋ยวนี้มันยังมีอยู่รึเปล่านะ ในตำราเรียน คุณครูสอนเราตอนเด็กๆ ว่าในสังคม นอกจากเรื่องพื้นฐานการใช้ชีวิตแปรงฟันก่อนเข้านอน กินอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว เราต้องรู้จักมารยาทพื้นฐานในสังคม ทักทาย ขอบคุณ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ขอโทษ และให้อภัยกันซึ่งจะทำให้ชีวิตเรามีความสุข อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
พ.ศ. 2550 คุณเคยไหมที่บังเอิญเดินชนใครหรือเหยียบเท้าใครเข้าโดยไม่ตั้งใจ แล้วคุณกำลังอ้าปากจะกล่าวคำว่าขอโทษในมโนคติที่รู้สึกผิด แต่...คุณก็ถูกสวนกลับด้วยคำสบถ ด่าทอ โดยไม่ได้ตั้งตัว ณ ความรู้สึกนั้นคุณคงรู้สึก
1 แย่!!! ว่ะ ก็ขอโทษแล้วจะให้เหยียบคืนรึไง เอาไหม? แต่ก็กล่าวขอโทษ
2 เค้าคงเจ็บยิ่งกว่าที่เราคิด ก็เราผิดเอง แต่ไม่ได้ตั้งใจหนิ ทำไมต้องด่ากันด้วย

ถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่ามันอยู่ระหว่างเส้นอารมณ์และเหตุผล
หากเราใช้เหตุผลและสำนึกที่บริสุทธ์แบบตอนเด็กๆ ที่ครูบอก การขอโทษ เป็นการแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้น
การให้ อภัย เป็นการแสดงน้ำใจที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์
แต่หากเราใช้เพียงอารมณ์ตัดสินจะเกิดอะไรขึ้น????
คนที่โดนเยียบเท้าก็คงบ่นสารตะ หรือด่าไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเหมือนต้องการล้างแค้นมากกว่าที่คิดเรื่องการให้อภัย
คนเหยียบก็โกรธตอบและต้องการตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน...เจตนาที่ไม่ตั้งใจกลายเป็นต้องการเอาชนะ และทะเลาะกันในที่สุด
สุดท้ายวิชา ส.ป.ช. ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตที่มันตรงกับสมการเมื่อ ขอโทษก็มีเรื่อง การให้อภัย ควบคู่กันไป แล้วทำไมชีวิตจริงกับในตำราเรียนถึงต่างกันขนาดนี้
วันก่อนดูรายการ THINK TANK ถังความคิด เค้าบอกว่า เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแวงกันมันเกิดจากความเข้าใจผิด และสื่อสารที่ไม่ชัดเจน จากเมื่อก่อนคนเดินถนน เดินชนกัน เพียงเขาเห็นสีหน้า และได้ยินคำพูดขอโทษสั้นๆ และเดินจากไป คนเราก็เข้าใจกันได้ในเจตนาที่ไม่ตั้งใจหรือการยอมรับผิด


แต่เชื่อมั๊ยว่า... เมื่อคนเราก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี ถึงยิ่งห่าง ก็ดูเหมือนยิ่งใกล้ ใครจะไปรู้ว่านี่แหละ คือความใกล้เสมือนจริง เพราะตัวเราก็ยังอยู่ห่างกันอยู่ดี และก็มีอะไรกั้นกันอยู่ดี ไม่ต้องไกลมาก แค่บังเอิญคันอื่นขับรถปาดหน้ารถคุณโดยไม่เจตนา แค่ในกระจกกั้นนั่นแหละ เชื่อมั๊ยล่ะ ร้อยทั้งร้อย ก็ต้องหลุดปากผรุสวาทออกมากันทั้งนั้น รึคุณจะเถียง ? ! แต่คนขับรถคันนั้นก็อาจจะขอโทษคุณทางสายตาและคำพูดออกมาแล้ว แต่คุณไม่เห็นและไม่ได้ยิน ! (ซึ่งบางทีก็เห็นแระ แต่ชั้นไม่รับ ใครจะทำมะ ?) ก็เพราะแค่กระจกกั้นเนี่ยแหละ 
กับบางครั้งในช่วงหนึ่งของชีวิต ทุกคนต้องมีปัญหาปากเสียงกับคนใกล้ตัว โทรไปคุยกันเท่าไหร่ก็ ไม่ถูกรูหูแหะ โวลุ่มเสียงก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าแบตเตอรี่จะหมดไปข้าง ชั้นก็ไม่มีวันวางสาย จนกว่าจะได้บทสรุปว่าใครชนะ แต่เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นน้ำตาอยู่รึเปล่า หรือกำลังอึ้งกับถ้อยคำที่ต่างเอามาสาดทำร้ายกัน เคยไหม...การคุยโทรศัพท์ที่ดูเหมือนยิ่งทำให้คุณไกลกัน ? ลองรอเวลาให้ผ่านพ้น เมื่อทุกอย่างคือ สติ คือ เหตุผล เมื่อนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เรื่องราวคลี่คลาย ณ เวลานั้น ทางออกที่ดี ก็คือหันหน้ามาเจอกันเป็นๆ (เจอกันเป็นๆจริงๆ นะ ) เพราะไม่มีอะไรดีกว่าการที่คุณได้เจอกันจริงๆจังๆ ได้พบหน้า สบสายตา ได้พินิจพิเคราะห์ด้วยประสาทสัมผัสทุกส่วนของตัวคุณเอง ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพียงเพราะความเข้าใจผิด การบกพร่องทางการสื่อสาร หรือเพราะอะไร?
ที่ทำงาน เรารับข่าวสารจากคนอื่นๆ แล้วไม่ได้กรองข้อมูลหรือสอบถามจากเจ้าตัวถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในเชิงวิเคราะห์สร้างสรรค์ แต่ก็เชื่อเรื่องนั้นไปแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือหัวข้อ MSN ที่กระแทกแดกดัน ทั้งๆ ที่ห่างกันแค่คอกกั้น มันทำให้เราอะไรๆ ดีขึ้นหรือเปล่ากับการซ้ำเติมคนอื่น แล้วกระทู้ที่รุมประณามด่าดารงดาราที่ตกเป็นเหยื่อข่าวอีกนั่นแหละในอินเตอร์เน็ต มันจริงแค่ไหน..เราก็ไม่รู้

นี่แหละสิ่งที่สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ที่เราเรียนรู้กันไม่เคยหมด ทั้งชีวิตนี้จะเจอทั้งดี และร้าย บางครั้งเราอาจมองว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว แต่ก็ไม่ถูกใจใครทุกคน หากทำดีที่สุดแล้วก็จงตั้งอยู่บนความเป็นกลาง เพราะความเป็นกลางมีทั้งประโยชน์และโทษ ผู้พึงมีปัญญาพึงได้ประโยชน์จากทุกภาวะแห่งความจริง.
ขอบคุณค่ะ คุณครู ส.ป.ช.
mollyboo
รูปหล่อ กล้ามใหญ่ หนุ่มไหนน๊า..จะเฮลท์ตี้สุดๆ
เห็นแล้วต้องตาร้อนกับภาพและตัวตนที่เค้าเป็น เดนนิส โอ
รวมทุกความลับ ทุกภาพที่คุณไม่เคยพบเห็น
ลีลาการเตะบอลของแต่ละทีมก็ไม่ต่างจากลีลาการจีบของคุณผู้ชาย
วันนี้เจ๊สงสัย ว่าแฟชั่นว๊อบๆ แวมๆ แบบนี้มันดูแล้วให้อารมณ์ไหนกันน๊า
ผู้ที่กล้าปฏิวัติแฟชั่น สำหรับผู้หญิง
/4
| เรียงความคิดเห็น
อั้ม - พัชราภา ใครว่าเธอ เซ็กซี่ ตลอดเวลา
ในที่ทำงานให้หมดสิ้นไป
เทรนด์นี้ เก๋กู๊ด แรงล้ำ!
ผู้ชาย เขาชอบแบบนี้กันนะ