คำแนะนำสำหรับการสระผมที่ถูกวิธีคือ
** ก่อนสระผมด้วยแชมพู ให้ล้างผมด้วยน้ำเปล่า เพื่อชะสิ่งสกปรกบนเส้นผมออก
** ชโลมแชมพูให้ทั่วศีรษะ อย่าเทแชมพูบนหนังศีรษะโดยตรง
** นวดศีรษะอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเกาด้วยเล็บหรือขยี้แรงๆ
** ล้างแชมพูออกให้สะอาดหมดจด
** เช็ดผมให้แห้ง อย่าดึงหรือกระชากผมอย่างแรง หากจะใช้เครื่องเป่าผม ควรถือให้ห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต
** ไม่ควรเข้านอนขณะที่ผมยังเปียก อาจทำให้เกิดเชื้อราหรือทำให้ปวดศีรษะได้
** หลีกเลี่ยงการสระผมตามร้านเสริมสวย ซึ่งช่างมักจะสระอย่างแรง ทีละ 3 - 4 ครั้ง ไม่ดีต่อสุขภาพหนังศีรษะแน่ๆ
สระผมอย่างไรให้ได้ประโยชน์
คนที่เส้นผมสุขภาพดี ไม่มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ คงไม่ต้องกังวลกับการสระผมนัก แต่สำหรับคนที่มีปัญหา ต้องพิถีพิถัน คนที่หนังศีรษะมัน ควรสระผมบ่อยๆ หรือทุกวันเพราะการปล่อยให้หนังศีรษะมันมากๆจะเกิดการสะสมตัวของแบคทีเรีย มีผลให้เซลล์รากผมอ่อนแอ และเส้นผมหลุดร่วงง่าย ส่วนคนที่หนังศีรษะแห้ง ควรสระผมให้น้อยลง ประมาณ 2 3 วันต่อครั้ง
แชมพูที่มีขายในท้องตลาดมักโฆษณาว่ามีส่วนผสมของสารบำรุงอย่างนั้นอย่างนี้ ความจริงสารเหล่านั้นให้ประโยชน์กับเส้นผมน้อยมาก เพราะมันอยู่บนศีรษะเราเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ยังไม่ทันออกฤทธิ์ก็ถูกล้างออกหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสนใจมากนัก
ที่น่าสนใจก็คือ ส่วนประกอบในแชมพูที่ผู้ผลิตมักไม่อ้างถึงคือ สารชะล้าง ซึ่งทำให้เกิดฟอง สารเหล่านี้มักจะระคายเคืองต่อผิวของคนที่มีปัญหาหนังศีรษะ แม้แต่ในแชมพูเด็กหรือแชมพูสมุนไพรก็มีสารประเภทนี้เช่นกัน คนที่หนังศีรษะอ่อนบางจึงมักเกิดอาการแพ้ คันหรือเป็นรังแค จนต้องเลิกใช้ไป ทางที่ดีคือ ควรเปลี่ยนมาใช้แชมพูที่ไม่มีสารชะล้าง ซึ่งราคาแพงกว่าในท้องตลาด และมีขายเฉพาะตามคลิกนิกหรือศูนย์ที่ดูแลเกี่ยวกับเส้นผมโดยเฉพาะ
เรื่องจาก นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 30
kewrite
ทริคง่าย ๆ สำหรับสาวๆ
แต่งแบบไหนเก๋กู๊ดดูดีมาดูกันเลยจ้า
ใครที่รู้ตัวว่ามีริมฝีปากดำ แล้วอยากให้เป็นสีชมพู
ใครอยากมีผิวสวยแบบง่าย ๆ
เล็บสวยงามอวดได้ไม่อายใคร
อบเชย+น้ำผึ้งแก้สิว
/1
| เรียงความคิดเห็น
ฮิตสั่งตรงมาจากฮอลลีวู้ด
ตามเดือนเกิด
จากเหล่าดารา สุดฮ็อต ทั่ววงการ
สำหรับวันเร่งรีบ มิ๊กซ์ไม่ทัน ก็เอาอยู่