"Me Myself ขอให้รักจงเจริญ"
หากวัดกระแสหนังไทยมาแรงโค้งล่าสุด "Me Myself ขอให้รักจงเจริญ" หนังเรื่องแรกของผู้กำกับผู้รักเมีย(ม๊ากมาก) อย่งพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ น่าจะนำลิ่วติดโผอย่างโปร่งใส ด้วยพล็อตเรื่องความรักของเพศที่หนึ่ง สอง สาม อันชวนติดตาม บวกกับได้นักแสดงอารมณ์ติส "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" มาพลิกบทบาทอันท้าทาย พร้อมกับนักแสดงสาวหน้าใหม่"น้องแอม ฉายนันท์ มโนมัยสันติภาพ" มาสวมบทนางเอกครั้งแรกกับหนังเรื่องแรกในชีวิต

เหตุผลปลงใจที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน Me Myself
อนันดา : พี่อ๊อฟเลย เหตุผลคือพี่อ๊อฟล้วนๆ ผมชอบพี่อ๊อฟอยู่แล้ว รู้ว่าถ้าพี่อ๊อฟทำหนังมันต้องมีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรต้องห่วง นี่แหละ! คือหายห่วงนะ ไม่คิดมากอะไร ไม่เปลืองตัวอยู่แล้ว คือเค้าใช้เราในทางที่ถูกต้องอยู่แล้ว
แอม : คือตอนนั้นแอมเพิ่งเรียนจบ(นิเทศ จุฬา)เป็นช่วงหางานทำ บังเอิญผู้ช่วยผู้กำกับเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัย เค้าก็ชวนมาแคส พอได้ ก็นะ ดีเลย ดีใจด้วย ว่างงานงัยช่วงนั้น(หัวเราะเสียงใส)
ร่วมงานกันครั้งแรกด้วย ลองพูดถึงกันซักหน่อยนะ
อนันดา : น้องเค้าน่ารัก นิสัยดีเลยล่ะ ผมชอบนิสัยน้องเค้านะ ตรงๆคิดไรก็พูดอย่างงั้น ไม่เสแสร้งหรือห่วงภาพลักษณ์อะไรเลย
แอม : คือก่อนหน้านี้ที่ไม่รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัว ก็เฉยๆธรรมดา ตอนแรกที่เจอก็ไม่กล้าคุยแต่หลังเจอกันบ่อยขึ้น อนันดาเค้าเป็นคนคุยง่ายน่ะ(ยิ้มนิ่งคิด)คือคุยเล่นไปกับทุกคน สบายๆไม่ถือตัว รู้สึกดีกว่าตอนที่ไม่เคยรู้จักเค้าด้วยซ้ำ(อมยิ้ม)
มาถึงพล็อตเรื่องโดยรวม Me Myselfเกี่ยวกับ...
อนันดา : เป็นคอมเมดี้ ที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ตอนแรกที่คุยกันกะจะทำเป็นคอมเมดี้ฮาไปเลย เพราะว่าเรื่องราวมันนำไปสู่ความผกผัน ตัวเอกความจำเสื่อมแล้วมันจะทำอะไรเปิ่นๆไง พอเริ่มถ่ายพี่อ๊อฟเค้ามาเปลี่ยนสไตล์เป็นหนังรัก เป็นโรแมนติก ดราม่า ไรเงี้ย
ความรู้สึกที่กับสคริปต์หนังเรื่องนี้
อนันดา : ผมชอบสคริปต์เรื่องนี้มาก มีหลายเรื่องที่ผมอาจพูดไปงั้นว่าเออ สนุกดี แต่เรื่องนี้ชอบจริงๆ(น้ำเสียงยืนยัน)ผมชอบไอเดีย ที่เค้าบอกว่า เนี่ย ผู้หญิงกับผู้ชาย เป็นธรรมชาติใช่มั้ย แล้วพอมาให้ตัวผู้ชายผิดธรรมชาติ แค่เนี้ย! สามารถเป็นเรื่องที่แบบว่า..โอ้โห ไม่ถูกต้องในสังคม ไม่ถูกต้องในแง่เพศ แต่สุดท้ายพอเราตัดทุกอย่างปราศจากเรื่องเพศ กฏเกณฑ์ สังคมต่างๆ ก็จะเหลือแค่สองคนเนี้ยะ ในโลกที่ผมว่า งั้นเค้าก้รักกันได้สิ? เค้าต้องรักกันได้สิ
คาแรกเตอร์ของทั้งคู่เป็นประมาณไหน
อนันดา : ผมรับบทเป็น "แทน" เป็นคนมีความรัก ทั้งในขณะที่เป็นผู้ชายและในขณะที่เป็นสาวประเภทสอง(ยิ้มอารมณ์ดี)ตอนเป็นสาวประเภทสองก็มีแฟนเป็นผู้ชาย พอความทรงจำหายไปก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเคยเป็นไรมา รู้แต่ตอนนี้เป็นผู้ชายแหละ ได้เจอนางเอก แล้วก็เกิดเป็นความรักอย่างผู้ชายรักผู้หญิง
แอม : ในเรื่องแอมรับบท "อุ้ม" ผู้หญิงที่ผิดหวังกับความรัก เพราะถูกแฟนทิ้ง และไม่มีความั่นใจในตัวเอง
ต้องเตรียมพร้อมกับบทที่ได้รับอย่างไรบ้าง
อนันดา : ก็มี Acting class เป็นปกติทั้งผมและแอมประมาณเดือนหนึ่งก่อนเปิดกล้อง ตัวผมต้องเรียนเต้นด้วย เพราะมันมีซีนที่ต้องเต้นคาบาเร่ย์ ต้องเต้นแบบเป็นสัญลักษณ์ของเพศสองเพศไรเงี้ย มีหัดใส่ส้นสูง(หัวเราะเบาๆ)ก็ใส่เดินไปเดินมาให้ชิน แต่ไม่ถึงกับว่าอยู่บ้านก็ใส่เดินไปเดินมาทั้งวัน ไม่ถึงขนาดนั้น(ยิ้มๆ)
ฟังๆแล้วน่าจะมีซีนที่ หนัก(ใจ)สุดของแต่ละคน
อนันดา : (ตอบทันควัน)หนักใจเรื่องเต้นล้วนๆ ผมเป็นคนที่ไม่เต้นอยู่แล้วไง แล้วต้องมีบทที่เต้น contempary dance มันต้องเต้นเหมือนคนที่เรียนเต้นมาน่ะ ไม่ใช่เต้นมั่วๆ เราก็เป็นห่วงว่ามันจะไม่ดี(ลากเสียงหนักยาวได้อารมณ์ความหนักใจ)เป็นห่วงว่ามันจะไม่สวย เป็นห่วงขนาดอยากให้มี stand in ด้วยซ้ำ กลัวไม่เนียนไง(ทำหน้าซึเรียส)
แอม : ฉากเมา(ยิ้มขำ)คือเราไม่ได้กินเหล้าอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องเล่นว่าเมาอยู่ไรเงี้ย ก็เลยยากกกกที่จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ แล้วมันไม่ใช่เมาแบบนักเลงไง ต้องเมาแบบนางเอก(หัวเราะ)เมาให้สวย ยากออก ฮา...
ซีนที่ถ่ายทำกันนานสุด เป็นซียเดียวกับที่หนักใจเปล่า
อนันดา : ของผมใช่ คือซีนเต้นเนี่ย มีซีนเดียวในเรื่อง แต่ซีนนี้ซีนเดียวถ่ายทำกัน 1วันเต็ม คือผมคุยกับพี่อ๊อฟด้วยว่าไหนๆก็เรียนมาขนาดนี้แล้ว เอาให้ดีไปเลย ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเหนื่อย เอาให้มันดีที่สุดเท่าที่จะดีได้
แอม : ถ้าของแอมเอาเป็นเทคบ่อย ส่วนมากจะเป็นซีนที่ทำอะไรหลายๆอย่างในฉากสั้นๆน่ะ อย่างแอมปิดประตูนะ แล้วต้องหันมาตรงนี้ แล้วต้องใส่รองเท้า แล้วก็วิ่งออกไป ไรเงี้ย(หัวเราะ)คือตอนถ่ายมันจะจำไม่ค่อยได้ ก็หลายเทค คือจังหวะมันไม่เป๊ะ ไม่พอดีกับมุมกล้อง อย่างนั้นซะมากกว่า
ขอถามซีนประทับใจบ้าง
อนันดา : (ยืนยันเป็นมั่นเหมาะ)ซีนเต้นเลยเหมือนเดิม ทำเสร็จแล้วรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ที่สำคัญคือเรากล้าทำไง ทำดีหรือไม่ดีไม่รู้นะ แต่เรากล้าทำงัย เอ้ย กรูเต้นแล้ว กรูเต้นให้ดูไรงั้น(หัวเราะขำๆ)
แอม : เป็นตอนที่พระเอก คือ แทนเค้าเพิ่งรู้ว่าเค้าเคยเป็นเกย์มาก่อน เค้าอยู่ในอารมณ์สับสน ซีนนั้นแอมเล่นแค่รับผ่านหลังให้เค้า กล้องอยู่หลังแอมไม่เห็นหน้าแอม แล้วอนันดาเค้าเล่นแล้วร้องไห้ แบบร้องจริงๆ โหย...แอมก็ยืนร้องไห้ไปด้วย คือมันอินมากอารมณ์นั้น กลายเป็นซีนที่ชอบสุด
ถ้าเหตูการณ์ในหนังมันเกิดขึ้นกับตัวเรา จะจัดการกับจิตใจตัวเองยังไง
อนันดา : อืม...ผมนะ เอางี้ ตอบงี้ ไอ้ผู้ชายคนนี้ อดีตจะเป็นไงก็ช่างเหอะ อาจจะเคยรักผู้ชาย มาก็ได้ ก็แล้งไง แต่ปัจุบันรักคนเนี้ยะ
แอม : นิ่งคิด)ถ้าเกิดขึ้นจริงก็คงลำบากใจมาก เรารักเค้าแล้ว สิ่งที่คิดว่าจะทำคงเป็น...เป็น...คงคุยกับตัวเองก่อนว่าเราจะมีแฟนที่เคยเป็นเกย์ เป็นนางโชว์ ไรเงี้ย สำคัญคือให้คนรอบข้างครอบครัวเข้าใจด้วยเอาแค่คนสำคัญกับชีวิตของเราเข้าใจเรา คนอื่นจะอย่างไง เเอมคงไม่ไปสนใจมาก มันจะปวดหัว
พูดถึงพี่อ๊อฟ กับบทบาทผู้กำกับหนังเรื่องแรก
อนันดา : พี่อ๊อฟ เป็นผู้กำกับที่ไม่ดุเลย สนุกจะตาย (นิ่งคิดแล้วยิ้ม)เค้าเป็นคนติ๊งต๊อง นิดหน่อย ขำๆ ไปเรื่อยเปื่อย ฮาๆ แต่ผมรู้ว่าเค้าตั้งใจกับคนละอย่างมาก ทำงานเค้าเอาจริงแต่เอาจริงไมได้แปลว่าต้องเครียด เค้าอยากให้บรรยากาศในกองสบายๆ ว่างๆ เค้าก็ดูพระไปเรื่อยๆ แหละทั้งวัน พระมั่ง มอนิเตอร์มั่ง อยู่เงี้ย ฮา...
แอม : แอมนะ ตอนแรกๆเพื่อนขู่กันใหญ่ว่าเนี่ย...เค้ากำกับละคร เค้าดุนะ ไรเงี้ย แอมก็นึกกลัวก่อนแหละพอมาที่กองถ่ายกันจริงๆเค้าไม่ดุเลย ตลก ชอบเล่นมุข ใจดี(ยิ้มหวาน)
ฝากถึงใครหลายคนที่กำลังตัดสินใจจะไปดู
อนันดา : อืมเป็นหนังรักที่น่าดู ก็ไม่น่าตัดสินใจยากนะ ถ้าชอบหนังรัก ก็ลองไปดูแค่นั้นเอง
แอม : แอมว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจ คือตัวแอมและนักแสดงทุกคนชอบสคริปต์ของเรื่องมาก อีกอย่างมีทั้งคอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่า คือเรื่องหนังมันต้องดูเอง ให้ใครมาบอกไม่ได้หรอก (อันนี้จริง!เห็นด้วยอย่างแรง)
จบบทสนทนาที่ว่ากันด้วยเรื่อง Me My self ขอให้รักจงเจริญ เรื่องต่อไปก็อยู่ที่ว่าใครจะไปพิสูจน์กันเอาเอง ไม่แน่ใจว่าเวลาต่อมา...มันอาจจะกลายเป็นหนังรัก ที่เธอหลงรักเข้าก็ได้ ใครจะไปรู้
ขอบคุณบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร candy for teens
mollyboo
จากนิตยสาร First
แฟชั่นจากนิตยสาร พลอยแกมเพชร
จากนิตยสาร Mix Magazine
จากนิตยสาร สุดสัปดาห์
แฟชั่น จาก นิตยสาร ผู้หญิง
แฟชั่น จาก นิตยสาร FHM
/8
| เรียงความคิดเห็น