พระเอกหนังหน้าใหม่ “บอย-สิทธิชัย ผาบชมภู”

Home / Amazing Men / พระเอกหนังหน้าใหม่ “บอย-สิทธิชัย ผาบชมภู”


พระเอกหนังหน้าใหม่ บอย-สิทธิชัย ผาบชมภู


นักร้องดีกรีรองแชมป์แห่งบ้านอะคาเดมี่แฟนเทเซีย ซีซั่น 3
ไม่ประมาทกับชีวิต ไม่คิดหวังสูง นี่คือ “บอย” ตัวจริง


          ตอนที่เล่น ตั๊ดสู้ฟุด มีคนบอกว่า บอย เอเอฟ 3 (สิทธิชัย ผาบชมภู) นั้น “แต๊บแมน แอ๊บหวาน” เพราะซ่อนความเป็นชายไว้มิดชิด เพื่อคนจะได้คิดว่าเขาเป็นตุ๊ดตามบทบาทที่ จตุรงค์ พลบูรณ์ (จตุรงค์ มกจ๊ก) ผู้กำกับฯ มอบให้ และเมื่อหนังเรื่องนี้เข้าฉาย หลายคนที่ดูก็บอกว่าเขาแอ๊บได้ดีเกินคาด “ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้” พระเอก เอ,รึที่ถูกต้องเป็นนางเอก ซึ่งเพิ่งรับงานแสดงภาพยนตร์เป็นเรื่องแรกเปิดใจยิ้มๆ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น-เพราะวันแรกแค่ซีนสั้นๆ ประมาณว่าให้เดินตกบันไดแกล้งอ่อยผู้ชาย เขาก็ใช้เวลาตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่ายสอง “เปลืองฟิล์มมาก…ทำไม่ได้สักที” บอยสารภาพเล่าด้วยว่า หลังจากผลาญฟิล์มกองถ่ายไปเยอะ พอกลับถึงบ้านวันนั้น เขาก็นอนไม่หลับ จึงไปนั่งท่องบทแล้วก็ซ้อมๆ ๆ อยู่หน้ากระจก-เป็นเช่นนั้นอยู่หลายวัน จนน้ำหนักหายฮวบไปทีเดียว 5 กิโล




          ความจริงก่อนหน้าจะเข้ากล้อง บอยว่า เขาก็อุตส่าห์ไปร่ำเรียนวิทยายุทธ์ ให้ “ป้าแจ๋ว” ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ สอนอยู่ 1 เดือน ได้เรียนรู้ทั้งการวิเคราะห์บท การตีโจทย์ไปแต่ละคำ ว่าควรมีความรู้สึกอย่างไร ใช้น้ำหนักเสียงแบบไหน ซึ่งก็คล้ายๆ กับตอนเรียนร้องเพลง

          “จะมายากก็ตรงบทเป็นตุ๊ดนี่แหละ โดยเฉพาะท่าทาง การวางมือ กรีดนิ้ว ยืน เดิน จับแก้วน้ำ” ซึ่งพอเห็นลูกศิษย์บ่นว่ายาก ครูก็มีคำแนะนำพิเศษให้ “ป้าแจ๋วบอกว่าเคล็ดลับการเป็นกะเทยนั้นไม่ยาก แค่ให้คิดว่าตัวเองสวย ทำหน้าเริ่ดๆ เชิ่ดๆ แล้วก็มีอารมณ์ชอบผู้ชาย คิดว่าตัวเองสวยเข้าไว้” โอ้โฮ นั่นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ “ก็แหม!! มองตัวเองยังไงก็ไม่สวย แถมไม่เคยมีจิตใจชอบผู้ชาย ชอบแต่ผู้หญิง ทำอย่างไรล่ะทีนี้”




          คิดว่าจะแย่เสียแล้ว แต่พอ 1 เดือนผ่านไป… “ที่บ้านงง เฮ้ย!! ทำไมบอยเดินก้นบิด จะจับแก้วนิ้วก้อยก็กระดก ติดไป จนพี่ๆ ทีมงานแซวเป็นอ๊ะเปล่าเนี่ย” เล่าแล้วรีบตอบเสร็จสรรพ ไม่เป็นคร้าบบบบ ไม่เป็น แต่เรียนแค่นั้นไม่พอ เพราะในเรื่องนอกจากจะรับเป็น “อาเทียน” ผู้อ่อนหวานแล้ว บอยยังต้องแสดงเป็น“อาเต๋า” พี่ชายผู้เข้มแข็ง แมนสุดสุด ดังนั้น นอกจากบทตุ๊ดแล้วเขาจึงต้องเรียนเรื่องบู๊ควบคู่กันไป

          “ความจริงผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตจะก้าวมาได้ถึงจุดนี้ เพราะเมื่อก่อนเป็นเด็กเกเรคนหนึ่ง ชอบทำอะไรให้แม่เสียใจ และที่ตัดสินใจประกวด AF เพราะอยากทำอะไรดีๆ เพื่อแม่บ้าง ซึ่งผมอาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย แต่วันที่พี่จตุรงค์ติดต่อให้มาเล่นหนัง ผมดีใจมาก เพราะมันคือความฝัน และคือโอกาสอีกก้าวของชีวิตผู้ชายที่ชื่อสิทธิชัยเลยก็ว่าได้ ที่ได้มาเล่นหนังกับทีมงานมืออาชีพ”


          บอยบอกว่า ทุกวันนี้โลกของเขาดูเหมือนจะใหญ่โตและกว้างขวางขึ้นกว่าเก่า ทั้งนี้เป็นผลจากการได้พบ ได้เห็น และได้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นมากับโอกาสที่เขาได้รับจากงาน ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงแสดง หรืออื่นๆ




          “ผมไม่เคยประมาทกับชีวิต และไม่ตั้งความหวังสูง เพราะรู้สึกว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน แค่เราทำงานเต็มที่กับโอกาสที่ทุกคนหยิบยื่นให้มา และไม่เหลิงไปกับสิ่งต่างๆ บางครั้งงานเยอะ เหนื่อยมาก เนื่องจากตลอด 1 ปีที่ผ่านมาหลังออกจากบ้านเอเอฟ ตารางชีวิตที่เคยสบายๆ ก็แน่นไปด้วยงาน 


          แต่ผมไม่เคยท้อเพราะเวลาหันกลับไปมองทีมงาน ทุกคนเหนื่อยกว่าเรา และทุกความเหนื่อยของคนอื่นคือสิ่งที่เขาช่วยให้เราทำในสิ่งดีๆ งานดีๆ ออกมา คิดเสียว่าทุกคนช่วยสานฝันของผมให้เป็นจริง ผมจึงทำทุกอย่างเต็มที่”


       งานของบอยนั้นนอกจากหนังที่กำลังลงโรงฉายแล้ว ยังมีอัลบั้มเดี่ยว Behind The Scene ที่เขาแต่งเพลงเองอีก 3 เพลงใส่ไว้เองด้วย อัลบั้มนี้จะว่าได้มาเพราะว่า เขาได้มีโอกาสแสดงหนังและเป็นที่รู้จัก ของคนทั่วไปแล้วก็ได้ ซึ่งภาพลักษณ์ในอัลบั้มของเขานั้น เป็นหนุ่มร็อคเข้มๆ บอยบอกว่า ผลจากการเข้าไปอยู่ในบ้านเอเอฟ ช่วยเขามากทีเดียวในการออกอัลบั้มนี้เพราะว่ารู้สึกว่าทำงานง่ายไม่ลำบากเหมือนที่เคยคิดไว้


          แต่โดยส่วนตัวแล้วความฝันของเขาคือการมีวงดนตรีร็อคและเล่นกันเป็นวง ซึ่งสำหรับอัลบั้มน้เวลาไปเล่นสดที่ไหน เขาก็จะขอเอาวงของนอกที่รู้จักกันไปด้วย “ร้องสดเล่นสดมันสนุกกว่าร้องกับแบ๊คกอ้งแทร็คเราสามารถใส่ให้หนักและแรงกว่าที่อยู่ในเทปได้ ซึ่งที่จริงแล้วมันเป็นพื้นฐานเดิมของเราด้วย” เพราะว่าก่อนหน้าที่เขาจะเข้าบ้านเอเอฟเขาก็เคยเล่นดนตรีอยู่กับเพื่อนในวงมาก่อน

          “อัลบั้มนี้ มันเป็นอีกส่วนหนึ่ง อีกมุมหนึ่งของผมที่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็เป็นอีกด้าน ซึ่งถ้าโชคดีมีอัลบั้มหน้าผมก็จะทำให้เต็มที่ยิ่งขึ้นไปอีก” เพื่อให้แฟนๆ ได้พิสูจน์ความสามารถและสัมผัสความตั้งใจของเขา


ขอขอบคุณบทสัมภาษณ์ :

ขออนุญาตใช้เนื้อหา