กินเจ ปีนี้ คุณได้อะไร ?

Home / Amazing Men / กินเจ ปีนี้ คุณได้อะไร ?




กินเจ ปีนี้ คุณได้อะไร ?



“เจ” ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มี ความหมายเดียวกับคำว่า “อุโบสถ” คือการถือศีล รับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับการรักษาศีล 8 โดยไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว ขณะที่อุโบสถของชาวพุทธฝ่ายมหายาน คือ การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เมื่อรวมกันจึงมีคำว่า “ถือศีล กินเจ”

ผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า “กินเจ” ขณะเดียวกันต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ตั้งอยู่ในศีลในธรรมด้วย เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน จึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ตามประเพณีกินเจ

หลักธรรมสำคัญ 2 ประการ ของการกินเจคือ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนตนเองและดำรงชีวิตด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น นอกจากนี้ในทางวิทยาศาสตร์ มีการพิสูจน์ว่าการลดการบริโภค หรืองดเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีขึ้น

กินเจจึงเป็นผลพลอยได้กับ ร่างกายที่ตามมา จูงใจให้คนสนใจมา บริโภคอาหารเจมากขึ้น ทำให้มีการสร้างเมนูมากมายเพื่อเอาใจคนกินเจโดยเลียนแบบหน้าตาและรสชาติของเนื้อสัตว์ จนเกิดข้อกังขาว่ากินเจแล้วตัดซึ่งกิเลสไม่ได้



สญจัย อุทัยสุข ผู้อำนวยการ ฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ภัตตาคารจีน เซียง ปิง เหลา โรงแรมแกรนด์ ไชน่า ปริ๊นเซส ในฐานะที่มีประสบการณ์บริหารทั้งอาหารเจและอาหารชอมาหลายสิบปี บอกว่า ในความเห็นส่วนตัวคนกินเจก็ไม่ควรรับประทานอาหารที่ลอกเลียน แต่ในมุมทางการค้าต้องมี เพื่อให้บริการลูกค้า ซึ่งมีบางครอบครัวในเทศกาลเจมีธรรม เนียมให้ญาติ ๆ มาพบปะรับประทานอาหารร่วมกันก็เลือกมารับประทานตาม ภัตตาคาร เพราะมีบางเมนูหรือวัตถุดิบบางอย่างที่หาซื้อยากหรือทำยาก และเหตุผลของหลายคนเลือกมารับประทานอาหารตามโรงแรม ภัตตาคาร เพราะเชื่อมั่นในด้านคุณภาพและวัตถุดิบของอาหาร

“ แต่จากที่สัมผัสลูกค้าที่มารับประทานอาหารเจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวจีนย่านเยาวราช ก็ไม่นิยมอาหารเลียนแบบเหล่านี้ บางครั้งสั่งมาเพื่ออยากลองมากกว่า ”

ด้าน กำชัย จิตรมณีมงคล เชฟผู้มีประสบการณ์ปรุงอาหารเจของโรงแรมมากว่า 13 ปี ให้ความเห็นว่า ในด้านธุรกิจอาหาร ต้องมีอาหารเลียนแบบเพื่อจูงใจลูกค้า ในเทศกาลกินเจก็มองได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่กินเจเพื่อถือศีลจริงนิยมไปทานเจที่โรงเจมากกว่า แต่มีอีกกลุ่มหนึ่ง หันมาบริโภคผัก แป้ง งดเว้นเนื้อสัตว์ กลุ่มนี้เน้นด้านสุขภาพจริง ๆ

…มีเรื่องน่าห่วงว่าอาหารเจทั่วไป ล้วนมีหน้าตาที่มัน ๆ แทนที่จะทำให้สุขภาพดี กลับทำให้น้ำหนักตัวคอเลส เตอรอลสูงเพิ่มขึ้น แต่มีทางเลือกที่ทำให้เทศกาลกินเจปีนี้มีสุขภาพดีขึ้นได้ ….

นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัท บัลวี-ศูนย์ธรรมชาติบำบัด บอกว่า ปัจจุบันคนสนใจสุขภาพมากขึ้น เมื่อเข้าเทศกาลกินเจ คนวัยทำงานฉวย เวลานี้ลดหุ่นล้างพิษที่ใจ แต่ใครที่กินเจไม่ถูกวิธี อาจจะมีโรคภัยตามมา พบว่าที่ผ่านมาหลังเทศกาลกินเจหมอทุกโรงพยาบาล ต้องรับคนไข้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน มักมีปัญหาน้ำตาลสูงตามมา เพราะกินเจไม่ถูกวิธี

นายแพทย์บรรจบ เสนอทางเลือกสำหรับเมนูอาหารเจเพื่อรักษาสุขภาพว่า ปกติเราจะเห็นอาหารเจที่ขาย ทั่ว ๆ ไป อย่างเช่น “ผัดหมี่” คนที่ทานเจอาจต้องเลือกเส้นหมี่ อาจเป็นเส้นหมี่ข้าวกล้อง หมี่ผัก ตัวเลือกต่อมาเครื่องปรุงรส เลือกที่ปลอดผงชูรส เพราะ ผงชูรสคือตัวที่ทำให้ไตทำงานหนัก เป็นสารโซเดียมเหมือนกันแต่เป็นโซเดียมที่ไม่มีรสเค็ม

ทางเลือกต่อมาเลือกน้ำมันที่มาใช้ปรุงอาหาร ผัดหมี่แทนที่จะใช้น้ำมัน พืชทั่วไป แนะนำว่าควรใช้น้ำมันจาก “เมล็ดชา” ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ต่างจากน้ำมันมะกอก เป็นไขมันอิ่มตัว มีโอโมก้า 9 มีคอเลสเตอรอลดี “แอลดีแอล” ไว้จับคราบไขมันในหลอดเลือด สามารถป้อง กันโรคหัวใจได้ อีกทั้งมีราคาถูกกว่าน้ำมันมะกอกถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จนได้รับการขนานนามว่า “น้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก” นำมาปรุงอาหารก็ได้รสชาติแบบคนไทยกิน

แต่หากใช้น้ำมันมะกอกมาผัดหมี่รสชาติอาหารก็เป็นแบบฝรั่งไปไม่อร่อย สามารถหาซื้อได้จากซูเปอร์มาร์ เกตชั้นนำ ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีนบ้านเรายังผลิตเองไม่ได้ แต่กำลังมีการทดลองผลิตที่ จ.เชียงราย ซึ่งสกัดมาจากเมล็ดของต้นชาทั่วไป เช่น ชาอู่หลง เป็นต้น

เมื่อเลือกว่าจะรับประทานผัดหมี่เจในมื้อใดมื้อหนึ่งแล้ว อาหารจานต่อมา ควรจะบริโภคผักจานง่าย ๆ ทำ “สลัดผัก” กินกับ “ผัดหมี่เจ” และน้ำมันที่มาทำน้ำสลัดควรเป็น น้ำมันมะพร้าว (แบบผ่านกระบวนการหีบเย็น) มีผลวิจัยว่าน้ำมันมะพร้าว มีกรดไขมันสายกลาง กินเข้าไปไม่ยาวรุ่มร่ามแบบน้ำมันชนิด อื่น ๆ ที่หมุนเวียนอยู่ในหลอดเลือด พลอยหายหกตกหล่นอยู่ตามหลอดเลือด ทำให้อุดตันในเส้นเลือด แต่น้ำมันมะพร้าวถูกดูดซึมเข้าตับเลย ไปสนองพลังงานให้ตับ และยังเพิ่มอัตราเผาผลาญอาหารของร่างกายขึ้น 48-65 เปอร์เซ็นต์ ช่วยร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เร็วขึ้น

พร้อมกันนี้ น้ำมันมะพร้าวช่วยให้อยู่ท้อง ร่างกายมีพลังงานหล่อเลี้ยงมากขึ้น กินแล้วไม่รู้สึกหิวโหย สามารถดูดซึมเข้าตับและลำไส้ได้ ทำให้ร่างกายมีเรี่ยวมีแรง อิ่มอยู่ได้ทั้งวัน





หลักในการบริโภคอาหารเพื่อให้สุขภาพดีง่าย ๆ ตามหลักโภชนาการคือในแต่ละวัน เราไม่ควรได้รับแคลอรีจากข้าวและของหวานเกิน 30 เปอร์ เซ็นต์ของแคลอรีรวม ให้เข้าใจง่าย ๆ คือหากมีอาหารมัน ๆ 1 จานแล้ว จานต่อมาก็ไม่ควรเป็นอาหารที่ใช้น้ำมัน เช่นกินข้าวผัดแล้วก็ไม่ควรมีไข่ดาวมาโปะ เพราะทั้งสองชนิดใช้ไขมันไม่อิ่มตัว” คุณหมอบรรจบให้คำแนะนำ

ด้าน รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล นักวิชาการจากสถาบันวิจัย โภชนาการ ม.มหิดล เสริมไว้ว่า มีคำถามต่อมาว่าเด็กกินเจได้หรือไม่ ในระยะสั้นเพียงแค่ 9 วันไม่มีผลต่อสุขภาพมาก นัก ถ้าเป็นระยะยาว ต้องดูแลในเรื่องให้ดื่มนมและกินไข่ด้วย กินเจโดยมีธงโภชนาการนำทาง รู้เท่าทันอาหารเจ ได้บุญได้สุขภาพดีตามมาอย่างเห็น ๆ.

ขออนุญาตใช้เนื้อหา