วันวานหวานๆ ของ ดีทูบี

Home / Amazing Men / วันวานหวานๆ ของ ดีทูบี



วันวานหวานๆ ของ D2B

ดีทูบี บิ๊ก แดน บีม <a href=นักร้อง” hspace=0 src=”http://content.mthai.com/upload_images/d2bkeaw07/d2bkaew91.jpg” border=0>


วันวานหวานๆ ของ ดีทูบี



ลายปีผ่านไป ถึงแม้ว่า บิ๊กจะเป็นสมาชิกคนแรกของวง ที่ทำให้ ” ดีทูบี ” กลายเป็นแค่เพียงความทรงจำอันแสนงดงามของวงบอยแบนด์เมืองไทยในขณะนี้ จาก D2B กลายเป็น คู่ดูโอ ” แดน- บีม ” ที่ยังคงเป็นที่รักของหนุ่มสาววัยรุ่นไปจนถึงป้าๆ น้าๆ ทั้งหลายอย่างเหนียวแน่น มาถึงวันนี้วันที่จะไม่มี ” แดนบีม ” อีกต่อไป Mthai ขอย้อนวันวานที่ยังหวานอยู่ให้คุณๆ ได้ซาบซึ้งกับ 3 หนุ่มหน้าใสอีกครั้งค่ะ

I-Mono: ต่างคน ก็ต่างความคิด ต่างอารมณ์.. ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ D2B เกิดมองคนละมุมกันล่ะ?
บิ๊ก: “เวลาที่เรามีปัญหาอะไร เราจะคุยกันครับ ถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกกันตรง ๆ ไปเลย แต่ตัวผมเองปกติจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีอะไรหรอกครับ.. เฉย ๆ แต่นี่จะมี (บุ้ยใบ้ไปทางบีม ที่ยิ้มแป้นรับสถานการณ์) คนนี้ถ้าเขาเริ่มรู้สึกอะไรก็จะบอกไว้ก่อน อย่างบางเวลาพี่บีมเขาก็อาจมีบางอารมณ์ ที่ต้องการเวลาส่วนตัว เขาก็จะบอกเลยว่าอย่าเพิ่งเล่นนะ โอเค.เราก็จะไม่เล่น จนตอนหลังไม่ต้องบอกเลย แค่มองหน้าเราก็รู้กันแล้วครับ”
แดน:แดนว่าการที่เรามาทำงานร่วมกัน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกัน ก่อนอื่นเราต้องรู้และยอมรับซึ่งกันและกันว่า คนเราไม่ได้มีใครที่ดีไปเสียหมดทุกอย่าง ทุกคนย่อมมีข้อเสีย แดนเองก็ไม่ได้มีข้อดีอะไรมากมายกว่าคนอื่น ถ้าเวลามีปัญหาก็ต้องคุยกัน ซึ่งบางครั้งก็จบลงด้วยความเฮฮา แต่บางครั้ง..อาจจบลงด้วย ต่างคนต่างนั่งเงียบ ๆ สักพัก แล้วเดี๋ยวก็ดีกันเอง”

I-Mono: ถ้าหากเกิดมีความคิดไม่ลงร่อง D2B จะเคืองกันนานที่สุดกี่วัน?
แดน: “อืม.. (นั่งคิดประมาณ 3 วิ.) คง 2-3 วันครับ”
บิ๊ก: “ช่าย..ประมาณนั้น จะมีการพูดว่า ‘ขอโทษ’ อะไรอย่างนี้บ้าง แต่บางทีก็นานเหมือนกันครับ..กว่าจะมีใครเป็นฝ่ายพูดออกมา”
แดน: “เมื่อก่อนจะเป็นแดนครับ ที่ค่อนข้างคิดนานหน่อย กว่าจะตัดสินใจเดินมาหา มาขอโทษ คือดูท่าทีกันก่อน (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้พอรู้ตัวว่าผิดปุ๊บจะขอโทษปั๊บเลย”
บิ๊ก: “ตรงนี้มันจะเป็นอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันครับ อย่างคนนี้จะโมโหง่าย” (หัวเราะร่วน พลางพยักเพยิดหน้าไปทางบีมเป็นรอบที่สอง)
บีม: “ยอมรับว่าบีมเป็นคนคนโมโหง่ายครับ แต่แค่แป๊บเดียวก็หาย…”
แดน:“แล้วภาพนั้นมันจะย้อนกลับมาว่า เอ๊ะ! นี่เราเผลอไปทำอะไรไม่ดี ๆ เอาไว้บ้างเนี่ย”
บีม:บีมคิดว่าพวกเราอยู่ด้วยกันได้ ก็เพราะมีอะไรบางอย่างในตัวที่คล้าย ๆ กันครับ แต่จะมีข้างนอกบ้าง ที่ส่วนเปลือกของอารมณ์แตกต่างกันออกไป”


ดีทูบี บิ๊ก แดน บีม นักร้อง


I-Mono: บางอย่างที่คล้ายกันน่ะ รวมถึงสเป็คสาวด้วยรึป่าว?
บิ๊ก:ผมกับพี่บีมจะมีสเป็คสาวเหมือน ๆ กันครับ เรียกว่าประมาณ 100% จะคล้ายกันอยู่ 80-90% ครับ อย่างเช่น ชอบผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ ตรงนี้อาจเป็นเพราะเรามองเทียบจากแม่เราด้วย แม่เราสองคนจะคล้าย ๆ กันในเรื่องนี้ ก็เลยกลายเป็นว่าเราชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกันไปโดยอัตโนมัติ “
แดน: “บางทีเราจะมีการหยิบหนังสือแฟชั่นมาดู แล้วถามกันเล่น ๆ ว่าชอบคนไหน ซึ่งสองคนนี้เขาก็มักจะชี้ตรงไปที่รูปเดียวกัน ส่วนแดนมักจะชี้รูปอื่น มีบ้างนาน ๆ ครั้ง ที่แดนจะไปตรงกับคนอื่นสักที (หัวเราะ)”
บิ๊ก: “แต่ก็ไม่เคยตรงกันเลยทีเดียวสามคนนะครับ บางครั้งอาจเป็นผมกับพี่บีม บางทีก็พี่บีมกับแดน หรือผมกับแดน”

I-Mono: ถ้าพูดถึงสาวในสเป็คเมื่อตอนอายุ 15 เทียบกับตอนนี้ แตกต่างกันแค่ไหน?
บีม: “เดี๋ยว..บีมขอนับย้อนก่อน..กี่ปีแล้วเนี่ย (หัวเราะ) ยังอยู่ม.3 อยู่เลย ก็ชอบคนน่ารัก ดูเรียบร้อย แต่ตอนนั้นบีมคิดว่าบีมไม่ค่อยสนใจผู้หญิงนะ (อ้าว..) ไม่ใช่! ไม่มีอะไรให้คิดลึกครับ..แต่เพราะช่วงนั้นคิดถึงแต่เรื่องเรียนไง (เฮ้อ..โล่งอก) แล้วก็คิดว่าตัวเราคงไม่มีใครมาชอบหรอก เพราะผมมันเด็กบ้าน ๆ (หัวเราะ)”
บิ๊ก: “เมื่อก่อนผมจะเน้นที่หน้าตาอย่างเดียวเลย คือเด็ก ๆ จะชอบอะไรแค่นี้ ไม่มองลึก มองแค่สวย น่ารัก เท่านั้นก็พอแล้ว ยิ่งตอนนั้นผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำที่เป็นชายล้วนด้วย เวลามาเจอทีก็โอ้โห..อื้อหือ..ตื่นตาตื่นใจ (ฮากันครืน) ยิ่งเป็นแบบญี่ปุ่น น่ารัก อาโนเนะ ยิ่งชอบ แต่พอมาถึงตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ คือเดี๋ยวนี้สวย ๆ ก็มีเยอะ ที่สำคัญต้องดูที่นิสัยมากกว่า ถ้าตอนแรกคุยกันแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ก็คงไม่คุยต่อแล้ว”
แดน: “ผมก็เหมือนกันครับ ตอนนั้นคิดว่าเราอยู่กับเขาได้ ถ้าเขาหน้าตาดี แต่ปัจจุบันจะกลับกัน หน้าตา..ก็คำนึง แต่ที่สำคัญคือนิสัยต้องดี ไม่งั้นก็คงไม่ก้าวเข้าไปลึกผมว่าทุกคนพอโตขึ้นก็ต้องคิดแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น”

I-Mono: แล้วคิดว่าจริงมั้ยที่เขามักชอบพูดกันว่า ความรักครั้งแรกมักจะไม่มีใครลืมได้ลง?
บีม: “คงจริงมั้ง เพราะถ้าหากเป็นคนที่รักและผูกพันกันจริง ๆ ก็คงจะลืมกันไม่ลง แต่บีมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจถึงความแตกต่างของคำว่า ‘รัก’ กับ ‘ชอบ’ เท่าไหร่เลย แต่ถ้าพูดถึงมีแฟนคนแรก ก็คงเป็นตอนเรียนปี 1 เป็นแฟนกันเพราะว่าคุยโทรศัพท์กันบ่อย (บิ๊กแอบลัดคิวแซวว่า ‘อ๊ะ..เหมือนในหนังเรื่อง Sex Phone เลย’)แต่พอคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าเราคงไม่ได้รักเขามั้ง คงเป็นแบบเพื่อนมากกว่า “
บิ๊ก: “ของบิ๊กจำรักครั้งแรกไม่ได้ครับ แต่ชอบครั้งแรกน่ะพอจะจำได้ลาง ๆ”
แดน: “รักครั้งแรกนี่แดนลืมไปแล้ว เพราะมันตั้งแต่สมัยอนุบาลโน่น (โดนโห่ฮารอบวง) อ้อ..ไม่ใช่ คือแดนคิดว่าถึงจะเป็นคนรักคนแรก แต่ถ้าต่อไป เรามีคนที่เรารักมากกว่า เราก็จะจำรักครั้งแรกไม่ได้แล้ว ซึ่งก็ดูเหมือนแดนจะไม่เคยจำได้เลยซักครั้ง (หัวเราะร่วน)”


ดีทูบี บิ๊ก แดน บีม นักร้อง


I-Mono: นาทีนี้ล่ะ วางแพลนเรื่องความรักกันไว้ถึงไหนแล้ว?
บิ๊ก: “ตอนนี้ผมก็เริ่มมอง ๆ อยู่คิดว่าอายุประมาณ 30 จะกำลังพร้อม ทั้งภาวะ หน้าที่การงาน แต่ถ้าเกิน 35 ขึ้นไปนี่ผมว่าแย่แล้ว อาจจะช้าไปแล้ว ผมว่า 27-31 น่าจะกำลังดีสำหรับการคิดมีครอบครัว”
แดน:แดนมองว่าสิ่งที่สำคัญคือ เขาเข้าใจว่าเรากำลังงานอะไรอยู่ แล้วก็ต้องรู้ว่าอันดับหนึ่งของเราคือใคร หมายความว่า คนที่เราจะให้ความรักมากที่สุด ก็คือพ่อแม่ เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดประมาณว่า แดนไปให้ความรักพ่อแม่มากเกินไป ทำไมไม่ดูแลเขาเลย อันนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้แดนก็ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้หรอกครับ”
บีม: “ตอนนี้บีมก็ 23 แล้ว เริ่มมองเรื่องความรักไว้เหมือนกัน ไม่อยากแต่งงานหลังอายุ 30 น่ะ รู้สึกว่ามันช้าไป เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้ แต่จริง ๆ แล้วอยากไปเรียนต่อก่อน ถึงตอนนั้นก็อาจจะได้เจอ อาจไม่ใช่เมืองไทย อาจจะเป็นเมืองนอก (อมยิ้ม) อันนั้นมันเรื่องอนาคตครับ เดี๋ยวถึงเวลาก็มาเองแหละ”

I-Mono: ถ้าให้เปรียบเทียบแต่ละคนเป็นสีสัน คิดว่าคนไหนน่าจะเหมาะกับสีอะไร?
บิ๊ก: “อย่างพี่บีมน่าจะเป็นสีน้ำเงิน เพราะบางครั้งอาจจะดูสดใส แต่บางคราวมันก็ดูเข้มในที ส่วนแดนก็น่าจะเป็นสี…” พูดพลางเพ่งมองแดนอย่างตาไม่กระพริบ
แดน: “เฮ้! ทำไมมองขนาดน้าน…เดี๋ยวยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเป็นสีดำหรอก (หัวเราะ)”
บิ๊ก: “ผมว่าแดนเขาเป็นสีเขียว ดูนิ่ง ๆ สงบ”
แดน: “ส่วนแดนมองว่าพี่บีมเป็นสีชมพูครับ เพราะมีความรู้สึกว่าทุกคนมักมองเขาเป็นแบบดูน่ารัก ดูยังเด็ก ๆ สดใส ส่วนพี่บิ๊กนี่ต้องสีเหลืองครับ แดนอยากให้เขามาบวชมากเลย (หัวเราะกันครืน) นี่พูดจริง ๆ นะ”
บีม: “บีมว่าบิ๊กเหมาะกับสีเหลือง แต่ไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับแดนนะ คือสีเหลืองจะเป็นสีที่ดูก้ำกึ่ง มันจะดูเย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ ส่วนแดนเป็นสีเทา เพราะถ้าคนมองจากข้างนอก มันจะดูดำ ๆ ขมุกขมัว เหมือนเขามีมาด หรือมีอะไรบางอย่างกั้นไว้ แต่จริง ๆ แล้วข้างในมีด้านที่สดใส และด้านดี ๆ เยอะ”

I-Mono: รู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่า ความทะเยอทะยานคือแรงขับดันไปสู่คสามสำเร็จ แล้วคิดว่าตัวเองมีมันอยู่มากน้อยแค่ไหน?
บีม: “ตัวบีมเองคงไม่ค่อยมีแรงขับอันนี้สักเท่าไหร่ อย่างถ้าเทียบกับ 100% คิดว่าตัวเองคงมีเต็มที่ก็แค่ 10% เท่านั้น แต่สองคนนี้สิ เขามีกันเยอะครับ”
แดน: “แดนคิดว่าตัวเองมีอยู่เต็มที่เลย เพราะอยากจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ยาวนาน”
บิ๊ก:ผมคงไม่เต็มร้อย แต่ก็ถือว่าเกินครึ่ง เพราะผมไม่ค่อยมีโอกาส ๆ อย่างเหมือนคนอื่นเขา ซึ่งมันก็เป็นจุดที่ทำให้เราต้องพยายาม อย่างพี่บีมเขามีโอกาสมากกว่าในหลาย ๆ อย่างลองสังเกตดูสิครับ คนที่มีโอกาสอยู่แล้ว มักจะไม่ค่อยมีเรื่องแรงขับดันตรงนี้ เราก็ต้องพยายามมากกว่าเขา ผมว่าไอ้ความทะเยอทะยานเนี่ย ถ้ามีมากเกินไปก็ไม่ดี มันเหมือนกับเผาตัวเอง แต่ถ้าไม่มีเลย มันก็ไม่ได้
แดน: “แดนคิดว่าตรงนี้มันแล้วแต่คน คือบางคนฐานะทางบ้านมีแล้ว เลยเป็นความรักที่อยากจะทำเฉย ๆ ในขณะที่บางคนจะต้องทำเพื่อให้ตัวเองยืนอยู่ได้ มันก็เลยมีความรู้สึกส่วนนี้แตกต่างกัน”


ดีทูบี บิ๊ก แดน บีม นักร้อง


I-Mono: คิดอย่างไรที่มีกระแสว่า ศิลปินสมัยนี้ดังเพราะอาศัยหน้าตาเป็นสำคัญ?
บิ๊ก: “อันนี้เป็นความคิดของแต่ละคนนะครับ ผมว่าจริง ๆ เดี๋ยวนี้ถ้ามีนักร้อง 10 คน และหน้าตาดีทั้ง 10 คน ถ้าถามว่าทั้ง 10 คนนี้จะดังได้ตลอดหรือเปล่า มันก็คงไม่ใช่”
แดน: “แต่แดนว่ามันก็มีส่วนนะ อย่างสมมติมีเพื่อนคนหนึ่งจะออกเทป แล้วแดนไปบอกคน 10 คนว่าเพื่อนแดนกำลังจะออกเทป แดนให้เลยว่ายังไงทั้ง 10 คน ก็ต้องถามว่า ‘หล่อหรือเปล่า?’ จะไม่ค่อยมีใครหรอกที่ถามว่า เสียงดีหรือเปล่า”
บีม: “ตรงนี้มันแล้วแต่ครับ อย่างบีมเวลาฟังเพลงก็จะชอบเพราะว่าเพลงนั้นเพราะ ไม่ค่อยคิดถึงหน้าตาคนร้องเท่าไหร่นะ อาจเป็นเพราะบีมเป็นผู้ชาย ก็เลยไม่รู้จะดูไปทำไม (หัวเราะ) อ้อ…ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง หน้าตาของคนร้องก็ช่วยเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาฟังเพลงของผู้หญิง ถ้าหน้าตาเขาน่ารักด้วย อาจจะพลอยทำให้รู้สึกว่าเพลงยิ่งดูน่ารักขึ้น”

I-Mono: แล้วเมื่อไหร่ถึงจะคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเป็นศิลปินเดี่ยวได้แล้ว?
แดน: “แดนคิดว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเวลานั้นเองครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่กัน 3 คนอย่างนี้ สบายดีครับ ไม่น่าเบื่อ”
บีม: “ใช่..อยู่คนเดียวมันน่าเบื่อ บีมคงไม่ทำหรอก”
แดน: “แล้วก็เสี่ยงด้วย เกาะกันไปอย่างนี้แหละ ดีแล้วครับ แต่ถ้าอยู่ด้วยกันเยอะเกินไป มันก็หารเยอะนะ (หัวเราะกันครืน)”
บิ๊ก: “ควรเอาแบบแค่พอดี ๆ อย่างพวกเราสามคน กำลังขลุกขลิก”

I-Mono: ในมุมมองของแต่ละคน คิดว่าอะไรคือสาเหตุให้คนตามกรี๊ด D2B กันมากมายขนาดนี้?
บิ๊ก: “ผมรู้สึกว่ามันเหมือนความฝันที่กลายเป็นจริง ดีใจ ปลื้มใจ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือความภาคภูมิใจ มันเป็นสิ่งที่มาจากความสามารถของแต่ละคนด้วย และเขาก็คงรู้ว่าเราทั้งสามคน ไม่มีใครอยากเด่นมากกว่าใคร”
แดน: “เรื่องนี้แดนไม่เคยตอบได้เลย ไพราะไม่รู้จริง ๆ ครับ ตอนที่เราออกเทปมา เราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเป็นอย่างนี้ หรือต้องทำตัวอะไรเป็นพิเศษ เพื่อให้คนเขาชอบเรา (บีม พยักหน้าอย่างเห็นด้วย) สิ่งที่เราทำมีแค่การใส่ใจลงไปกับการทำงาน”


ดีทูบี บิ๊ก แดน บีม นักร้อง


I-Mono: จริง ๆ แล้วรู้สึกว่ามันคุ้มไหม กับชื่อเสียงที่เข้ามามากมาย แต่ทำให้ความเป็นส่วนตัวขาดหายไป?
แดน:สำหรับแดนคิดว่าคุ้มนะ สิ่งที่สูญเสียไปก็แค่เวลาและความเป็นส่วนตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา มันมีมากมายครับ
บีม: “มันก็มีรู้สึกบ้างว่า การมีชื่อเสียง และมีคนรู้จักมาก ๆ บางครั้งก็ทำให้เราไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่อยากทำได้ อย่างบางสถานที่ที่เคยชอบไป ก็ต้องหลีกเลี่ยง เช่น จตุจักร เพราะทางแคบด้วย อาจจะถึงตายได้ (หัวเราะกันกลิ้ง) เนี่ยตั้งแต่เข้าวงการมายังไม่เคยได้ไปอีกเลยครับ”
บิ๊ก: “สำหรับผม คิดว่าบางวันก็รู้สึกไม่คุ้มครับ ขึ้นอยู่กับความเหนื่อยที่เจอมาในวันนั้น ๆ ด้วย”

I-Mono: ถ้าวันนั้นไม่ได้เป็น D2B คิดว่าวันนี้ของตัวเองจะเป็นอย่างไร?
บีม: “บีมก็คงทำงานอย่างที่เรียนมา แล้วตอนนี้ก็คงอยู่ในโรงงาน เป็นนายช่าง”
แดน: “ส่วนแดนก็คงเรียน แล้วรอโอกาสในการทำงาน จริง ๆ แล้วตอนที่อยู่ต่างจังหวัด แดนก็มีวงดนตรีกับเพื่อน เลยคิดว่าจะเข้ามาเรียน แล้วก็เล่นดนตรีตอนกลางคืนไปด้วย เพื่อหาเงินใช้เอง ใจแดนคิดว่าไม่อยากใช้เงินทางบ้านแล้ว กลัวพ่อแม่จะเหนื่อย
บิ๊ก: “ผมเองก็คงเรียนเป็นหลักครับ”


ดีทูบี บิ๊ก แดน บีม นักร้อง


I-Mono: ในวันหนึ่งข้างหน้าซึ่งคงอีกนานโข สมมติชื่อเสียงของ D2B เริ่มซาแล้ว คิดว่าตัวเองน่าจะทำอะไรต่อไป?
แดน: “แดนคงจะไม่ปล่อยให้ซาลง หมายความว่าถ้ามันเริ่มซาลงแล้ว ก็จะไม่ดันตัวเองให้ซาลงไปกว่านี้ คงหยุด แล้วไปทำเบื้องหลัง เพื่อให้คนอื่นโด่งดังมากกว่าเราให้ได้”
บิ๊ก:เรื่องจะดังหรือไม่ดัง ผมไม่ค่อยสนใจมากเท่าไหร่ เพราะผมรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ มันคือสิ่งที่ผมเป็น ใครชอบก็ดี ใครไม่ชอบ ผมก็ไม่ว่าอะไร และถ้าเกิดวันหนึ่งเราไม่ดังแล้ว ผมอาจจะไปกำกับหนังอย่างที่เรียนมา ควบคู่กับการร้องเพลงเป็นงานอดิเรกก็ได้ครับ”
บีม: “สำหรับบีม..คิดว่าคงจะไปทำงานตามที่เรียนมา หรือไม่ก็อาจยังอยู่ในวงการบันเทิง แต่มันก็เป็นเรื่องอนาคต ยังไม่มีอะไรที่สามารถบอกได้แน่นอนครับ”


ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าที่ยังก้าวมาไม่ถึง จะเป็นอย่างไร กระแสความเปรี้ยงปร้างของ D2B จะสร่างซาลงในวันไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อได้แน่นอน ณ วันนี้ก็คือ ในหัวใจของวัยทีนหลาย ๆ คน ยังคงมีชื่อของ บิ๊ก-แดน – บีม ติดอยู่ในใจอย่างเหนียวหนึบหนับ พิสูจน์ดูได้ง่าย ๆ จากบรรดาแฟนคลับผู้น่ารัก ที่มานั่งรอเป็นกำลังใจให้หนุ่ม ๆ ตลอดระยะเวลาการถ่ายแฟชั่นสำหรับ I-Mono ในวันนี้ อย่างไม่มีใครออกอาการหน่ายกันเลยแม้สักราย


ขอขอบคุณ
น้อง ๆ ฝึกงานที่ช่วยพิมพ์ (สบายเรา อิอิ)

ผู้หญิง โลโก้









ขออนุญาตใช้เนื้อหา