แม่นุ่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย กับการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่า “แม่”

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / แม่นุ่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย กับการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่า “แม่”

แม่นุ่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย กับการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่า “แม่”

แม่นุ่น

ผมไม่ได้เป็นสามี ที่ดีที่สุด ผมไม่ได้เป็นหมอ และไม่ได้เก่งกว่าหมอ
ผมเป็นแค่ พ่อ และ สามี คนหนึ่ง ที่จะทุ่มเททำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ครอบครัวของผมกลับคืนมา

     คำกล่าวของผู้เป็นสามีและพ่อ ในวันที่ครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่ง ต้องต่อสู้กับมรสุมโรคมะเร็ง ที่ผู้เป็นแม่ ต้องต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ความเป็นแม่ต่อไป”

     ในช่วง 1 -2 เดือนที่ผ่านมา “เพจแม่นุ่น” (noonsupermom) กำลังเป็นที่พูดถึงมาก เป็นเพจที่สามีนำเรื่องราวของภรรยา (แม่นุ่น) ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย มาถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ธรรมดาบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ด้วยกระแสปากต่อปาก และการแชร์

     เพจนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับโรคมะเร็ง อาการป่วย ของ แม่นุ่น โดยมีผู้ชายคนหนึ่ง ที่ทุ่มเททำทุกวิถีทางเพื่อภรรยาสุดที่รัก ที่มียอดกดไลค์กว่า 50,000 Like และมีผู้ติดตามมากกว่า 1 แสนวิว

 momnoon-02

    ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน “มะเร็งเต้านม” ถือเป็นโรคร้ายแรง ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับ 1 โดยผู้หญิงไทย 1 แสนคน เป็นมะเร็งเต้านม ถึง 30 – 40 คน และเสียชีวิตกว่า 4,600 คน ในแต่ละปี

      และหนึ่งในเหยื่อของเจ้ามะเร็งร้าย ก็คือ “แม่นุ่น” เป็นคำที่ผมใช้เรียกภรรยาคุณแม่ลูกสอง วัย 29 ปี ที่โชคร้ายป่วยเป็น มะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ชนิด Humaqn epi-dermal growth factor receptor (HER2) ซึ่งเป็นชนิดที่มีความรุนแรง และลุกลามเร็ว โดยจะมีผู้ป่วยเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่จะเป็นชนิดนี้

     บันทึกแม่นุ่น “เพจแม่นุ่น” ถูกสร้างขึ้นในเดือน มิถุนายน 2556 โดยผมผู้เป็นสามี ด้วยเจตนา ที่ต้องการถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้สึก และการต่อสู้ตั้งแต่วินาทีแรก ที่ต้องเผชิญกับคำว่า “มะเร็ง”

     แน่นอนว่า บันทึกนี้ ต้องมีเรื่องราวเกี่ยวกับอาการป่วยและโรคมะเร็ง แต่ที่มากไปกว่านั้นการต่อสู้โรคมะเร็งในชีวิตจริง มันประกอบไปด้วย อารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลาย วิธีคิดและมุมมองในการแก้ไขกับปัญหารอบด้าน เหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือ ความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่ง ที่ผมใช้เป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้ในทุกๆ วัน

momnoon-04

     ประสบการณ์ที่เปรียบกับละครชีวิตเรื่องนี้ จะถูกถ่ายทอดจากมุมของผมที่รับบทบาทเป็น “สามี” ผู้ที่ไม่เคยรู้จักโรคมะเร็งมาก่อน แต่ต้องทุ่มเททำทุกวิถีทางเพื่อให้ภรรยาหายป่วย เป็น ”พ่อ” ผู้ที่วันนี้ ต้องทำหน้าที่แทน “แม่” ของเด็กน้อยๆ สองคน และ “หัวหน้าครอบครัว” ผู้สามารถทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้เสียงหัวเราะในครอบครัวกลับคืนมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็ง แนวทางการรักษา ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมที่เป็นประโยชน์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิธีคิดและมุมมองในการแก้ไขกับปัญหาต่างๆ ข้อมูลทั้งหมดนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นที่กำลังเผชิญกับปัญหาเช่นเดียวกันนี้ไม่มากก็น้อย

     สำหรับเรื่องราวทั้งหมดของ แม่นุ่น สามารถติดตามกันได้ใน เพจแม่นุ่น https://www.facebook.com/noonsupermom ซึ่งนอกเหนือจากการบอกเล่าเรื่องราว และการเข้ามาร่วมส่งต่อกำลังใจแ้ล้ว ยังมีการประมูลสินค้าเพื่อนำเงินมาช่วยรักษาอีกด้วย

     และนอกเหนือจากนั้น แม่นุ่น ได้ตีพิมพ์หนังสือ “คุณแม่สู้มะเร็ง” ระยะสุดท้าย…จะหายให้ดู!! เพื่อเป็นกำลังใจและบอกเล่าถึงการต่อสู้ของเธอและเพื่อนผู้หญิงที่อาจต้องประสพกับโรคร้ายเหมือนเธอให้มีกำลังใจต่อสู้ต่อไป

 momnoon-03

     ทีมงาน Women Mthai ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ให้ครอบครัวแม่นุ่น ให้มีกำลังใจและแรงกาย ต่อสู้เพื่อให้ได้คืนมาซึ่งครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุขดั่งที่เขาและเธอปรารถนา

     สุดท้ายนี้ขอเก็บคำพูดจาก คุณตุลย์ ผู้เป็นสามี ที่มีข้อคิดดีๆ มาฝากกัน สำหรับใครบางคน ที่อาจกำลังหลงลืมบางอย่างในชีวิตไป สิ่งสำคัญที่ไม่สามารถหวนคืนกลับมาได้ หากคุณปล่อยให้มันเลยผ่านไปแล้ว… “เวลา” 

 

เรื่องร้ายที่สุด คือ แม่นุ่นโชคร้ายที่ป่วยเป็นมะเร็ง
และเรื่องดีที่สุด คือ มะเร็ง ทำให้เราเข้าใจคำว่า “การใช้ชีวิต” มากยิ่งขึ้น

เรื่องร้ายบางเรื่อง ก็นำพาซึ่งสิ่งดีๆ มากมาย อยู่ที่มุมมองของเรา ว่าจะตัดสินมันอย่างไร

ทุกคนมี “เวลา”
แต่ “เวลา” มีจำกัด
และเมื่อมันผ่านไปแล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับ แก้ไขได้ด้วยคำว่า “ถ้า”

ถามว่า วันเกิดปีนี้ อยากได้อะไร
แน่นอนว่าคำตอบของผมคือ อยากให้แม่นุ่นหายป่วย

นอกจากนั้น ผมยังอยากให้คนที่ยังดีอยู่
หันกลับมาใส่ใจสุขภาพ ให้เวลากับคนในครอบครัว
เพราะไม่มีใครบอกได้ ว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่คุณ “หมดเวลา” ….. ตุลย์

momnoon-05

รายงานโดย Women Mthai Team

ที่มาภาพจาก https://www.facebook.com/noonsupermom

ขออนุญาตใช้เนื้อหา