กบ สุวนันท์ สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / กบ สุวนันท์ สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น


กบ สุวนันท์ สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น

ได้ถ่างตามาตลอดจนข้ามวันเมื่อคืนนี้ก็เพราะตั้งใจ จะรอดูนางเอกเคโระปี้ ….ก็สาวกบ สุวนันท์ คงยิ่งนั่นแหละที่มาให้สัมภาษณ์กับรายการเพื่อนบ้าน ที่นี่…หมอชิต

ถ้าในวันนั้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ไม่ได้เล่นละครมาลัยทอง ไม่ได้เป็นดาวพระศุกร์ของคุณภาคย์ ป่านนี้เธอก็จะเป็น…แพทย์หญิงสุวนันท์ คงยิ่ง ?





“ใช่ค่ะ เคยอยากเป็นหมอ แต่ส่วนนึงก็มาจากว่าบังเอิญเข้าวงการบันเทิงมาก่อน แล้วอีกส่วนนึงก็เพราะรู้สึกว่าตัวเองเรียนไม่เก่งถึงขนาดจะเป็นหมอได้ ก็เลยไม่เป็น แต่ส่วนตัวอยากเป็นคนเก่ง

เพราะคุณแม่ปลูกฝังว่าต้องเรียนให้เก่งๆนะ โตขึ้นต้องเป็นหมอนะ กบก็รู้สึกว่า เออ ถ้าเราอยากเป็นคนเก่งเราจะต้องเป็นหมอ แค่นั้นเอง ไม่ได้อยากฉีดยา ไม่ได้อยากรักษา ไม่เคยเล่นตรวจเข็มอะไรเลย “



นั่นก็แสดงว่ากบอยากเป็นคนเก่ง อยากได้รับการยอมรับจากคุณแม่ว่าเราเก่ง ?
“ใช่ค่ะ ถ้าย้อนกลับไปในตอนนั้น กบไม่ได้คิดนะว่าอยากให้คุณแม่ยอมรับ หรืออยากเป็นคนเก่ง แต่ว่าพอมองจากตอนนี้ก็รู้สึกว่าใช่ เพราะความรู้สึกนี้มันแฝงอยู่ในกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่เด็กๆก็
เป็นคนที่มีกิจกรรมทำตลอด อนุบาลหนึ่งก็เต้นวันงานปีใหม่ กีฬาสีก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์ตั้งแต่ ป. 1 – ป.5 พอป.6 เป็นดรัมเมเยอร์ ถือป้าย ม.1- ม.3 รำไทย ไปประกวดรำ ถือป้ายโรงเรียน ทุกอย่าง คือมีอะไรที่เด็กๆ จะได้ทำแล้วพ่อแม่ภูมิใจทำหมด เพราะชอบด้วยไม่ได้ถูกบังคับ “

แปลว่าสุวนันท์ ไม่ใช่เด็กขี้อาย แต่เป็นเด็กกล้าแสดงออก ?
” จริงๆ แล้วหนูขี้อายนะคะ แต่ชอบ ต้องบอกว่าอย่างนี้ ถ้าครูถามที่หน้าชั้นว่า มีใครอยากจะเต้นปีใหม่บ้าง หนูจะไม่ยก ทั้งๆ ที่ในใจจะบอกว่า เธอยกหน่อยซิ แทบจะเป็นคนแรกที่ยก แล้วพอ
คนอื่นยกมือ เราก็ค่อยยกด้วย หรืออย่างเรื่องหัวหน้าห้อง เราก็จะคิดอยู่ในใจว่าทำไมไม่ยกกันล่ะ ? ถ้ามีคนเสนอชื่อชั้น ชั้นจตะตอบตกลงทันทีอ่ะ นึกออกป่ะ ?”

แต่ถ้าถามว่าอยากเป็นดาราไหม อยากเป็นนักแสดงไหม ก็ไม่ไปสมัคร ?
” ไม่อ่ะค่ะ ไม่ไปสมัคร ไม่ไปประกวด แต่ถ้าให้ทำ ให้ลองไหม ก็ทำ “

ถ้าคนอื่นมองอาจจะมองว่าสุวนันท์เป็นคนมั่นใจในตัวเองมาก ?
” ก็คนอื่นอาจจะคิดอย่างนั้น หนูเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองเลย ชอบทำอะไรที่เราต้องฝึกก่อน อย่างเชียร์ลีดเดอร์นี่ก็ต้องฝึก ฝึกจนกว่าเราจะมั่นใจ ค่อยไปแสดง “


แล้วการเป็นดารานี่เริ่มมาจากอะไร
” เริ่มต้นจากการมีคนชวน เพราะเราเป็นนักกิจกรรม นักรำไทยก็จะมีน้าคนหนึ่ง ชื่อ น้าตุ้ม รัมภา ภิรมย์ภักดี เขียนบทอยู่ที่ดาราวีดีโอ ก็พอดีสามีน้าตุ้มเป็นเพื่อนคุณพ่อ หาคนที่เล่นหนังเจ้า หนัง
จักรๆ วงศ์ๆ ละครพื้นบ้านก็ต้องหาคนที่ห่มสไบแล้วค่อนข้างสวยหน่อย แล้วพอดีเราก็อยู่ในภาพของการใส่ชุดรำพอดี ก็เลยอ่ะ ตอนนั้นก็กำลังจะขึ้นม. 3 ค่ะ คือคุณแม่บอกให้ไปลองทำดู เริ่มเรื่องแรกของละครพื้นบ้านก็คือเรื่องมาลัยทอง แต่เริ่มต้นจริงๆก็คือ เรื่องเหตุเกิดที่สน. “



เหมือนเริ่มจากลองดู เล่นได้ก็ดี เล่นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แล้วมันดียังไงถึงเล่นเป็นนางเอกมา 10 กว่าปีแล้ว
” ก็เล่นมาสองเรื่องคือมาลัยทอง และยอพระกลิ่น จำได้ว่าตัวเองเป็นนางเอกที่ค่อนข้างจะเด็กมาก แล้วก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ตอนนั้นอายุ 13 พี่บิ๋นอายุ 30 แล้วก็ไม่ได้เรียนการแสดง ไม่ได้
เรียนมาก่อนก็จะงงๆ ยุคนั้นนางเอกดังๆ ของช่อง 7 ก็จะประมาณพี่กวาง กมลชนก พี่แอน สิเรียม พี่ตุ๊ย มนฤดี พี่ลูกศร ธนาภรณ์ รัตนเสน พี่ต้อม รัชนีกร แล้วหนูเป็นเด็กแบ๊วๆ ใสๆ มาเป็นนางเอก คือเรามาถึงก็เป็นนางเอกเลย ไม่มีเป็นนางเอกตอนเด็ก เพราะหนูโตเกินจะเป็นนางเอกเด็กได้แล้ว ตอนอายุ 13 – 14 อ่ะค่ะ “

ก็ไม่ได้มีการไต่อันดับ จากบทของเด็กๆ ก่อน
“ใช่ค่ะ แต่คนก็จะมองว่าเรามาจากละครจักรๆ วงศ์ๆ ก่อน ก็เหมือนกับว่าที่นี่เป็นโรงเรียนการแสดง ไม่ใช่มาถึงก็เปรี้ยง เป็นนางเอกละครตอนดึกเลย ซึ่งการแข่งขันจะดุเดือด ละครจักรๆ วงศ์ๆจะมีแฟนละครกลุ่มนึงที่ชอบเนื้อหาของเรื่อง ของวรรณคดี ของการแสดงอภินิหาร ซึ่งการถ่ายทำก็จะทรหดกว่าละครทั่วไป เพราะอยู่ในป่าตลอด ป่าด้วย ร้อนด้วย แล้วเราก็ต้องเรียนหนังสือด้วย






“กบ สุวนันท์เผยทั้งน้ำตาชีวิตนี้ผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งคำคนติเรื่องเป็นพิธีกรไม่เจ๋งพอ ที่ได้ยินแล้วสุดกดดัน รวมทั้งคำครหา”กบขาลง” ซึ่งยืนยันไม่ยอมรับ บอกวันนี้ยังมีแฟนๆ สนับสนุน “ขอให้ถึงวันนั้นก่อน วันที่กบไม่มีงานแล้วคอยบอกว่ากบขาลง ซึ่งกบยอมรับและเข้าใจมันได้”!!!




”ถ้าวันนึงกบไม่มีแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจ ตามไปไหนมาไหนอย่างทุกวันนี้ กบคงรู้สึกแย่ นั้นคงเป็นขาลงของเราจริงๆวันแรกที่ไม่มีพวกเขาตามกบ กบอาจจะนั่งร้องไห้เสียใจ และคงต้องใช้เวลาทำใจให้ได้ในวันต่อๆ มาและคงค่อยยืนได้อย่างเข้มแข็งต่อไปในที่สุดค่ะ”


ชีวิตเล่นตลกยิ่งกว่านางเอกในละครน้ำเน่าเสียอีกกับนางเอกสาวเจ้าของตำแหน่งนัมเบอร์วัน ”กบ” สุวนันท์ คงยิ่ง ที่เจอมาแล้วกับกระแสข่าวลือถาโถมมาแล้วจะแทบตั้งแต่ตัวที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ ”กบ”

ต่อสู้กับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร
อย่างกรณีที่เคยเกิดกับสาวคนนี้และถือว่าหนักหนาสาหัสไม่เบาถึงขั้นเกือบทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาเกือบขาดสะบั้นเมื่อหลายปีก่อนโดยชนวนคือ ”กบ-สุวนันท์” คนนี้จากการแสดงละครเรื่องหนึ่ง แต่หากความจริงแล้วนางเอกสาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ก็ต้องเสียน้ำตากับเหตุการณ์ดังกล่าวไปหลายปี๊บ…

ตามด้วยข่าวต่างๆ มากมายไม่ว่าจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่กล่าวหาว่าเจ้าตัวซื้อใปผู้ประกาศ หรือการทะเลาะกับซูเปอร์สตาร์เมืองไทยอย่าง ”พี่เบิร์ด-ธงไชย” ที่ได้ร่วม
งานกันในคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดที่ผ่านมาก่อนจะจูบปากสยบข่าวกันไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับข่าวเบี้ยบายรายทางอีกเพียบทั้งขี้วีน เรื่องมาก ฯลฯ


จากเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวงทำเอานางเอกสาว ”กบ-สุวนันท์” ถึงกับหลั่งน้ำตาขอระบายความอัดอั้นกับทุกเรื่องที่รุมเร้าเข้ามาจนถูกมองว่าเป็น ”ช่วงขาลง” เพราะเจอทั้งข่าวแง่ลบและมีเรื่องขึ้นโรง
ขึ้นศาลโดยนางเอกสาวเผยทั้งน้ำตาว่า










”ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้กบเจอมาหลายอย่างมาก มีข่าวบอกว่ากบขาลง คำว่าขาลงกบไม่ทราบว่าเอาอะไรมาวัด กบเล่นละครมาก่อน พอมีรุ่นน้องเข้ามาอย่างช่วงน้องนุ่น (วรนุช) มีละครก็เขียนว่ากบ
ขาลง พอช่วงอั้ม (พัชราภา) ละครออกอากาศก็มีข่าวเสือสองตัวอยู่ถ่ำเดียวกันไม่ได้ แล้วทุกวันนี้ก็เป็นข่าวกับพิงค์กี้ (สาวิกา) ซึ่งกบเห็นเขามาตั้งแต่เด็กยังอุ้มเขาอยู่เลย กบแค่อยากจะบอกว่าทุกวันนี้ผู้ใหญ่ยังเมตตากบ กบยังมีงานละคร มีงานพิธีกร ไม่ได้หายไปไหน กบไม่ได้บอกกบจะไม่มีวันขาลง กบรู้และเข้าใจธรรมชาติทุกอย่างว่ามีขึ้นก็ต้องมีลง แต่ขอให้ถึงวันนั้นก่อนวันที่กบไม่มีงานวันที่กบหายไปจากวงการ แล้วค่อยบอกว่ากบขาลง ซึ่งกบยอมรับและเข้าใจมันได้”


ส่วนเรื่องคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลนั้นนางเอกสาวเผยเป็นสิ่งที่ตกใจและเป็นกังวลมากเพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องขึ้นโรงพัก แจ้งความ ปั๊มนิ้วมือ แต่เมื่อผ่านไปก็ทำให้เธอเองเข้มแข็งขึ้น





”เวลาที่กบมีความทุกข์ กบจะไม่ค่อยแสดงออกหรือร้องไห้ให้ใครเห็นโดยเฉพาะครอบครัวเพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นกังวลฉะนั้นภาพที่ทุกคนเห็นกบข้างนอกและในทีวีจะไม่ค่อยเห็นร้องไห้ แต่ล่าสุด

ร้องในรายการ ”จมูกมด” เพราะพี่ตุ้ม (ผุสชา) พูดให้กำลังใจกับเรื่องที่กบเป็นกังวลอยู่ คือเรื่องพิธีกรซึ่งกบเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าเราทำมาเป็นปีกว่าทำไมยังทำไม่ได้ กบเป็นคนที่ทำอะไร แล้วอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งงานแสดงและงานพิธีกร แต่ทุกวันนี้งามพิธีกรยังทำไม่ได้ดังใจ ยังมีคนติเข้ามาเยอะ มันเลยเป็นความกดดันเป็นความเครียด ยังนั่งคุยกับพี่ป๋อ (ณัฐวุฒิ) ว่าทำไมกบเป็นแบบนี้ พี่เขาบอกว่าหรือเรารับคำติไม่ได้ ก็เก็บคำของพี่เขามาคิด แต่คิดแล้วไม่ใช่เพราะเวลาที่ใครติมากบจะแก้ไขสิ่งที่กบยังทำไม่ดี แต่คิดว่าคงเป็นเพราะกบรับเอาคำติคำชมของทุกคนเข้ามาหมด จนกบงงและสับสนไม่เป็นตัวของตัวเอง

และการเป็นตัวของกบในรายการก็มีข้อจำกัดตรงภาพนางเอกยุคกบที่ต้อง
เรียบร้อย และหลายๆอย่างจนกบก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวของตัวเองได้ขนาดไหนการทำหน้าที่พิธีกรซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความกดดันและทำให้กบเครียดและเป็นกังวลมาก”

โดย ”กบ-สุวนันท์” เผยว่าทุกวันนี้กำลังใจจากแฟนคลับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หยัดยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้อย่างเข้มแข็งและยอมรับว่าเมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด

”ทุกวันนี้คนที่ชื่นชมและชื่นชอบผลงานของกบเยอะ แฟนคลับก็เยอะแต่กบเข้าใจนะคะว่าคนที่รักมากก็มีคนชังมาก คนที่ชอบกบ 100 คนก็น่าจะมีคนเกลียด 100 คนเหมือนกัน ซึ่งกบก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาเกลียดกบแต่ก็มั่นใจนะคะว่ากบไม่ได้คิดร้ายหรือทำอะไรไม่ดีกับใคร ทุกวันนี้แฟนคลับก็เป็นกำลังใจส่วนหนึ่งในการทำงานของกบ กบยอมรับว่าเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ถ้าวันนึงกบไม่มีแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจตามไปไหนมาไหนอย่างทุกวันนี้ กบคงรู้สึกแย่ นั้นคงเป็นขาลงของเราจริงๆ วันแรกที่ไม่มีพวกเขาตามกบ กบอาจจะนั่งร้องไห้เสียใจ และคงต้องใช้เวลาทำใจให้ได้ในวันต่อๆ มาและคงค่อยยืนได้อย่างเข้มแข็งต่อไปในที่สุดค่ะ”








นี่แหละ 15 ปีของชีวิตนางเอกเบอร์ 1 ช่อง 7 สี

ขออนุญาตใช้เนื้อหา