นวลน้อย ทิมกุล หรือ ครูน้อย ว่าเป็นดังแม่พระในใจเด็ก

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / นวลน้อย ทิมกุล หรือ ครูน้อย ว่าเป็นดังแม่พระในใจเด็ก


 +สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก …  ความพอเพียง

ใครหลายคนอาจมอง นวลน้อย ทิมกุล หรือ ครูน้อย ว่าเป็นดังแม่พระในใจเด็ก
ที่ยากไร้ แต่เรากลับอยากมอบตำแหน่งสำคัญอีกตำแหน่งให้กับครูผู้เสียสละคนนี้ นั่นคือ นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ เธอสร้างตำนานการต่อสู้ให้กับตัวเองและสังคม ด้วยการก่อตั้ง “บ้านครูน้อย” จากเงินเพียง 20 บาท เธอยอมนั่งสอนนักเรียนโดยต้องเอาเท้าแช่อยู่ในน้ำนานเป็นวันเพราะน้ำท่วมบ้าน ส่งผลให้ทุกวันนี้เธอต้องเสียนิ้วเท้าและยังเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว จากการทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิตเพื่อเด็กๆที่อยู่ภายในการดูแลของเธอ จนไม่มีเวลาดูแลร่างกายที่นับวันนจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ความพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวฯ ถือเป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตของครูน้อย เธอเชื่อมั่นว่า เมื่อใดที่หัวใจรู้จักพอ เราจะค้นพบความสุขได้ไ ม่ยาก







ความสุขจากความพอเพียง

สมัยครูเด็กๆ มีพี่น้อง 4-5 คน
ฐานะทางบ้านก้ยากจนมาก เวลากินข้าวมีไข่ต้มแค่ใบเดียว ก็แบ่งกันกินได้ บางครั้งก็กินข้าวคลุกกับน้ำปลากันบ้าง แต่เราไม่เคยทุกข์ใจกันเลย เพราะเรารู้ว่ามีแค่ไหนก็ใช้ชีวิตไปแค่นั้น ตอนที่มาอยู่ที่นี่(บ้านครูน้อย) ครูก็ยังใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ หุงข้าวแล้วก็ไปเก็บผักบุ้งมาผัดกินกัน บ้านก็ทรุดโทรมตามสภาพ แต่ทุกคนก็สามารถอยู่กันได้สบายๆ เวลาน้ำท่วมบ้านที ครูต้องสอนเด็กโดยการเอาเท้าแช่อยู่ในน้ำ แล้วให้เด็กๆไปนั่งกันบนโต๊ะ ที่ก็เลยไม่พอสำหรับครู ก็ต้องสอนเด็กๆไป แช่น้ำไป ตอนนั้นเรากลับไม่รู้สึกว่าทุกข์ยากลำบากอะไร หลังจากนั้นก็มีฝรั่งเขามาเห็นแล้วบอกว่าสงสาร อยากสร้างบ้านให้ใหม่ (หัวเราะ) และไม่นานสังคมก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สิ่งต่างๆเหล่านี้เหมือนสิ่งที่เข้ามาเสริมแต่ง เพื่อให้เราดูดีขึ้น มีความทันสมัยเข้ามา มีทีวี มีคอมพวเตอร์เข้ามา สิ่งเหล่านี้เหมือนฉากบังหน้า ทั้งๆที่ความจริง ครูยังอยากใช้ชีวิตแบบเก่าๆ ไม่ต้องมีสิ่งเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้อง เรียกว่าตัวครูเองยังโหยหาชีวิตที่พอเพียงอยู่เสมอ




  

ครั้งแรกที่บ้านครู้น้อย เมื่อปี 2523 ครูมีเงินอยู่20 บทาเอง ตอนนั้นพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เงิน 20บาทช่วยเหลือเด็กให้มากที่สุด เพราะครูมักจะนึกถึงตอนที่ยังเด็กๆ แม่ครูพามาจากต่างจังหวัด แล้วมาเป็นคนใช้ในบ้านคนรวาย มีความแตกต่างหลายอย่างระหว่างลูกคนใช้กับลูกคนมีเงิน จักรยานลูกคนมีเงิน เราขอจับหน่อยก็ไม่ได้ ชิงช้าเราไปขอเล่นเขาก็พลักเรากระเด็นเลย สิ่งต่างๆที่ครูเคยเจอมันทำให้ครูอยากทุ่มเทความสุขให้กับเด็กๆที่ยากจนเหล่านี้ ครูไม่อยากให้พวกเขาต้องเจออะไรที่ทุกข์ใจ แต่ก็ไม่ได้สอนให้เขาทะเยอทะยานหรอกค่ะ เพียงแต่ความสุขอยู่ไกล้ๆ ตัวเราพยายามหันไปมองรอบๆตัวให้มากหน่อยก็พอแล้ว





ทุกข์เพราะความทะเยอทะยาน

ความตั้งใจของครู คืออยากให้พวกเด็กๆ เติบโตมาเป็นคนดี อยากให้เขาตั้งใจเรียน เพราะการศึกษาจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อชีวิตของพวกเขา ถ้าไม่ยอมเรียนหนังสือชีวิตของพวกเขาจะยิ่งตกต่ำเข้าไปอีก เด็กๆ พวกนี้เจอแต่ความลำบากมาตั้งแต่เกิด สิ่งที่ครูอยากให้ คือความรู้ การศึกษาและการอบรมให้พวกเขามีคุณธรรม ไม่อยากให้พวกเขาทะเยอทะยานเกินชีวิตความเป็นจริง คนเราถ้าไม่ทะเยอทะยาน อยู่ตามสภาพเราจะค้นพบความสุขได้ง่ายๆ การที่คนเราเกิดมาพิการ หรือยากจน บางคนเป็นโรคที่น่ารังเกียจอย่าง HIV มันไม่ใช่สิ่งสำคัญในการที่เราจะค้นพบความสุขเลย ต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่เราเป็น มันคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่แล้ว





  
สื่อทุกวันนี้ ชอบนำพาความฟุ้งเฟ้อมาให้เด็กๆ ไม่ว่าเด็กจะเกิดมายากดีมีจน เมื่อได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ ความยากก็เกิดขึ้นได้ พวกเขามีสิทธิทะเยอทะยานอยากได้ ถ้าไม่รู้จักระงับจิตใจ ผลเสียก็อาจเกิดขึ้นได้ เวลาคนเราอยากได้แล้วแสวงหาจนไม่คำนึงถึงวิธีแห่งได้มา โอกาศเจ็บตัวมีสูง ทุกวันหนักใจและเป็นห่วงเด็กๆ ที่เป็นวัยรุ่น เด็กผู้ชายก็เจอปัญหาขี้เกียจ ไม่ขยันเรียน ติดเกม เด็กผู้หญิงก็หลงใหลในวัตถุกันมากเกินความเป็นจริงของชีวิตพวกเขาไป คนยากจนที่ระงับอารมณ์ได้ไม่หลงระเริงก็มี แต่บางคนที่ยากจนแต่อยากมีเหลือเกิน หลงระเริงไปกับแสงสีพวกนี้ โอกาสเสียผู้เสียคนก็มีสูง







ยากดี มีจนไม่ต่างกัน

สิ่งที่เราค้นพบจากชีวิตส่วนตัว และการช่วยเหลือเด็กยากจนมานาน ทำให่รู้เลยว่าความรวยความจนไม่สามารถวัดคุณค่าของมนุษย์ได้ เด็กยากจนบางคนเจียมตัวเหลือเกินกับการอยู่ในสังคม ทั้งๆที่พวกเขาไม่ได้มีความผิดอะไรเลย เพราะฉะนั้นสังคมอย่าไปปิดกั้นพวกเขาจากคนทั่วไปเลยค่ะ มนุษย์เหมือนกันทุกคน เกิดมาลืมตา มีอากาศหายใจเหมือนกันหมด เวลาที่ครูทุกข์ หรือเจ็บปวด จะนึกถึงหน้าของเด็กๆพวกนี้ ชีวิตครูไม่ต้องการอะไรแล้ว ตอนนี้คิดแต่ว่าชีวิตเราจะมีแต่ต่ำลงๆแต่เด็กเหล่านี้ต่างหากที่ต้องสูงๆขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต้องมีการศึกษาต้องได้เรียนรู้ ต้องอยู่บนโลกนี้ต่อไป ตอนนี้จึงพยายามทำให้เด็กๆ ได้เห็นคุณค่าในตัวเองและพยายามทำตัวให้ดีที่สุด เพื่อให้เขาสามารถอยู่รอดได้ในสังคมที่โหดร้ายอย่างทุกวันนี้







          
สนใจช่วยเหลือเด็กยากจนบ้านครูน้อยได้ที่ 0-2871-3083


ขอบคุณ women plus
http://www.gmmultimedia.co.th




วันนี้เป็นวันไหว้ครู

หลังจากอ่านเรื่องครูน้อยผู้อุทิศแรงกายแรงใจให้เด็กๆ แล้ว ทำให้เรานึกถึงคุณครูที่สอนเรา ตั้งแต่อนุบาล จนกระทั่งเราสำเร็จการศึกษา ถ้าย้อนเวลาไปได้เชื่อว่าเพื่อนๆ คงอยากทำพานพุ่มดอกไม้ ไปไหว้คุณครูพร้อมกับเพื่อนเก่าๆ แล้วร้องเพลงนี้ไปพร้อมๆ กันอีกครั้ง


เพลงพระคุณที่สาม
  
คำร้อง / ทำนอง ครูอร่าม ขาวสะอาด  
               ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้ อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น
ครูมีบุญคุณจะต้องเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า ท่านสั่งสอนเราอบรมให้เราไม่เว้น
ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น สอนให้รู้จัดเจนเฝ้าแนะเฝ้าเน้นมิได้อำพราง
             * พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง
ถ้าหากจะคิดยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู
บุญเคยทำมาตั้งแต่ปางใดเรายกให้ท่าน ตั้งใจกราบกรานเคารพคุณท่านกตัญญู
โรคและภัยอย่ามาแผ้วพานคุณครู ขอกุศลผลบุญค้ำชูให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร
 
* ร้องซ้ำ *

 


ที่มา www.skr.ac.th



ขออนุญาตใช้เนื้อหา