นางเอกตกอันดับ

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / นางเอกตกอันดับ


นางเอกตกอันดับ “ยุ้ย”ภูมิใจตัวตน 


7 ปีแล้วที่ก้าวสู่วงการบันเทิง หลังคว้าตำแหน่งดัชชี่เกิร์ล ปี 2000 สำหรับนางเอก 7 สี “ยุ้ย”จีรนันท์ มะโนแจ่ม
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เธอสร้างเนื้อสร้างตัว เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี จนชีวิตทุกวันนี้ลงตัวชนิดเกินคาด
แต่เธอก็ยังเสียดาย ที่วันนี้…วันที่มีความสุข กลับขาดหนึ่งกำลังใจสำคัญ นั่นคือ “คุณตาทองอยู่” ที่จากไปครบ 1 ปีเต็มพอดิบพอดี


 ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
 
ยุ้ย – “ณ วันนี้มีความสุขมาก ถือว่าชีวิตลงตัว ทั้งเรื่องครอบครัวและการทำงาน ชีวิตลงตัวแบบนี้แต่ยุ้ยก็รู้สึกเสียดายมาก(น้ำเสียงเครือน้ำตาคลอเบ้า)ที่คุณตาไม่อยู่ถึงวันนี้ วันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาก็ครบ 1 ปีที่ตาจากไป ยุ้ยคิดถึงตาทุกวัน กลับถึงบ้านจะไหว้รูปตาและบอกว่าหนูกลับมาแล้วนะ ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนต้องสวดมนต์อุทิศส่วนบุญกุศลไปให้ คุณตาน่าจะอยู่มาถึงวันนี้ ตอนที่ลำบากก็ลำบากมาด้วยกันทั้งชีวิต แต่พอเราสบายแล้วตากลับไม่อยู่ แต่อีกส่วนหนึ่งไม่เสียใจเพราะเราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ตาคงภูมิใจและมีความสุขกับสิ่งที่ผ่านมาประมาณหนึ่ง” 


 ลองมองย้อนกลับไป ยุ้ยมีวันนี้ได้เพราะอะไร? 
ยุ้ย – “ยุ้ยว่าเรื่องดวงอาจมีส่วน แต่ยุ้ยคิดว่าเป็นความกตัญญูด้วยที่ทำให้เราโชคดี เราคิดดีทำดี ยุ้ยคิดว่าเราโชคดีมากๆ เพราะชีวิตเรามาจากศูนย์จริงๆ เข้ามาอยู่กรุงเทพฯกับแม่มีกระเป๋าคนละใบ ห้องที่เช่าอยู่ก็เป็นห้องเช่าสี่เหลี่ยมธรรมดา ถ้าพูดถึงตัวยุ้ยเองตอนเด็ก ถามว่าลำบากมั้ย ไม่ลำบากนะ ตั้งแต่ยุ้ยเกิดมาจนถึงป.6 สบายมาตลอด เพราะตอนนั้นตามีงานการที่ดี ทำงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทยตราช้าง เงินเดือนเยอะมาก จะมาเริ่มลำบากตอนที่ตาปลดเกษียณ แต่ยุ้ยไม่เคยอยู่เฉยๆ ปิดเทอมทุกครั้งต้องทำงาน เป็นเด็กเสิร์ฟ, รีเซฟชั่น, รับจ้างสอยผ้า, รับจ้างทำความสะอาดบ้าน เราทำทุกอย่างที่ได้เงินมาและมันก็เป็นงานสุจริต ตั้งแต่ป.3-ป.4 ก็ทำงานแล้ว ตรงนี้มันทำให้ยุ้ยรู้คุณค่าของเงินตั้งแต่เด็กๆ ด้วยค่ะ”

 


 มีบางคนมองว่าทำดีกตัญญูเหมือนสร้างภาพ?
 
ยุ้ย – “ยุ้ยไม่ท้อนะที่คนจะมองแบบนี้ อยู่ตรงนี้ก็ต้องมีทั้งคนรักและคนเกลียด แต่ยุ้ยอยากให้มองเราในส่วนที่ดี ถ้าคนมองว่ายุ้ยสร้างภาพมันก็คือส่วนดีที่เราสร้างภาพให้คนอื่นเอาตามในแบบอย่างที่ดี ดีกว่ายุ้ยไปสร้างภาพในทางที่ไม่ดี คำพูดนี้ยุ้ยได้ยินบ่อยมาก แต่เราไม่ซีเรียสเท่าไหร่เพราะเราทำของเราดีที่สุดแล้ว ถึงใครจะหาว่ายุ้ยสร้างภาพ ยุ้ยก็ต้องทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตัวยุ้ยเองรู้ดีที่สุดและครอบครัวของเราก็รู้ดี”


 ที่ผ่านมาคิดว่ามีจุดไหนในชีวิตที่อยากแก้ไข?
 
ยุ้ย – “จุดที่อยากแก้ไขแทบไม่มีเลย ยุ้ยคิดว่าชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันนี้ยุ้ยทำหน้าที่ของยุ้ยมาดีที่สุด มาถึงวันนี้ยุ้ยค่อนข้างภูมิใจมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยฝันไว้เป็นจริง ถ้าถามว่าเร็วมั้ย มันก็เร็วนะ ยุ้ยซื้อรถตอนอายุ 21 ซื้อบ้านตอนอายุ 22 และตอนนี้ยุ้ยมีรถ 2 คัน คันแรกฮอนด้าซีวิค และคันใหม่ที่ซื้อคือ มิตซูฯ สเปซวาก้อน ซึ่งคันนี้เป็นรถครอบครัวนั่งไปได้ทั้งบ้าน ตอนที่เรายังไม่เข้าวงการบันเทิงมาเราก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่เราฝันได้เร็วขนาดนี้”




 ณ วันนี้ทางบ้านของยุ้ยอยากได้อะไรจากยุ้ยอีกบ้าง? 
ยุ้ย – “เขาคงอยากให้เราดูแลตัวเองและอยากให้เราปลอดภัย ตั้งแต่เราก้าวเท้าออกจากบ้านมาทำงาน รู้เลยว่าทั้งยายและแม่จะเป็นห่วง ยายห่วงเรื่องขับรถ หลับใน ยิ่งช่วงไหนมีข่าวดาราเกิดอุบัติเหตุ ยายยิ่งเป็นห่วงใหญ่”





 เรื่องงานแสดงดูเหมือนระยะหลังดูเรียบๆ เงียบๆ? 
ยุ้ย – “อาจเป็นเพราะช่วงหลังยุ้ยเล่นละครของอาหลอง(ฉลอง ภักดีวิจิตร) ถึง 2 เรื่อง คือ ฝนเหนือ และชุมแพ ซึ่งการถ่ายทำจะนาน เพราะเป็นละครบู๊ทำให้คนอาจจะเห็นว่าเราหายไป”


 

 กลัวตกอันดับหรือเปล่า? 
ยุ้ย – “ไม่กลัวค่ะ มันก็เป็นไปตามกาลเวลา เพราะตอนนี้น้องๆ รุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะแยะ งานก็คงกระจายๆ กันไป”







 คนมองว่าตกอันดับลูกรัก “คุณแดง”สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ? 
ยุ้ย – “ตอนนี้ช่องมีนักแสดงในสังกัดเยอะแยะ ผู้ใหญ่ก็ต้องดูแลอย่างทั่วถึง จริงๆ ยุ้ยไม่ซีเรียสตรงนี้ ไม่ได้หวั่นไหวหรือท้อแท้ ทุกวันนี้ขอแค่มีงานให้เราทำ เราได้ทำงานที่เรารัก ได้ดูแลตัวเองได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด มีเงินเลี้ยงครอบครัวแค่นี้ยุ้ยก็มีความสุขแล้ว ชีวิตนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ขอแค่เรามีความสุข คนที่เรารักมีความสุข ก็โอเคแล้ว ไม่จำเป็นต้องโด่งดังมีชื่อเสียง หรือทำอะไรให้ตัวเองดังเปรี้ยงปร้างค่ะ”





 บางคนเวลาเงียบๆ เขาจะทำตัวให้หวือหวาขึ้น เช่น พลิกไปเล่นบทร้ายหรือถ่ายแบบเซ็กซี่?
ยุ้ย – “ถ้าให้ยุ้ยพลิกไปเล่นบทร้ายยุ้ยก็อยากเล่นนะ ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาส ถ้าเป็นการแสดงสบายมาก ขอให้บอกเล่นได้ทุกบทบาท แต่ถ้าในเรื่องการถ่ายแฟชั่นหวือหวาคงไม่ เพราะยุ้ยไม่ชอบถ่ายแฟชั่นแบบนั้น มันไม่ใช่ตัวยุ้ย ถ่ายออกมาคงโดนคำวิจารณ์ในทางที่ไม่ดีมากกว่าทางที่ดี ครอบครัวยุ้ยก็ไม่เคยห้ามนะ แต่เขารู้ว่ายุ้ยคงไม่ถ่ายอยู่แล้ว ต่อให้มีติดต่อมาเยอะแค่ไหนยุ้ยก็ไม่ถ่าย เพราะหลายๆ คนที่เป็นแฟนละคร เขารักยุ้ยตรงที่ยุ้ยเป็นแบบนี้ รักในความเรียบร้อยของเรา และตัวยุ้ยเองก็รักตัวเอง รู้สึกภูมิใจที่ตัวเราเป็นแบบนี้ แต่ยุ้ยก็ไม่ได้แอนตี้คนที่ถ่าย ยุ้ยชอบดูคนอื่นถ่าย(หัวเราะ) สวยดีค่ะ”

 



 ตอนนี้เรียนใกล้จบหรือยัง? 
ยุ้ย – “ปลายปีนี้จบแน่นอน คณะมนุษยศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน ม.รามคำแหง ยุ้ยใช้เวลาเรียน 5 ปีค่ะ(หัวเราะ) เพราะเราทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เหนื่อยมาก ยอมรับเลยว่าท้อมาก ที่ผ่านมามีสอบตกบ้าง เพราะยุ้ยเป็นคนความจำแม่นแต่จะสั้นเหมือนปลาทอง(หัวเราะ) ถ้าจะให้ยุ้ยจำได้แม่นๆ ก็คือถ้าจะสอบพรุ่งนี้ยุ้ยต้องอ่านหนังสือวันนี้ หรือถ้าอ่านหนังสือก่อนเข้าห้องสอบ 2 ชั่วโมงจะจำแม่นเลย ตอนนี้เหลืออีก 3 ตัวก็จบแล้ว อึดใจเดียว ส่วนเรื่องเรียนต่อโทคงต้องพักสักพักใหญ่ๆ(หัวเราะ) ขอลุยงานแสดงก่อน”








 มองไว้หรือเปล่าว่าจะทำงานแสดงไปนานแค่ไหน?
ยุ้ย – “คงนานค่ะ คงไปตลอดเท่าที่จะทำได้ ในชีวิตตั้งแต่ทำงานมา ยุ้ยว่างานแสดงคืองานที่ใช่ที่สุด มันเป็นงานที่เรารักที่สุดแล้วก็คงทำงานนี้ไปตลอด เพียงแต่ว่าเราอาจจะมีงานอื่นเข้ามาเสริมเพื่อมีรายได้ที่มั่นคงในการดูแลครอบครัวต่อไป อย่างตอนนี้ก็มีโรงเรียนสอนการแสดงสปีดวัน แอคติ้ง เฮ้าส์ ซึ่งค่อยๆ ขยับสาขาไปเรื่อยๆ แต่งานแสดงคงไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ”
ดาราสาวย้ำเหมือนเป็นการให้คำมั่นกับแฟนๆ ว่าเธอจะขอยึดงานแสดงไปตลอดชั่วชีวิต


…………………………………………………………………………………………



“รัก” ลงตัว! แม่ปลื้ม”ปิ๊ด”

บทจะมีแฟนก็เปิดตัวแบบไม่มีปิดบัง สำหรับ “ยุ้ย”จีรนันท์ มะโนแจ่ม บนางเอกสาววัย 26 ปี ที่ยืดอกแนะนำ “ปิ๊ด”ธนพล ช้างเสวก มือเบสแห่งวง “บอดี้สแลม” วัย 28 ปีว่าเป็น “แฟน” ชนิดไม่กลัวคะแนนนิยมตก

 

ที่ยุ้ยกล้าออกมาพูดว่ามีแฟนแล้ว ก็เพราะด้วยอายุและอะไรต่างๆ ที่ยุ้ยคิดว่าที่ผ่านมายุ้ยทำหน้าที่และดูแลตัวเองได้ดีประมาณหนึ่งแล้ว และวันนี้เราก็โตพอสมควร มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย และไม่ได้กลัวว่าเปิดตัวว่ามีแฟนแล้วเรตติ้งจะตก เพราะงานละครยุ้ยก็ยังทำอยู่ค่ะ”
กว่า 2 ปีที่คบหากัน ดาราสาวยอมรับว่าชีวิตรักที่ผ่านมาค่อนข้างลงตัวและมีความสุข

 ส่วนการปรับจูนเข้าหากันนั้น ยุ้ยกล่าวว่า “ก็ปรับกันมาเรื่อยๆ ตรงไหนที่ต่างฝ่ายต่างไม่ชอบก็จะนั่งคุยกัน สิ่งที่ยุ้ยต้องปรับเข้าหาเขาอย่างมากคือความเข้าใจ ปิ๊ดทำงานหนักมาก เราเข้าใจว่าเขาก็ต้องการความเข้าใจ แต่บางครั้งเราก็แอบมีน้อยใจ แต่เวลาที่เขาอธิบายเหตุผลมาปุ๊บเราก็เข้าใจ”


ว่าแต่ปิ๊ดเจ้าชู้หรือเปล่า
ยุ้ยหัวเราะก่อนกล่าว “ต่อหน้าไม่เห็นไง แต่ไม่รู้ลับหลังจะเป็นหรือเปล่า ยุ้ยไม่ใช่คนขี้หึง แต่จะบอกเขาตรงๆ ว่าเราไม่ชอบคนเจ้าชู้ ถ้าจับได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถือว่าไม่ซื่อสัตย์ ถ้าเรารักกันจริงๆ ต้องมีความซื่อสัตย์ให้แก่กัน”

 ตอนนี้ใช้หลักอะไรในการประคองความรัก “ใช้หลักความเข้าใจมากๆ บางทีใช้หลักธรรมะ ต้องใช้สติมากๆ”
กับข่าวแม่ไม่ปลื้มปิ๊ดล่ะ “แม่ไม่ปลื้มนี่ไม่ใช่เลย ทุกวันนี้แม่จะโทร.หาปิ๊ดมากกว่าโทร.หายุ้ยอีก(หัวเราะ) โทร.ฝากฝังยุ้ยกับปิ๊ด”



 

แล้วข่าวลือที่ว่ามีอะไรกันในรถ และอยู่ด้วยกันแล้ว “ข่าวออกมาแบบนี้ยุ้ยเฉยๆ มาก(หัวเราะ) เพราะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบเรา อย่างข่าวที่ว่ายุ้ยมีอะไรกับปิ๊ดในรถ ยุ้ยว่าอย่ามาพูดหรือมาใส่ร้ายกันแบบนี้ถ้าไม่ได้เห็นกับตา คนเราคบกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันด้วยรถคันเดียวกัน แต่ถ้าเห็นว่าเราทำอะไรกันในรถถ่ายรูปมาให้ดูเลย ท้าเลย เรื่องการอยู่ด้วยกันยิ่งไม่มีทาง ปิ๊ดก็อยู่กับพ่อแม่เขา ยุ้ยก็อยู่กับครอบครัวยุ้ย ยุ้ยซีเรียสตรงนี้ถ้าจะอยู่ด้วยกันต้องแต่งงานก่อนแน่นอน เพราะยุ้ยเป็นผู้หญิงไทย มีครอบครัว ไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เรามีผู้ใหญ่ และปิ๊ดเองก็ให้เกียรติยุ้ยมากๆ ทั้งพ่อแม่เขาและครอบครัวเขาค่ะ”

 

มองเรื่องแต่งงานไว้หรือยัง ยุ้ยออกตัว “คงอีกนาน ปิ๊ดเองอยากทำทุกอย่างให้พร้อมและดีที่สุด ยุ้ยก็ต้องทำตัวเองให้ดีที่สุด ดูแลครอบครัวให้มากที่สุด ตอนนี้ภาระครอบครัวไม่มีอะไรมาก แต่ที่ยังไม่พร้อมคือเรื่องวุฒิภาวะ และการคบกันยังต้องดูกันอีกเยอะ”

 “ปีหน้าอาจไม่เหมือนเดิมใครจะไปรู้ ขอแค่วันนี้มีความสุขที่สุดก็พอแล้ว ยุ้ยก็ต้องเผื่อใจไว้เหมือนกันค่ะ” ยุ้ยทิ้งท้ายอย่างมีความสุข

………………………………………………………………………………

ชิ้นโบแดง

ผ่านงานแสดงมาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง แต่ละครที่นางเอกสาว “ยุ้ย”จีรนันท์ มะโนแจ่ม ยกให้เป็นชิ้นโบแดง มีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่อง

 

เรื่องแรก “ผักบุ้งกับกุ้งนาง” – “เรื่องนี้ชอบมากที่สุด และหลายๆ คนก็ชอบเพราะเป็นบทที่ท้าทายเป็นบทคู่แฝด หลายคนบอกว่ายุ้ยเล่นเรื่องนี้ได้ดีมาก”







เรื่องที่สอง “เจ้าชายหัวใจเกินร้อย” – “เล่นคู่กับพี่มอส(ปฏิภาณ ปฐวีกานต์) เป็นละครกึ่งแฟนตาซี สนุกขำๆ ไม่เครียดค่ะ”

 




เรื่องที่สาม “บ่วงบรรจถรณ์” – “เรื่องนี้เล่นเป็นเจ้านาง ถึงไม่ได้เป็นนางเอกแต่ยุ้ยชอบบรรยากาศของเรื่อง ตอนที่เล่นรู้สึกอิน เป็นอะไรที่เหมือนฝัน ได้แต่งตัวสวยๆ และเป็นการร่วมงานกับอาตู่(นพพล โกมารชุน) ด้วย เป็นละครเรื่องที่สองที่ยุ้ยเล่น”







สุดท้าย “คมพยาบาท” – “ชอบเพราะเป็นละครเรื่องแรกของยุ้ยเลย เล่นกับพี่อั้ม-พัชราภา กับพี่วี-วีรภาพ เป็นละครที่ทำให้ยุ้ยแจ้งเกิดในวงการ หลายคนรู้จักชื่อตัวละครที่ยุ้ยเล่นคือน้อย และเรื่องนี้ทำให้ยุ้ยคิดว่าการแสดงนี่แหละคือชีวิตที่เราต้องการ”







คอลัมน์ คุยกับดาว
สุวัฒน์ ฉัตรสง่า – เรื่อง 

บทความและภาพ






   ยุ้ยรักบานฉ่ำ ทั้งใจ ยกให้ ปิ๊ด (content หมวด : Fashion gallery )
   เชื่อแต่ไม่งมงาย! ยุ้ย ฟุ้ง! จตุคามฯ ส่งผล งาน เงิน ความรัก พุ่ง!!! (webboard หมวด : บันเทิง )
   ยุ้ยโต้ข่าวทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับแฟนหนุ่ม (webboard หมวด : บันเทิง ) 




 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา