“เบนซ์-พรชิตา” หัวใจ พองโต

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / “เบนซ์-พรชิตา” หัวใจ พองโต



“เบนซ์-พรชิตา” หัวใจ พองโต 

<a href=ละคร ร่ายริษยา เบนซ์ พรชิตา ช่อง 3 ผู้หญิง” hspace=”0″ src=”http://content.mthai.com/upload_images/kik_benz/Benz_Pornchita_04.jpg” border=”0″>



     ละคร ร่ายริษยา กำลังเข้มข้นขึ้นทุกที วันนี้ ดาวต่างมุม เลยไม่รอช้า ขอเชื้อเชิญนางเอกสาวมากฝีมือ อย่าง “เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา” มาบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองต่าง ๆ ที่เธอมีต่อวงการบันเทิง และที่ขาดไม่ได้คือ เรื่องเลิฟ ๆ กับนักแสดงหนุ่ม มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ไปติดตามชมกันเลยดีกว่า
เส้นทางเริ่มแรก
    
ตอนนั้นถ่ายละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ของช่อง 7 บัวแก้วบัวทอง และก็เล่นหนัง กองร้อย 501 ภาค 2 จากนั้นก็มาเล่นละคร นางอาย ทางช่อง 3 เริ่มงานที่ช่อง 7 แต่มาดังช่อง 3 จริง ๆ ตอนนั้นเบนซ์ไม่ได้อยากเข้าวงการบันเทิง เบนซ์เป็นคนที่ไม่ชอบการแสดงออกขนาดครูให้ออกไปพูดหน้าห้องยังไม่ทำเลย แต่แม่อยากให้เรามาทำงานนี้เพราะอยากให้เรากล้าแสดงออก เลยจับให้ทำกิจกรรมตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังไม่หายซะที จนมีคนมาติดต่อให้ไปเทสต์โฆษณา แม่ก็เลยพาไป กว่าจะได้งานก็ไปหลายที่เหมือนกัน

กับละครเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง

     ตอนนั้นอายุประมาณ 14 ปีเอง รู้สึกว่าตัวเองเล่นแข็งมาก แต่โชคดีที่มีกำลังใจเยอะ ตามประสาเด็กใหม่ ครู 2 คนแรกที่สอนการแสดงหนู คือ แม่ตุ่มกับพ่อช้าง ทำให้เรามีกำลังใจเล่น เวลาถ่ายละครดึก เบนซ์ก็จะงัวเงีย แม่ตุ่มก็จะคอยแหย่โน่นนี่ ทำให้เรามีแรง เราเลยต้องพยายามเพื่อไม่ให้ทุกคนรอ เตรียมตัวมาอย่างดี ท่องบทมาจากที่บ้าน อย่างน้อยเล่นไม่ได้ก็ต้องท่องบทให้ได้ก่อน มันทำให้เรามีกำลังใจในการทำงาน และเริ่มรักวงการมากขึ้น อยากเล่นเรื่อง ต่อ ๆ ไป จากนั้นก็มีงานเข้ามาเรื่อย ๆ

ทำงานในวงการครบทุกแขนงหรือยัง 

ทำมาครบทุกแบบแล้ว ยกเว้นงานดีเจ เบนซ์ชอบงานทุกงานที่ทำ แต่ละงานมันมีความแตกต่างในตัวเอง ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าชอบอะไรมากที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่เบนซ์อยากทำมากที่สุดคือ งานพิธีกร เพราะเบนซ์มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เวลาทำงานพิธีกรเราเป็นตัวเองได้ นอกจากนี้ก็ชอบเล่นคอนเสิร์ต ไม่ได้อยากเป็นนักร้องนะ แต่ชอบบรรยากาศของการเล่นคอนเสิร์ต เพราะคนตั้งใจมาดูเรา มันเป็นอารมณ์ที่หาไม่ได้จากการเป็นนักแสดง มีความสุขที่ได้เจอแฟนละคร

จากเด็กขี้อายกลายเป็นดาราเจ้าบทบาท

เบนซ์ก็ยังเป็นคนขี้อายอยู่นะ ถ้าเบนซ์ไม่แต่งตัว ก็จะยังมีความเป็นตัวเองอยู่ อย่างสมมุติถ้าแต่งตัวเสื้อยืด กางเกงยีนไปขึ้นคอนเสิร์ต เบนซ์ก็เต้นไม่ได้นะ แต่ถ้าเมื่อไหร่แต่งตัว มีแดนเซอร์พร้อม เรา จะเต็มที่เลย เบนซ์ว่าบางทีสิ่งรอบข้างมันช่วยให้เราเป็นตัวนั้น ๆ ได้ตามคาแรกเตอร์ ประกอบกับประสบการณ์ช่วยหล่อหลอมขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำให้เราเหมือนมีของโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว


ละคร ร่ายริษยา เบนซ์ พรชิตา ช่อง 3 ผู้หญิง




คิดว่าฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะมั้ย

ถ้าเทียบกับวันแรกเยอะเลย แต่ไม่ถึงที่สุด เบนซ์คิดว่าเราทำได้อีก วันแรกประโยคที่พูดเหมือนท่องหนังสือเลย ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับเด็กใหม่ พาวเวอร์ ทรี เขาก็พูดเหมือนท่อง จนพี่ทีมงานบ่นว่าเด็กใหม่เล่นไม่ดีเลย เบนซ์ก็บอกพี่คนนั้นว่า อย่าไปว่าเขาเลย ไปดูตอนเบนซ์เล่นเรื่องแรกซิ เราเล่นมาตั้งหลายเรื่องกว่าจะได้อย่างทุกวันนี้ เราสงสารน้องใหม่นะ เวลาเห็นเขามีความพยายามเราก็รู้สึกเห็นใจ มีอะไรก็บอกเขา เพราะแต่ก่อนก็มีคนเคยสอนเรา เลยทำให้เราไม่หวงวิชากับน้อง ๆ โชคดีที่เราได้เจอแต่อะไรดี ๆ ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้ เบนซ์ยอมรับว่าไม่ชอบเลย คิดว่าคนที่เข้ามาวงการนี้ ต้องติดยา ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่พอเข้ามาทำให้เราได้เห็นว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราว่าเราสามารถแยกแยะอะไรที่ดีหรือไม่ดีได้ เบนซ์อาจจะโชคดีกว่าคนอื่นตรงที่แม่ดุมาก ทำให้เราอยู่ในกรอบระเบียบที่เขาวางเอาไว้

ไม่กลัวคนมองว่าเป็นลูกแหง่เหรอ

ตอนเด็ก ๆ ก็เบื่อ ไม่รู้จะตามทำไมนักหนาเนี่ย แต่พอโตขึ้นเรารู้สึกว่ามีหลายคนที่เขาอยากให้พ่อแม่มาตาม แต่เขาไม่มีโอกาส ทำให้เรารู้สึกว่าจริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องดี เบนซ์คิดว่าเราโชคดีที่แม่ดุ บอกได้เต็มปากเลยว่าโตมาได้ทุกวันนี้เพราะแม่ แม่สอนให้เบนซ์เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย แม่บอกว่าใช่วันนี้เธอมีชื่อเสียงมีคนรู้จัก แต่ถ้าวันนึงสิ่งเหล่านั้นหายไปล่ะ เบนซ์จะเป็นคนที่เสียใจมากที่สุด เราต้องทำตัวธรรมดาเข้าไว้ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะได้ไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง คนก็ยังรักที่เราเป็นแบบนี้ เบนซ์ว่าความดีมันก็สามารถทำให้คนอยากจ้างเราต่อไปเรื่อย ๆ

อะไรทำให้เราดังได้นานขนาดนี้

บางครั้งเราต้องรู้จักตัวเองว่าทำได้แค่ไหน เบนซ์ไม่สามารถโชว์โป๊ได้ คาแรกเตอร์เบนซ์ดูบ้านนอก ไม่ใช่เด็กไฮโซ เบนซ์จึงเป็นตัวของตัวเอง แต่งตัวธรรมดา เบนซ์ว่าที่คนส่วนใหญ่รักเบนซ์เพราะเราเป็นอย่างนี้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน บางครั้งผู้ใหญ่หลายคนก็มองเราอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว
ทำไมกล้าฉีกเล่นร้าย

ทำไมกล้าฉีกเล่นร้าย

เบนซ์รักการเป็นนักแสดง อะไรก็ได้ที่มีบทให้เล่น เราทำได้หมด ยังเคยพูดกับผู้ใหญ่ทางช่อง 3 เลยว่า ถ้าไม่มีตัวร้าย เรียกเบนซ์ไปเล่นแทนได้นะ ใคร ๆ ก็อยากเป็นนางเอกอยากให้คนรัก แต่ที่เบนซ์เล่นบทร้ายได้ก็เพราะว่า เราทำงานมาแล้วในระดับหนึ่ง ทุกคนรู้จักหมดแล้วว่าเราเป็นคนยังไง ต่อให้เราไปเล่นบทอะไรคนก็รู้ว่าเรายังเป็นแบบนี้ ถ้าเข้ามาแล้วเล่นร้ายเลย คนอาจมองเรา ไม่ดี ที่สำคัญคือเบนซ์อยากอยู่ในวงการ ไปนาน ๆ มากกว่าอยากเป็นนางเอกไปนาน ๆ คือถ้าเป็นนางเอกได้มันก็ดี แต่เดี๋ยวนี้มีเด็กใหม่ ๆ เข้ามาเยอะ ก็เลยคิดว่าเล่นอะไรก็ได้อย่าไปเรื่องมากดีกว่า ฉะนั้นเวลาทางช่องให้บทอะไรมาเบนซ์เล่นหมด ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะกับเรา มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้เขามั่นใจว่าเราเล่นได้
เลือกรับงานอย่างไร


ละคร ร่ายริษยา เบนซ์ พรชิตา ช่อง 3 ผู้หญิง




เลือกรับงานอย่างไร
ถ้าเรื่องงานละคร เบนซ์ไม่เคยเลือกเลยแล้วแต่ทางช่อง งานหนังเราพอใจก็เล่น อย่างเรื่อง แซ่บ คนมักถามเบนซ์ว่าทำไมเล่นเรื่องนี้ ค่ายหนังก็เล็ก เบนซ์ก็บอกว่าถ้าเราไม่ให้โอกาสคนที่เขากำลังจะเกิดขึ้นมาใหม่ แล้วเมื่อไหร่เขาจะได้เกิดล่ะ จะมีแต่ค่ายใหญ่เหรอ บางครั้งไม่ได้หมายความว่าค่ายใหญ่บทดีแล้วหนังจะได้สตางค์ โอเคหน้าหนังอาจดี แต่จะได้เงินมั้ยก็อีกเรื่องนึง ถามว่ากลัวกระทบภาพลักษณ์มั้ย เบนซ์ไม่ได้เล่นหนังโป๊นี่ แล้วเราก็ไม่ได้ทำตัวให้ภาพลักษณ์เป็นแบบนั้น แค่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่มันก็โอเคแล้ว

จะทำงานในวงการไปอีกนานแค่ไหน

เบนซ์วางไว้เลยว่าตลอดชีวิต ถ้าวันนึงเบนซ์อายุ 30 กว่า มีลูกแล้วให้เราไปเล่นบทแม่ เบนซ์โอเคนะ มันต้องเป็นไปตามวัย ถ้าเราแฮปปี้ที่จะทำงานนี้ เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทไปเรื่อย ๆ อย่างล่าสุด พี่ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ยังมาเล่นเป็นแม่ พี่กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง แล้วเลย เบนซ์ว่าแค่เราสนุกกับงาน มีบทให้เราเล่นก็โอเคแล้ว อย่าไปคิดอะไรเยอะ เพราะเราเองจะเป็นฝ่ายที่เหนื่อยใจ

เรื่องหัวใจล่ะ

กับ พี่มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ยังเป็นพี่น้องเหมือนเดิม คงยังไม่รีบรับปากเป็นแฟนกับใคร อยากดูให้ดีที่สุด เราไม่มีเวลามากพอในการศึกษาใคร ไม่ค่อยได้เจอกัน การคุยโทรศัพท์ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปรู้จักเขามากพอ ไม่เหมือนคนที่เจอกันทุกวัน เขาได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันแบบรวดเร็ว กับพี่มิครู้จักกันมา 2 ปีกว่าแล้ว เขาเป็นคนดีเลย เบนซ์ชอบคนอารมณ์ดี ขยันทำงาน รักครอบครัว ซึ่งพี่เขาก็เป็นเหมือนที่เบนซ์คิด แต่ก็ต้องดูกันต่อไป บางครั้งดีอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่ด้วยกันได้

บางคนมองว่าเราเป็นนางเอกน่าจะได้แฟนระดับพระเอกเหมือนกัน

อย่าไปซีเรียสกับเรื่องนั้นเลย เราก็ไม่ได้เป็นคนสวยอะไร การมองคนหล่อหรือไม่หล่อไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเบนซ์ เพราะเราโตแล้ว ถ้าเบนซ์เป็นเด็ก 18 อาจจะอยากได้แฟนหล่อ ตอนนี้กลายเป็นว่าเรารักใครก็อยากให้เขารักเราและเข้ากับที่บ้านเราได้ก็พอ มันคือสิ่งสำคัญที่สุด อย่างพ่อของเบนซ์ก็ไม่ใช่คนหล่อ แต่พ่อรักแม่มาก ไม่ว่าแม่จะโกรธโมโหยังไงพ่อก็รัก เราอยากเจอผู้ชายแบบนี้อยากได้คนที่เขารักเรา

ทำไมต้องดูกันนาน ๆ ด้วย

เบนซ์ไม่ใช่คนฉลาดเรื่องผู้ชาย แม่เคยบอกว่าคนดู กันมา 10 ปี ยังเลิกกันได้เลย ถ้าคบกันไปนาน ๆ เราจะได้เห็นธาตุแท้กันและกัน เราอยากเรียนรู้มากกว่าที่จะต้องเสียโอกาสที่จะเจอคนดี ๆ ไป ยิ่งเราเป็นนักแสดงถ้าแต่งงานก็ต้องทนแล้ว ถ้าเมื่อไหร่เลิกปุ๊บเราจะเสียใจ เพราะทุกคนรอดูอยู่ว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง การทำงานตรงนี้มันเหมือนกับว่าเวลาทำอะไรเราต้องคิดเผื่อคนอื่นไปด้วยว่าคนจะมองเรายังไง ทุกคนอาจมองว่าเราเป็นนางเอกต้องแต่งงานกับคนมีตังค์ ซึ่งถ้าได้อย่างนั้นมันก็ดี แต่เราไม่ได้ไขว่คว้า เบนซ์ไม่อยากให้คนอื่นเอาเบนซ์ไปเปรียบเทียบกับคนนั้นคนนี้ ทำไมต้องไปชอบกับไอ้อ้วนนั่นด้วย คือ คนเขาไม่ได้มาอยู่ด้วยกับเรา เขาไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้รักเราแค่ไหน เขามีอะไรดีบ้าง เบนซ์ต้องมองรวม ๆ ถ้าพ่อแม่เบนซ์รับได้เบนซ์เชื่อว่าคนอื่นก็น่าจะรับได้


ละคร ร่ายริษยา เบนซ์ พรชิตา ช่อง 3 ผู้หญิง




ดูแม่มีอิทธิพลในชีวิตเรามากอึดอัดมั้ย

ไม่อึดอัดแต่เข้าใจมากกว่า ตอนเด็ก ๆ เวลาคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนาน ๆ แม่จะบ่น เราก็คิดว่าแม่เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย แค่คุยโทรศัพท์ แต่พอโตขึ้นเราเข้าใจสิ่งที่แม่พูด เขาอยากให้เราได้คนดี ตอนนี้อะไรที่ แม่เตือน เราจะพยายามเข้าใจในสิ่งที่เขามอง และคนที่จะมาเป็นแฟนเบนซ์ต้องเข้ากับครอบครัวเราได้ ถ้าวันนึงเขาไม่สามารถมานั่งกินข้าวกับบ้านเบนซ์ได้ เราคงรู้สึกอึดอัด มันเป็นสิ่งที่เขาต้องปรับตัว เพราะบ้านเบนซ์คงไม่สามารถเปลี่ยนให้เข้ากับเขาแค่คน เดียวได้ ขณะเดียวกันถ้าเบนซ์ไปอยู่บ้านเขา ก็ต้องปรับตัวเข้ากับครอบครัวเขาเหมือนกัน มันอาจไม่ใช่ตัวเรา แต่เมื่อเราไปอยู่บ้านเขาเราก็ต้องทำ กับพี่มิคแม่ก็โอเคในระดับหนึ่ง เขาไม่เคยทำอะไรให้เบนซ์ผิดหวังในตัวเขา แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูความมั่นคงของเขา

กับพี่มิคมองไกลขนาดไหน

พอโตขึ้นมันต้องมองไปถึงอนาคตแล้ว เบนซ์คงจะไม่คุยกับใครคนนึงเพื่อความสนุกหรือฆ่าเวลา การคุยของเบนซ์ครั้งนี้มันโตขึ้น เราไม่ได้คุยแบบกุ๊กกิ๊ก เลยทำให้เรารู้สึกว่าการจะทำอะไรต่อไปเป็นสิ่งที่ต้องระวังแล้ว ไม่ใช่เอะอะก็ช่างมันไม่คุยแล้วเดี๋ยวคุยกับคนอื่นก็ได้ เราโตมากพอที่จะไม่ทำอะไรงี่เง่าแบบนั้นแล้ว อะไรที่ไม่เวิร์กก็ต้องปรับเปลี่ยนกัน เบนซ์คิดว่าในเมื่อเรามีโอกาสคุยกับใครคนนึงแล้ว เราก็อยากให้มันนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อนาคตจะเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องนึง
ถึงแม้บทสรุปของความรักยังไม่ลงตัวก็ไม่เป็นไร แต่ที่ แน่ ๆ คือ ผลงานของเธอจะมีออกมาต่อเนื่องให้เราได้ชมกัน เพราะช่วงนี้เธอกำลังเทคิวถ่ายละคร พยัคฆ์แซ่บอีหลี ใครที่เป็นแฟนละครของเธอก็อย่าลืมติดตามชมกันนะจ๊ะ.

คนกลาง เรื่อง
อมรรัตน์ ศรีม่วง ภาพ
 


ขอขอบคุณ 


                                                                                                     เดลินิวส์ mthai

                                                                                           

ขออนุญาตใช้เนื้อหา