เล็งปิด 8 เว็บวิตถาร

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / เล็งปิด 8 เว็บวิตถาร

 

เล็งปิด  8  เว็บวิตถารเหตุแพร่ภาพเซ็กส์ในครอบครัว

 

 


ไพบูลย์ จัดระเบียบร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หลังเด็กไทยใช้เป็นแหล่งมั่วสุม คุมเข้มห้ามเด็กต่ำกว่า 18 ปีอยู่ร้านอินเทอร์เน็ตหลัง4 ทุ่มดึงผู้ประกอบการร่วมโครงการผ่านสิทธิประโยชน์ซอฟต์แวร์ราคาถูก เล็งสั่งปิด 8 เว็บไซต์วิตถารนำเสนอเพศสัมพันธ์ในครอบครัว นักวิชาการเสนอรัฐเพิ่มโทษผู้ที่เปิดเว็บให้หนัก เทียบชั้นฮ่องกง มีโทษปรับหลักล้านบาทถึงขั้นล้มละลายได้ หวั่นสร้างค่านิยมทางเพศผิดเพี้ยนให้กับเด็ก เยาวชน

 

เมื่อวันที่20 ธันวาคม นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงมาตรการจัดระเบียบอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เนื่องจากปัจจุบันสื่ออินเทอร์เน็ตกำลังส่งผลกระทบต่อเด็กเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ตมากที่สุด อีกทั้งลักษณะของการใช้งานกว่า 80% เป็นการใช้เพื่อการบันเทิงโดยเฉพาะการเล่นเกม การเสพสื่อลามก การล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่ลักษณะทางกายภาพของร้านอินเทอร์เน็ต พบว่า บางแห่งมีการจำหน่ายบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การติดฟิล์มทึบ มีเด็กใช้บริการหลังเวลา 22.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กฎหมายห้ามไว้รวมถึงการล่อลวงทางเพศจนก่อให้เกิดปัญหาดังที่ปรากฏเป็นข่าว 

 

นายไพบูลย์กล่าวว่า คณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงจัดทำโครงการร้านเกมคาเฟ่และร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภายใต้ความร่วมมือของ 5 หน่วยงานคือ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดร้านอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยหลักเกณฑ์ของความปลอดภัย คือ สภาพแวดล้อมของร้านต้องปลอดภัย เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เช่น ร้านต้องสว่าง ห้ามสูบบุหรี่ในร้าน ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ในร้านเกินเวลา22.00 น. 

 

ส่วนหลักเกณฑ์สร้างสรรค์คือ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จะมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังเพื่อดูแลไม่ให้ผู้ใช้บริการกระทำ หรือดำเนินกิจกรรมไปในทางลามก หรือผิดกฎหมาย โดยร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ได้รับการสนับสนุนซอฟต์แวร์ราคาถูก เป็นต้น ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินมาตรการเคร่งครัดกับร้านที่ทำผิดกฎหมาย รวมถึงการจัดตั้งกลุ่มเฝ้าระวังในชุมชนผ่านรูปแบบคณะกรรมการชุมชน ซึ่งมาจากคนในชุมชนและสถานศึกษาใกล้เคียง โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจควบคุมตามกฎหมาย 

 

คณะกรรมการยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มเครือข่ายครอบครัวเพื่อดำเนินการกับ 8 เว็บไซต์ลามกอนาจารที่นำเสนอภาพลามกอนาจารแบบวิตถาร และเนื้อหาการมีเพศสัมพันธ์ของคนในครอบครัว จึงมอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบและหามาตรการควบคุมโดยเร็ว นายไพบูลย์กล่าว 

 


นพ.พลเดชปิ่นประทีป รมช.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า สังคมไทยปล่อยอิสระประชาชนมามาก การกระทำต่างๆ จึงไปไกลเกินกว่าที่คนทั่วไปจะตามทัน และต้องยอมรับว่า สังคมไทยเสื่อมถึงขั้นถ่ายการมีเพศสัมพันธ์ส่วนตัว แล้วนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยความภาคภูมิใจ จริงๆ การแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็น พม. ศึกษาธิการโดยเฉพาะวัฒนธรรมที่จะต้องทำงานในแง่ของการส่งเสริมวิธีคิดและระบบคุณค่าของสังคมให้เกิดขึ้นกับคนไทย ซึ่งต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายพ.ศ. … เพื่อนำมาแก้ปัญหาดังกล่าวได้ด้านผศ.ดร.อมรวิชช์นาครทรรพ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผอ.สถาบันรามจิตติ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเปิดเว็บไซต์ลามกนี้ แต่เว็บเช่นนี้มีอยู่มากมาย จะไปไล่ตามปิดคงทำไม่ได้ทั้งหมด ถ้าเปิดในไทยก็ปิดได้ง่าย แต่บางเว็บเปิดจากต่างประเทศก็ปิดยาก จึงขอเสนอให้รัฐบาลทำเป็นข้อตกลงสากลในการปิดเว็บเหล่านี้ เพิ่มโทษผู้ที่เปิดเว็บเช่นนี้ให้หนักขึ้น เช่น ฮ่องกง หากถูกจับได้มีโทษปรับเป็นเงินนับล้านบาทถึงขั้นล้มละลายได้  

 

“คนที่เปิดเว็บลามกต้องถูกลงโทษให้หนัก จับไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าถูกจับได้ก็มีโทษหนัก น่าเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.ปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายพ.ศ. … ยังไม่ได้มีการนำมาพิจารณาในรัฐบาลชุดนี้เพราะมีบทลงโทษหนักปรับ 1-2 แสนบาท แต่รัฐบาลหน้าก็สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ รวมถึงจะต้องเพิ่มเว็บดีๆ มีสาระให้มีมากกว่าเว็บไม่ดี เพื่อให้เด็กได้ใช้ประโยชน์จากเว็บที่ดี มีสาระเหล่านี้ ไม่ไปเข้าเว็บไม่ดี รวมถึงพ่อแม่ต้องสอนลูกให้รู้จักและเข้าเว็บที่ดี มีสาระ เพราะเรื่องแบบนี้ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ และทำจนเป็นนิสัยติดตัวไปจนโต” ผศ.ดร.อมรวิชช์ กล่าว  

 

พญ.อัมพรเบญจพลพิทักษ์ ผอ.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปิดเว็บลามก เพราะเว็บเหล่านี้สร้างปัญหาให้แก่สังคม ทำให้มีค่านิยมทางเพศที่ผิดเพี้ยนไป มีการเปิดเผยและแสดงออกมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บที่เผยแพร่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับคนในครอบครัวนั้น เป็นการสะท้อนถึงความผิดวิปริตทางจิตใจ และเป็นช่องทางให้แก่คนกลุ่มนี้เผยแพร่และเป็นต้นแบบได้ง่ายขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ควร เพราะเด็กยังแยกแยะไม่ได้ว่าอะไรถูก หรือผิด และไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ การมีเพศสัมพันธ์กับคนในครอบครัวนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามอยู่แล้ว และจะทำให้ความเข้าใจและความสัมพันธ์ในครอบครัวผิดเพี้ยนไปอย่างรุนแรง

 

“การแก้ปัญหาจะไปไล่ปิดเว็บอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องให้ความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กๆ รู้จักเลือกเข้าเว็บที่เป็นประโยชน์ ไม่ไปเข้าเว็บลามก และปลูกฝังให้เด็กมีทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศ รู้จักป้องกันตัวเองจากสิ่งเร้าทั้งหลายที่ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ หนังสือ จะทำให้เด็กมีความเข้าใจและปรับตัวในการใช้เว็บไซต์ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง” พญ.อัมพร กล่าว 

 

: คมชัดลึก
 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา