คลิป”ปารีส ฮิลตัน”อำ”แม็กเคน”ฮอต!

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / คลิป”ปารีส ฮิลตัน”อำ”แม็กเคน”ฮอต!



คลิป”ปารีส ฮิลตัน”อำ”แม็กเคน”ฮอต!


ปารีส ฮิลตัน

 


       ปารีส ฮิลตัน   ดาราสาวไฮโซคนดัง ทายาทเจ้าของโรงแรมฮิลตัน ถ่ายทำคลิปวิดีโอโฆษณาล้อเลียนการเมืองเสียดสีนายจอห์น แม็กเคน เป็นคลิปที่กำลังได้รับความนิยม ตามข่าว เมื่อ 7 ส.ค. 

   
เมื่อ 7 ส.ค. เอพีรายงานว่า คลิปวิดีโอล่าสุดของ  ปารีส ฮิลตัน ดาราไฮโซชื่อดังชาวอเมริกันวัย 24 ปีที่ล้อเลียนนายจอห์น แม็กเคน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หลังจากเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 3 ล้านครั้ง ที่เว็บไซต์ www.funnyordie.com.

  
สาวปารีสทำวิดีโอแก้เผ็ดที่ถูกวิดีโอหาเสียงทางการเมืองของแม็กเคนพาดพิงตนกับนายบารัก โอบามา ผู้ชิงชัยจากพรรคเดโมแครตมา ในเชิงเปรียบเทียบเย้ยหยันว่า เป็นแค่คนดัง ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นผู้นำชาติได้

    
ในวิดีโอของปารีส ร่วมจัดทำโดยนายอดัม แม็กเคย์ มีชื่อว่า “ฟันนี่ ออร์ ดาย” หรือ “ถ้าไม่ขำก็จงตาย” ปารีสนุ่งชุดว่ายน้ำลายเสือเซ็กซี่ มีข้อความเสียดสีแม็กเคนว่าเป็นคนดังที่ยอดจะแก่ชราที่สุดในโลก

    
“จ๊ะเอ๋ อเมริกา ดิฉันปารีสฮิลตัน ดิฉันเป็นคนดังเหมือนกันค่ะ เพียงแต่ว่าไม่ได้มาจากวันคืนอันเก่าเก็บ และดิฉันก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไร ดิฉันแค่ดังเอามากๆ อยากให้อเมริการู้ว่า ดิฉันพร้อมแล้วที่จะนำประเทศ” ปารีสกล่าว และว่าจะเลือกนักร้องสาว ริฮันน่า มาเป็นคู่ชิงด้วย ถ้าได้รับเลือกจะทาตึกทำเนียบขาวเป็นสีชมพู

     
วันเดียวกัน สำนักข่าวซีบีเอสของสหรัฐรายงานผลสำรวจความนิยมอเมริกันชนที่มีต่อผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ว่า นายบารัก โอบามา ตัวแทนพรรคเดโมแครตยังได้รับความนิยมนำนายแม็กเคน ร้อยละ 45 ต่อ 39 ไม่แตกต่างจากเดือนก่อน โดยผู้ที่ไม่แสดงความคิดเห็นมีร้อยละ 13 คงเดิม แม้ว่าโอบามาจะเดินทางไปหาเสียงยังต่างประเทศหลายประเทศ ขณะที่นายแม็คเคนเองโหมออกโฆษณาหาเสียงชุดใหญ่

    
ข่าววิเคราะห์ว่า แม้การเดินทางไปเยือนต่างประเทศของนายโอบามาจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ แต่ปลุกคะแนนนิยมนำโด่งอย่างเด็ดขาดไม่ได้ มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่เห็นว่าโอบามาน่าจะเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน 4 จุด ส่วนผู้ที่เห็นว่านายแม็กเคนเหมาะจะเป็นผู้นำอย่างแท้จริงมีร้อยละ 38 ลดลงจากเดิม 8 จุด แต่ก็ยังได้ชื่อว่านำโอบามาอยู่มาก ผลสำรวจชี้ด้วยว่า ผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับประเด็นเศรษฐกิจและงานถึงร้อยละ 36 รองลงมาคือเรื่องสงครามอิรักร้อยละ 17 ตามด้วยเรื่องเชื้อเพลิงร้อยละ 9 สุขภาพร้อยละ 8 และสิ่งแวดล้อมร้อยละ 5 ซึ่งผู้ออกความเห็นร้อยละ 70 เห็นว่าผู้สมัครทั้งสองคนยังชูนโยบายไม่โดดเด่นพอ และเห็นว่าผู้นำคนต่อไปควรสนใจเรื่องในประเทศมากกว่าการต่างประเทศ 




                                                                                                ขอขอบคุณ



                                                                                      ข่าวสด



                  

ปารีส          
 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา