5 อดีตนางสาวไทยย้อนรำลึก ช่วงเวลาแห่งความภูมิใจ

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / 5 อดีตนางสาวไทยย้อนรำลึก ช่วงเวลาแห่งความภูมิใจ

 

5 อดีตนางสาวไทยย้อนรำลึก ช่วงเวลาแห่งความภูมิใจ

 

        ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย นางสาวไทย ก็ยังคงเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติที่สาวไทยใฝ่ฝัน!! และในค่ำคืนของวันที่ 29 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ก็จะมีนางสาวไทยเพิ่มขึ้นมาในทำเนียบอีกหนึ่งคน โดยเป็นคนที่ 44 ซึ่งผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกจะต้องเพียบพร้อมด้วยความสวย บุคลิกสง่างาม และฉลาดรอบรู้ ตามคอนเซปต์ ประกายงามแห่งปัญญา แต่

 

           คุณปุ๊ก-อาภัสรา หงสกุล เริ่มด้วยอดีตนางสาวไทยที่ยังคงความสวยเป็นอมตะ!! คุณปุ๊ก-อาภัสรา หงสกุล นางสาวไทยปี 2507 ซึ่งเป็นสาวไทยคนแรกที่คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลมาครองในปีเดียวกันด้วย แม้เวลาจะผ่านมา 44 ปีแล้ว แต่คุณปุ๊กก็ยังจดจำช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจในชีวิตได้เป็นอย่างดี เธอบอกว่า ตำแหน่งนางสาวไทยสอนให้เธอมีความเป็นผู้ใหญ่ รู้จักรับผิดชอบ เปิดประสบการณ์ดีๆในชีวิตถึงขั้นได้เป็นนางงามจักรวาล การประกวดในยุคนั้น ตัดสินจากความเป็นไทย เรียบร้อยทั้งกิริยามารยาท ขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นสากล พูดภาษาอังกฤษได้ คุณปุ๊กบอกด้วยว่า แม้การประกวดนางสาวไทยจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม แต่ ความเป็นไทย ความงดงามในกิริยามารยาทอันเรียบร้อย และความเป็นธรรมชาติในแบบฉบับของตัวเองก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

 

คุณเล็ก-นิภาภัทร (สุดศิริ) สิหนาทกถากุล ถัดมาในปี 2514 อดีตแอร์โฮสเตสสาวจากการบินไทย คุณเล็ก-นิภาภัทร (สุดศิริ) สิหนาทกถากุล หลังจากครองตำแหน่งนางสาวไทยแล้ว เธอก็แต่งงานกับเศรษฐีนักธุรกิจ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลและโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ (รร. แลนด์มาร์ค) และลอนดอน (รร.รอยัล แลงคาสเตอร์ และ รร.แลนด์มาร์ค) เธอบอกว่า ยุคนั้นมีเวทีประกวดเพียงเวทีเดียว และเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ มีประวัติยาวนาน เมื่อได้รับตำแหน่งนางสาวไทย ทำให้ต้องออกงานสังคมต่างๆ ช่วยเหลือองค์กรการกุศล อย่างงานกาชาด ซึ่งทำให้เธอรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่น แม้บางครั้งจะเหนื่อย แต่ด้วยภาพลักษณ์ของนางสาวไทยที่เป็นตัวแทนของหญิงไทย มีคนให้ความสนใจและชื่นชมเยอะมาก จึงทำให้บังคับตัวเองไปได้โดยปริยาย

 

ส่วน เอ๋-สาวิณี ประการะนัง นางสาวไทยปี 2527 เป็นสาวงามคนแรกในยุคผลัดใบ หลังจากที่พักการประกวดไปนานถึง 14 ปี และถือเป็นยุคแห่งความเปลี่ยน แปลงที่มีเด็กอิมพอร์ตเข้ามาประกวดกันตรึม และจัดประกวดกันที่พัทยา มีการเก็บตัวกันเป็นอาทิตย์ ยุคนั้นภาพลักษณ์นางสาวไทย ต้องเป็นผู้ที่มีความสง่า รู้จักวางตัว และต้องเป็นผู้เสียสละช่วยเหลือผู้อื่น แม้ว่าเธอจะเป็นเด็กที่โตเมืองนอก แต่ก็มีความเป็นกุลสตรีไทยเต็มร้อย

 

ด้าน มะปราง-ภาวดี วิเชียรรัตน์ นางสาวไทยปี 2538 เผยถึงช่วงเวลาแห่งความทรงจำว่า เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ทั้งได้เรียนรู้ ได้รู้จักกับผู้ใหญ่หลายท่าน ได้รู้จักการทำธุรกิจหลายอย่าง และยังเป็นช่วงเวลาที่ได้ค้นหาตัวเองด้วยว่าชอบอะไร อันเป็นที่มาของการเขียนหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ตลอดจนการทำรายการด้านสุขภาพในปัจจุบัน

 

 

พอถึงยุค เจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทยปี 2549 เธอบอกว่า มีความฝันที่อยากจะเปิดฟรีคลินิก รักษาผู้ป่วยในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เป็นฝันที่ทำยากมาก เพราะไม่มีชื่อเสียง ไม่เป็นที่รู้จัก ใครจะมาให้ความช่วยเหลือ เธอจึงตัดสินใจเข้าประกวดนางสาวไทยจนได้รับตำแหน่ง และมีโอกาสทำงานให้กับองค์กรการกุศลหลายๆองค์กร เจี๊ยบมองว่า เวทีนี้ไม่ได้ต้องการผู้หญิงที่สวยที่สุด แต่ต้องการผู้หญิงที่พร้อมในทุกๆด้านมากกว่า จึงอยากฝากบอกผู้เข้าประกวดว่า ตั้งใจทำให้ ดีที่สุด เป็นธรรมชาติในแบบของตัวเองให้มากที่สุด เพราะประกายงามแห่งปัญญา คือความสวยที่มาจากความคิดภายในจิตใจของเรา.

 

มงกุฎงามแห่งปัญญา

มงกุฎนางสาวไทย ถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศและมีความหมายยิ่งต่อผู้ได้รับตำแหน่ง เพราะบ่งบอกถึงสถานภาพของผู้สวมใส่ว่า เป็นสตรีที่สวยสุดและงามพร้อมสุด สำหรับปีนี้ได้รับการออกแบบโดย นายบุรินทร์ วงศ์สงวน ผู้เป็นตำนานแห่งมงกุฎนางสาวไทย ภายใต้คอนเซปต์ ประกายงามแห่งปัญญา เป็นการผสม ผสานระหว่างคราวน์และเทียร่าเข้าด้วยกัน โดยด้านข้างของมงกุฎทั้ง 2 ด้านจะไล่ลำดับกันลงมา แต่การสวมจะเป็นแบบคราวน์ และมีการเปลี่ยนแปลงที่ฐานของมงกุฎให้มีส่วนเว้าตรงหน้าผาก และเอียงโน้มไปทางด้านหลัง เพื่อให้รับกับหน้าและทรงผมของผู้สวม โดยได้แรงบันดาลใจจากกลีบบัว เพราะดอกบัวเป็นไม้มงคลที่นิยมนำมาถวายพระ ขณะเดียวกัน มงกุฎใช้สวมอยู่บนศีรษะ นับว่าเป็นของสูง รูปแบบมงกุฎในปีนี้จึงเป็นลักษณะของกลีบบัวซ้อนกัน เพิ่มรายละเอียดที่กลีบบัวด้านล่าง ด้วยการประดับไพลินล้อมเพชร มีลักษณะเหมือนจี้ห้อยลงมา เช่นเดียวกับกลีบบัวบนยอดมงกุฎ ประดับเพชรทรงหยดน้ำมีลักษณะเป็นจี้ห้อยลงมา เปรียบดั่งประกายแห่งความงดงามที่มาจากสติปัญญาของผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย.


 

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

 


 

จากเวทีการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2551

 

นางสาวไทย -  นางสาวไทย ปี 2550 ได้แก่ หมายเลข 1 นางสาว อังคณา ตรีรัตนาทิพย์(อ้อ) อายุ ๒๒ ปี นิสิต จุฬาลงกรณ์
 
 
นางสาวไทย - Miss Thailand Universe 2008 รอบสื่อมวลชน
Miss Thailand Universe 2008 รอบสื่อมวลชน
ภาพและวีดีโอประกวดนางสาวไทย 2008 รอบสื่อมวลชน ไปถ่ายมาเมื่อวาน 23 พฤษภา 2551 ผมไม่ได้ใช้กล้องแบบมืออ.......
 

นางสาวไทย - สาวมั่นสวย ขาวน่ารัก มาแล้ว มาแล้ว
สาวมั่นสวย ขาวน่ารัก มาแล้ว มาแล้ว
ฝากผลงานมามากมายกับสาวคนนี้ **สุดยอดนางแบบรายการคุณลิขิต **เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย เวทีมิสไทยแลนด์ยูน......

 
 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา