หมิง ชาลิสา อดีตนางสาวไทยปี 2546

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / หมิง ชาลิสา อดีตนางสาวไทยปี 2546


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์
เธอคว้าตำแหน่งนางสาวไทยปี 2546
มาอย่างงดงาม และ ภาคภูมิใจ

     หลายคนคงยังจำกันได้ กับสาวหน้าหวานที่คว้าตำแหน่ง นางสาวไทย เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วมาครอง เธอคนนี้ถือได้ว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยงเลยทีเดียว “หมิง ชาลิสา” เธอคนนี้ผ่านเวทีการประกวดมามากมาย เริ่มจากการ เต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่สมัยเด็ก การเป็น เชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนมาถึงเวทีการประกวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2546 และเธอก็ได้แสดงให้ทุกคนเห็นว่า “เธอทำได้” และในครั้งนี้ women.mthai ได้ไปขุด (คุ้ย) บทสัมภาษณ์เมื่อครั้งวันวานที่เธอเพิ่งได้รับตำแหน่ง นางสาวไทย มาหมาดๆ มาให้ได้อ่านกันค่ะ เพื่อจะได้รู้จักเธอมากขึ้น


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย



เสียงดนตรีที่บรรเลงเร้าในยามนั้น ดูคล้ายจะยังไม่ระรัวเท่าจังหวะการเต้นของหัวใจที่แข่งกันถี่รัวของสองสาวงามซึ่งกำลังใจจดใจจ่อต่อวินาทีที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิต ให้พลิกผันไปในเพียงชั่วพริบตา

และเมื่อผลสรุปประกาศก้องออกมาว่า สาวงามหมายเลข 27 นางสาวชาลิสา บุญครองทรัพย์ คือ นางสาวไทย คนใหม่ ประจำปี 2546 ผู้ได้ครอบครองเงินสดหนึ่งล้านบาท รถยนต์ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน จากตำแหน่งพ่วงท้ายอีกถึง 4 รางวัล! หญิงสาวตัวเล็กๆ คนนี้ ก็ถูกประกายวูบวาบจากแสงแฟลช เฝ้าตามติดอย่างไม่ลดละในทุกอิริยาบถ พร้อมกับการจับจ้องจากสายตาของคนนับล้านๆ ทั่วประเทศ ที่ต่างก็สนใจใคร่รู้ว่า ตัวจริงของเธอ…คือใคร?


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

The moment of great joy After the minute of dream comes true, her normal life will be changed for a whole year.
And the perfect role of Miss Thailand Begins.



หมิงเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมค่ะ ทำมาโดยตลอด และทำเยอะมากกก…ด้วย ตั้งแต่สมัยประถมถึงมัธยม หมิงก็ได้เป็นนักบัลเล่ต์ของโรงเรียน เชื่อไหมคะ หมิงเรียนบัลเล่ต์มาตั้งแต่ตัวเท่านี้เอง…
เธอเจื้อยแจ้วเจรจาด้วยน้ำเสียงใสๆ พร้อมส่งรอยยิ้มหวานตามแบบฉบับ นางสาวไทย ที่ไม่เคยเลือนหายไปจากมุมปาก พร้อมกับทำมือลดลงระดับเอว กะเป็นรูปร่างของตัวเอง เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กแสนซนอยู่ในวัยอนุบาล

“หมิงเริ่มเรียนบัลเล่ต์ ตั้งแต่ตอนอยู่แค่ชั้นอนุบาล 3 ค่ะ แต่พอตอนชั้นม.2 ก็ต้องหยุดไป เพราะหมิงมีปัญหาทางด้านสะโพก คือตอนนั้นหมิงมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในตัวแทนเด็กไทย ไปประกวดดนตรีโลกที่เมืองนอก คือประเทศเนเธอร์แลนด์ กับอังกฤษ โดยหมิงไปเต้นบัลเล่ต์ประกอบเพลง ซึ่งเราก็ได้รับรางวัลที่ 1 ในระดับเอเชีย และที่ 4 ในระดับโลกกลับมา ตอนนั้นรู้สึกภาคภูมิใจมากๆ ค่ะ เพราะสิ่งที่เราทุ่มเทมุมานะได้รับผลตอบกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติด้วย

แต่อาจด้วยเพราะในการประกวดในครั้งนั้น หมิงหักโหมในการฝึกซ้อมมากเกินไป ตั้งแต่เช้าจนดึก เลยทำให้มีอาการบาดเจ็บที่สะโพก พอคุณหมอตรวจเช็คอย่างละเอียดแล้ว ก็สั่งห้าม…ไม่ให้หมิงกลับไปเต้นบัลเล่ต์อีก เพราะเราต้องเป็นห่วง และให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองก่อน ตอนนั้นหมิงเศร้ามาก และรู้สึกเสียดายจริงๆ ค่ะ เพราะเคยคิดเอาไว้ว่าอยากเรียนบัลเล่ต์ไปเรื่อยๆ จนสูงที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้หมิงไม่มีโอกาสแล้ว ทำอย่างที่เคยวาดหวังไม่ได้แล้ว

ครั้งหนึ่ง…บัลเล่ต์เคยมอบโอกาสที่มีค่าให้หมิง โดยหมิงได้เป็นหนึ่งในตัวแทนของโรงเรียน ร่วมกับนักบัลเล่ต์จากโรงเรียนอื่นๆ ไปร่วมเต้นบัลเล่ต์ในงานราตรีแห่งความฝัน ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ โดยมีคุณพลอยไพลินเล่นเปียโนเพลง “ต้นไม้ของพ่อ” ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทอดพระเนตรด้วย ตอนนั้นหมิงรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เพราะว่าครั้งนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ แถมยังเป็นการแสดงหน้าพระพักตร์ด้วย ดังนั้นแม้หมิงจะไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนเรียนรู้บัลเล่ต์อย่างจริงต่อไปอีก แต่ประสบการณ์ต่างๆ ที่เคยได้รับมาถือว่าคุ้มค่ากับชีวิตแล้วค่ะ”


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

Look Smart You need to train your personality to look smart and perfect.
Walk elegantly and confidently, this can make you impressive.



ผ่านพ้นจากระบำปลายเท้าอันงดงาม เธอก็ได้เริ่มย่างก้าวเข้าสู่การเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานฟุตบอลประเพณี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และนั่นก็ทำให้ I-MONO กับน้องหมิง ได้พบปะพูดคุยกันเป็นครั้งแรก จากการมาถ่ายแบบพร้อมกับเพื่อนๆ ลงในคอลัมน์ Teen’s Socielty โดยต่างก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่า เราจะได้มาพบกันอีกครั้ง… เมื่อเธอกลับมาพร้อมกับการสวมมงกุฏนางสาวไทย

“ที่จริงก่อนหน้านี้ หมิงไม่เคยมีความคิดเลยว่า อยากจะไปประกวดนางงาม แต่พอดีได้เห็นว่าการจัดประกวดนางสาวไทย ปีนี้ มีความยิ่งใหญ่มาก เพราะครบรอบ 70 ปีด้วย ก็เลยลองมาถามตัวเองดูว่า เราเป็นคนชอบกิจกรรมไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมเราพลาดเรื่องการประกวด แล้วเวทีนี้ก็ไม่ใช่เวทีธรรมดา เป็นเวทีแห่งตำนานด้วย หมิงก็เลยเกิดความสนใจ และลองไปปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ดู

ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ท่านบอกว่า ให้หมิงลองไปคิดทบทวน และถามตัวเองให้ดีก่อน ถ้ามั่นใจว่าอยากประกวดจริงๆ ท่านก็สนับสนุน เพราะมันไม่ใช่สิ่งเสียหาย หมิงก็ลองกลับไปคิดใหม่ว่า ที่ผ่านมา เราเคยได้เห็น  คนที่เขาผ่านการประกวดจากเวทีนางสาวไทย  ต่างมีความภาคภูมิใจกับตำแน่งที่ได้รับ  หมิงเลยรู้สึกอยากจะก้าวเข้าไปสัมผัส ส่วนเรื่องที่ไม่มีการใส่ชุดว่ายน้ำบนเวที ก็เป็นสาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งค่ะ  เพราะคุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่ค่อยชอบนัก แล้วการประกวดบนเวทีนี้ จบแล้วจบเลย เราไม่ต้องไปประกวดที่ไหนต่อ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น หมิงมองว่าดูเป็น การประกวดนางงาม ที่จริงจังเกินไปสำหรับตัวเอง

พอคิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ และถามตัวเองจนแน่ใจแล้ว ในที่สุดหมิงก็เลยตัดสินใจว่า เอาละ! จะไปประกวด นางสาวไทย ซึ่งกว่าจะคิดได้ เขาก็เกือบจะปิดรับสมัครอยู่แล้วค่ะ อีกแค่สองวันเท่านั้น (หัวเราะ) แล้วพวกเพื่อนๆ หมิงเองก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย จนกระทั่งสื่อต่างๆเริ่มลงภาพ และมีการสัมภาษณ์นั่นแหละค่ะ ถึงได้รู้กันว่าหมิงแอบไปสมัครมา…


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

International Friendship Notonly love and care herself, she got to share it to everyone with pride.



ถ้าถามว่าหมิงมีความคาดหวังกับการประกวดครั้งนี้มากแค่ไหน หมิงตอบตามตรงว่า ไม่เคยคาดหวังไว้เลยค่ะ ว่าจะได้ขึ้นมาอยู่ในจุดที่กำลังยืนอยู่ขณะนี้ เพราะตอนที่ไปทำกิจกรรม ไปเก็บตัว ทำให้เราได้เห็น ได้รู้จักกับหลายๆ คน ซึ่งเขาก็ล้วนแต่มีความสวย ความสามารถ และความโดดเด่นในด้านอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป ตรงนี้เลยทำให้หมิงได้คิดว่า เราควรจะแข่งขันกับตัวเองดีกว่า เราทำทุกๆ วันให้รู้สึกพอใจกับตัวเอง มันย่อมดีกว่าที่เราจะคอยไปนั่งแข่งกับคนอื่นเขา

อย่างในรอบ 10 คน ซึ่งต้องมีการตอบคำถาม หมิงเตรียมตัวมาด้วยการติดตามข่าวสารต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์บ้านเมืองที่น่าสนใจ และความรู้รอบตัวทั่วไปด้วย ซึ่งหมิงรู้สึกว่าทุกคนตอบกันได้ดีมาก ตอนนั้นยังคิดเลยว่า โอกาสในการเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายของตัวเอง คงอยู่ที่ประมาณ 50/50 จนเมื่อเขาเริ่มประกาศชื่อออกมาทีละคน ก็ดีใจมากค่ะ ไม่ใช่แค่เฉพาะว่าเราได้เป็นหนึ่งในนั้น แต่ทั้ง 5 คนในรายชื่อ คือเพื่อนๆ ที่สนิทและอยู่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด

ต่อมาพอเขาประกาศตำแหน่งรองนางสาวไทย ทีละตำแหน่ง จนกระทั่งเหลือแค่สองคน ตอนนั้นความตื่นเต้นมันทวีเข้ามามาก… มากจนเหมือนหัวเราว่าง คือคนอื่นจะไม่รู้เลยว่า ขณะที่เรายิ้มรอการประกาศผลน่ะ ข้างในใจมันมีทั้งความตื่นเต้น และความตื้อ (หัวเราะสนุก) สมองคิดอะไรไม่ค่อยออกหรอกค่ะ แต่พอผลประกาศออกมาว่า หมิงได้เป็นนางสาวไทยคนที่ 40 ตอนนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับความตื่นเต้น ดีใจ ก็คือความโล่งใจค่ะ หมิงคิดว่าเราทำได้แล้ว เรามาถึงตรงจุดนี้แล้ว นี่คือเวทีที่เราจะภูมิใจมากที่สุดในชีวิต


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

Photogenic When you become a Miss Thailand you will be Shoot almost the time.
So, be patient, friendly and pose professionally.



ไม่เพียงแค่การได้เป็นนางสาวไทยคนที่ 40 ในประวัติศาสตร์เท่านั้น หากแต่น้องหมิงยังกวาดเอาตำแหน่งมาครองได้อีกเพียบ ทั้งรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน นางงามผมสวย นางงามสุขภาพผิวดี และรางวัลผู้หญิงบุคลิกมากมั่นแห่งปี

หมิงคิดว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองสามารถเอาชนะใจกรรมการได้คงจะอยู่ตรงที่เป็นคนยิ้มเก่ง และมีความเป็นตัวของตัวเองมั้งคะ นอกจากนี้เรื่องของบุคลิกภาพ ปฏิภาณไหวพริบ ส่วนความคิดความอ่านก็สำคัญค่ะ สำหรับการแสดงความสามารถพิเศษ หมิงเลือกเต้นบัลเล่ต์ และคิดว่าทุกคนบนเวที ต่างก็มีความสามารถ มีความโดดเด่นเฉพาะตนไม่เหมือนกัน อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าทางคณะกรรมการ จะถูกใจในความโดดเด่นของใครมากกว่ากัน

สำหรับเรื่องการดูแลตัวเอง  หมิงแทบไม่ได้เน้นเรื่องไหนเป็นพิเศษเลยค่ะ อย่างเรื่องการรับประทานอาหารก็เป็นปกติ เพียงแค่ระวังไม่ให้ดูอ้วนจนเกินไป ส่วนการบำรุงผิวพรรณ คุณแม่ก็จะให้ซื้อพวกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาให้ทำเองที่บ้าน เพราะหมิงเป็นคนไม่ค่อยชอบเข้าไปตามสถานเสริมความงาม ดังนั้นถ้าวันไหนขยันหน่อย ก็จะลุกขึ้นมาขัดผิว ทาครีมบำรุงเสีขนานใหญ่เลยค่ะ


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

Siamese Smile Smiling from your heart can easily impressed everyone.



ส่วนเรื่องข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในกองประกวด หมิงก็เคยได้ยินได้ฟังข่าว ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ตอนแรกก็สงสัยและเคยคิดอยู่เหมือนกันว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า แต่ในเมื่อตัวเองเลือกที่จะลองเข้ามา หมิงก็เลือกที่จะไม่คิด แล้วแต่พอได้เข้ามาอยู่ข่างในถึงรู้ว่า “ข่าว” ก็คือ “ข่าว”

หรืออย่างเมื่อหมิงได้รับตำแหน่ง มันก็ย่อมได้รับทั้งข่าวดี และไม่ดี ซึ่งสำหรับข่าวที่ดีๆ หมิงก็ขอขอบคุณที่ให้ความสนับสนุน และให้กำลังใจกับหมิงค่ะ ส่วนข่าวที่ไม่ดี เราก็ต้องเอากลับมาย้อนมองตัวเอง ว่าเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ถ้าเป็นจริงเราก็ควรปรับปรุงตัว แต่ถ้าไม่จริงก็ปล่อยไป อย่าไปซีเรียสกับมันมากนัก ต้องยอมรับว่าความคิดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถจะบีบบังคับความคิดของใครได้


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

Special Talent Being Miss Thailand, you got to have talent to make you outstanding from others.  Everyone can find some and practice hard, so you can be an extraordinary pretty women.



เหมือนอย่างเรื่องที่มีข่าวบอกว่าหมิงเป็น “เด็กเส้น” นั่นก็เพราะเขาไม่เคยได้เข้ามาสัมผัส จึงไม่รู้ว่าเวทีนี้ไม่มีเรื่องเส้นสาย คณะกรรมการทุกท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น หมิงไม่สามารถที่จะไปบังคับพวกท่านได้หรอกค่ะ ว่าให้เลือกหมิงเป็นนางสาวไทย

ความสำเร็จของหมิงในวันนี้ ถือว่าพื้นฐานทางครอบครัวมีส่วนสำคัญมากค่ะ คุณพ่อคุณแม่หมิงจะสนับสนุนการทำกิจกรรมทุกอย่าง รับฟังความคิดเห็น ทำให้หมิงกล้าเปิดเผย มีอะไรก็พูดคุยกัน จนเรากลายเป็นคนที่มีเหตุมีผล มีความมั่นใจในตัวเอง และกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

สำหรับคนที่กำลังคิดสนใจ หรือชอบเรื่องการประกวด แต่อาจยังรู้สึกลังเลอยู่ หมิงแนะนำว่าอยากให้เข้ามาลองดู อย่าไปคิดดักหน้าว่าตัวเองทำไม่ได้ หากเรามีความมั่นใจในตัวเอง เราคิดว่าเราทำได้ ทุกอย่างมันก็ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ แต่การกล้าคิด กล้าแสดงออก มันก็ต้องอยู่ในขอบเขตด้วยนะคะ และที่สำคัญคือ ขอให้คิดว่าคู่แข่งที่แท้จริงซึ่งเราจะต้องพยายามเอาชนะให้ได้…ก็คือตัวเรานี่เอง


หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย

Miss Thailand one year of memory
1 year of memory only 1 year but so many wonderful memory and experiences can fulfill her life. So if you can have a chance, try to be yourself and return happiness to this world.



ตอนนี้สังคมของเรามีการเปิดกว้างมากขึ้น จึงทำให้นักศึกษาที่กำลังอยู่ในช่วงปิดเทอม อยากเข้ามาหาประสบการณ์ จากเวทีการประกวดนางสาวไทยกันมาก ซึ่งตรงนี้หมิงไม่ได้มองว่าเป็นค่านิยมอะไร ทุกคนคงคิดว่าประสบการณ์ที่จะได้รับจากเวทีนี้ คือการช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น มากกว่าการดำเนินชีวิตแค่ในมหาวิทยาลัย”

             และนี่คือคำยืนยัน ในฐานะที่เธอคือนางสาวไทยประจำปี 2546 ผู้ได้สัมผัสกับเวทีนี้เสียจนเต็มอิ่ม พร้อมกับประสบการณ์ที่เธอจะลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต ด้วยภารกิจของนางสาวไทยคนที่ 40 ในตลอดหนึ่งปีที่กำลังดำเนินไป   


 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา