น้องพลอย ภัสสร คงมีสุข

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / น้องพลอย ภัสสร คงมีสุข


น้องพลอย เด็กหญิงภัสสร คงมีสุข
The Happiness of Kati


“แม่ไม่เคยสัญญาว่าจะกลับมา”
คือข้อความสั้นๆ ที่วางอยู่เหนือบทแรกในหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “ความสุขของกะทิ” ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2546 ก่อนจะได้รับรางวัลซีไรต์  หรือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประเภทนวนิยายประจำปี 2549
หลังจากเริ่มข้อความสั้นแต่เศร้านั้นได้แล้ว ข้อความสั้น สลับยาว เศร้า สลับสุข ทุกข์ สลับยิ้ม
จากจินตนาการของผู้เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ ก็ค่อยๆ บอกเล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัย 9 ขวบ ที่ชื่อกะทิ
เรื่อยไปจนกระทั่งจบเล่ม  แต่สำหรับอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันไปของคนอ่านอีกหลายคน
อาจไม่ใช่สิ่งที่จบลงง่ายๆ


“กะทิไม่เคยสัญญาว่าจะกลับมา”
คือ ข้อความสั้นๆ ที่ผุดขึ้นมาในใจ หลังจากที่เราอ่านหนังสือจบ แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 5 ปี
หลังจากที่หนังสือตีพิมพ์ครั้งแรก กะทิก็กลับมาจริงๆ
วันนี้ เด็กหญิง กะทิ กำลังจะมีชีวิตชีวาอยู่บนจอภาพยนตร์ กะทิ จะมาพูด คุย ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้
ด้วยกันกับคนที่รู้จักและผูกพันกับเธอมานาน กะทิ กำลังจะมีชีวิต
และมีความสุขของตัวเอง และเรื่องราวที่เรานำมาฝากคุณ คือที่มา ที่ไป ของเด็กหญิงอันเป็นที่รักของใครหลายๆ คน
ถ้าคุณยังตอบไม่ได้ว่า ความสุขของตัวเองคืออะไร ลองทำความรู้จักกับความสุขของกะทิ ดูก่อนดีไหม?


งามพรรณบอกเราว่า เธอไม่เคยนึกภาพของเด็กหญิง กะทิ ไว้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่าตัวละครของเธอหน้าตาเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่ได้บรรยายหน้าตาของกะทิไว้อย่างละเอียดเหมือนที่นักเขียนส่วนใหญ่ปฏิบัติ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับตัวกะทิคือ นิสัยใจคอ เช่น กะทิเป็นเด็กที่ถนอมน้ำใจผู้อื่น ช่างคิด ช่างสังเกต และมีโลกส่วนตัว อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้กลับเป็นข้อดีเมื่อต้องสร้างกะทิเป็นภาพยนตร์ เพราะคนอ่านจะไม่รู้สึกว่ามีภาพของกะทิฝังอยู่ในใจ จนยากที่จะยอมรับกะทิ “ตัวเป็นๆ” ได้


แต่สุดท้าย กะทิ ในภาพยนตร์ กลับทำให้งามพรรณถึงกับทึ่งในหน้าตาและฝีมือการแสดงและบอกกับเราว่า
“กะทิในหนัง คือกะทิที่มาจากจินตนาการต่อจากที่เราเขียนไว้ แต่เมื่อนักแสดงสวมบทบาทเป็นกะทิจริงๆ ก็บอกได้เลยว่า “น้องพลอย” สามารถเป็นกะทิได้ไม่ยากในความรู้สึกของคนดู เพราะก่อนหน้าที่จะได้เจอนักแสดง เรากลัวมากเลยว่า จะได้เด็กที่สวมบทบาทเล่น แต่ไม่มีความเป็นธรรมชาติ แต่นี่ไม่ใช่เลย น้องพลอยมีความเป็นธรรมชาติในการแสดงมาก และตั้งแต่เห็นน้องคนนี้แสดงให้ดูในเทปแคสติ้ง ก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้แปลกจัง น่ารักและมีความเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งมันหายากมากนะ”


“น้องพลอย เด็กหญิงภัสสร คงมีสุข” ที่งามพรรณพูดถึง คือเด็กหญิงมาจากชลบุรี เด็กผู้หญิงคนนี้เคยผ่านงานแสดงมาแล้วหลายชิ้น (ล่าสุดรับบทเป็น เซน วัยเด็ก ในภาพยนตร์เรื่อง ช็อกโกแลต) ทันทีที่ทีมภาพยนตร์ชูใจประกาศรับสมัครนักแสดงที่จะมารับบท กะทิ คุณแม่ของพลอยก็ส่งรูปถ่ายพร้อมประวัติของเธอมาให้ทีมงานเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ อีกกว่า 300 คน หลังจากที่ได้เห็นน้องพลอยแสดงเป็นกะทิในฉากสั้นๆ ในวิดีโอที่ส่งมาให้ผู้กำกับฯ ทุกคนก็บอกตรงกันว่า พลอย คือ กะทิ อย่างไม่ต้องสงสัย และต่อไปนี้คือ ความในใจของเด็กผู้หญิงจากนิยายคนนี้



ก่อนที่จะมาแสดง เคยอ่านหนังสือ ความสุขของกะทิ มาก่อนหรือเปล่า
พลอย: ไม่เคยค่ะ

พอได้มารับบทกะทิ พลอยต้องอ่านหนังสือความสุขของกะทิด้วยใช่ไหม
พลอย: ก็ต้องอ่านค่ะ เพราะผู้กำกับฯ เขาให้อ่าน

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
พลอย: ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบ เพราะว่าหนูไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ มันไม่มีภาพ มันลายตา ก็เลยไม่ค่อยชอบ แต่พออ่านไปแล้วก็เพลิน ก็สนุกดีค่ะ

ประทับใจอะไรในตัวกะทิบ้าง
พลอย: หนูว่ากะทิเขาเป็นคนร่าเริง แล้วก็เก็บอารมณ์เก่งด้วย

พลอยเคยเรียนการแสดงจากที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า
พลอย: เคยเรียนค่ะ แต่หนูก็ไม่เข้าใจ เพราะคุณครูชอบให้สมมติอย่างเดียว สมมติว่ายกของหนักๆ สมมติว่าเจอของที่ขยะแขยง เจอของที่ดีใจ ตอนแรกหนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ แต่พอมาเล่นละครไปเรื่อยๆ หลายๆ เรื่อง ส่วนมากเขาก็จะใช้วิธีแบบนี้ ก็เลยเอามาใช้ได้ แล้วก็มีคนเขาคอยสอนหลายแบบด้วยค่ะ

แล้วพลอยใช้วิธีไหนในการแสดงเป็นกะทิ
พลอย: น้องพลอยก็คิดว่าตัวเองเป็นกะทิอย่างเดียว คิดว่าถ้าบ้านเราอยู่ชนบท เราก็ควรจะทำอย่างนี้นะ เราไม่ได้อยู่เมืองกรุง ก็อาจจะไม่มีของที่สะดวก ก็เลยต้องคิดว่าตัวเองเป็นกะทิ แล้วก็มีคนที่เป็นดารา และผู้กำกับฯ เขาช่วยด้วย ก็เลยเล่นได้ตลอด

ถึงปัจจุบันนี้ น้องพลอยมีแฟนคลับของตัวเองแล้ว
พลอย: ก็มีนิดนึงค่ะ ไม่เยอะ

คิดว่าตัวเองดังหรือยัง
พลอย: หนูคิดว่าตัวเองยังไม่ดัง แล้วเวลาอยู่กับเพื่อนๆ หนูก็ไม่อยากให้เพื่อนคิดว่าหนูเป็นดาราหรือนักแสดง อยากให้คิดว่าหนูเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ใช่นักแสดงหรือดารา ไม่อยากให้เพื่อนคบหนูเพราะคิดว่าหนูเป็นนักแสดง อยากให้คบเพื่อนเพราะว่าหนูเป็นเพื่อนอย่างเดียว

ทำไมถึงไม่อยากให้เพื่อนคิดว่าพลอยเป็นนักแสดง
พลอย: เพราะเขาจะคิดเกรงใจเราตลอดเวลา เขาจะเล่นกับเราไม่ค่อยได้ เพราะกลัวว่า เดี๋ยวดาราล้ม เดี๋ยวดาราเจ็บ เดี๋ยวมีแผลถลอก เดี๋ยวโดนคนอื่นดุ อยากให้คิดว่าหนูเป็นเพื่อนธรรมดามากกว่าค่ะ

มีคนเรียกพลอยว่า เป็นดารา หรือปฏิบัติกับเราว่าเป็นดาราเยอะไหม
พลอย: ก็เกือบทุกคนน่ะค่ะ แต่หนูมีเพื่อนซี้คนนึง เขาก็คิดว่าหนูเป็นเพื่อนธรรมดา หนูก็ดีใจมาก

แสดงว่าก่อนเข้าวงการ จนถึงปัจจุบัน ตัวพลอยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
พลอย: ก็เหมือนเดิมค่ะ รักเพื่อนด้วย อยากให้เพื่อนทำเหมือนว่าหนูเป็นเพื่อนธรรมดา เป็นคนธรรมดา เพราะว่าเพื่อนหนูทำเหมือนหนูเป็นนักแสดง แล้วคอยดูแล กลัวหนูเป็นแผล

ในอนาคตพลอยอยากเป็นดาราหรือเปล่า
พลอย: หนูอยากเป็นเชฟ หรือไม่ก็หมอค่ะ เพราะหนูชอบทำอาหารค่ะ อยากทำอาหารให้ครอบครัวกินด้วย ส่วนที่อยากเป็นหมอเพราะอยากรักษาครอบครัวด้วย เพราะว่าอาหนูไม่ค่อยสบาย


ขอบคุณที่มาบทความจาก a day BULLETIN
ฉบับที่ 24
2-8 JANUARY 2009

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา