เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ตามฝันเพื่อสังคม

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ตามฝันเพื่อสังคม




เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ตามฝันเพื่อสังคม
 




เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ดารา นางสาวไทย พิธีกร ผู้หญิง
 
 



      หลายต่อหลายคน มีเป้าหมายอยากเข้ามาประกวดเวทีขาอ่อน เพื่อหวังอยากจะได้สัมผัสงานในวงการบันเทิง แต่สำหรับ “เจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทยปี 2549 ไม่ได้มีเป้าหมายเช่นนั้น

     เธอเข้าประกวดนางสาวไทย เพื่อทำตามฝัน นั่นคือการได้เป็นแพทย์หญิง และเปิดฟรีคลินิก ซึ่งเวลานี้เธอศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  รวมถึงยังเป็นผู้อุปการะคุณให้ “ปกรณ์พล มงคลวงศ์” นักเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ศึกษาต่ออีกด้วย มีโอกาสเราเลยต้องคว้าตัวมาคุย ทำให้รู้ว่า เธอคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวย…

     บทบาทการแสดง

     – พูดถึงละคร “รักอยู่หมัด” ของทีวีธันเดอร์ 

     เจี๊ยบ : เรื่องนี้เจี๊ยบรับบทเป็น คุณหนูปลายฟ้า เป็นคุณหนูมากๆ ทำอะไรก็ไม่เป็น นั่งมอเตอร์ไซค์ ขึ้นรถเมล์ไม่เป็น แต่ด้วยความอยากช่วยคนไง ทั้งที่ตัวเองก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ยังอยากจะเข้าไปช่วย หาเรื่องใส่ตัว เป็นคนมองโลกในแง่ดีมากจนเกินไป ก็เลยมักจะเกิดเรื่องประจำ จนต้องมีบอดี้การ์ดคือพี่เขตต์ ฐานทัพ ตอนแรกก็ไม่ชอบขี้หน้าพระเอก เพราะเราคิดว่าเขาเป็นผู้ร้าย เลยเข้าใจผิด ก็ทะเลาะกันตั้งแต่แรก ต้องติดตามชม ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

      – เล่นแต่หนัง มาชิมลางละครเป็นอย่างไร 

      เจี๊ยบ : หนังจะจอใหญ่ ถ้าเราแสดงเยอะก็จะล้นจอ ก็ต้องเป็นธรรมชาติ ใช้กล้องตัวเดียว ไม่ต้องมีมุมกล้องมาก แต่ละครต้องแอ็กติ้งเยอะกว่า เพราะมันจอเล็ก และเรื่องมุมกล้องก็มี 3 ตัว ชอบนะ เพราะถ่ายเร็วดี แต่เจี๊ยบจะชอบไปบังกล้องคนอื่นเขา 

      – ปลายฟ้า แตกต่างจาก เจี๊ยบ ไหม 

       เจี๊ยบ : แตกต่างนะ ปลายฟ้า เขาจะเป็นคุณหนู แต่เจี๊ยบจะลุยๆ ปลายฟ้าจะมองโลกแง่ดีมาก จนดูซื่อบริสุทธิ์ ไม่ทันโลก ด้วยความที่เหมือนเป็นไข่ในหินของคุณแม่ มองโลกในแง่ดี เลยคิดว่าพูดอะไรไปเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่บางทีคนฟังอาจจะเฮ้ย…อะไร ก็ต้องปรับตัวเองให้เล่นเป็นสาวหวานๆ หน่อย แต่ก็สนุกดี ท้าทาย

      – งานแสดงอื่นนอกจากนี้ล่ะ 

       เจี๊ยบ : ก็คงต้องดูกันต่อไปในอนาคต เพราะงานแสดงสำหรับเจี๊ยบ ก็ขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาสด้วย เจี๊ยบไม่มีเวลา เพราะเรียนหนักด้วย ถ้ามีเวลาแต่ไม่มีโอกาสก็ไม่ได้ ก็แล้วแต่ ทุกวันนี้ก็เรียนเต็ม 7 วัน ถ่ายรายการก็ต้องหลังเลิกเรียน แต่งานละครเรื่องนี้เขาก็น่ารัก ช่วยขยับคิวทำให้เรามีเวลาเตรียมตัว เพราะเรียนหมอมันค่อนข้างหนักและต้องทุ่มเท ตามฝัน 


เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ดารา นางสาวไทย พิธีกร ผู้หญิง ชุดนักศึกษา


      – แปลว่าไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่วงการบันเทิง 

     เจี๊ยบ : เป้าหมายของเจี๊ยบอยู่ที่การเป็นหมอ  เจี๊ยบทำทุกวันนี้ก็เพื่อจะเปิดฟรีคลินิก เจี๊ยบถึงทำทุกวันนี้ให้คนรู้จักเรา เชื่อถือเรา ขยายฐานเสียงไปเรื่อยๆ ก็เป็นสาเหตุที่เจี๊ยบอยากเรียนหมอ และตัดสินใจเข้าประกวดนางสาวไทย เพราะอยากช่วยคน อยากเปิดฟรีคลินิก

     ถ้าเจี๊ยบจะทำเองคนเดียว เป็นแค่แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ เดินไปหาใครเพื่อขอเงินเปิดฟรีคลินิก คนคงจะถามกันนาน ว่าเอาไปทำอะไร จะโกงหรือเปล่า ไม่เห็นรู้จักเลยว่าเป็นใคร

      แต่ถ้าเจี๊ยบเข้ามายืนตรงนี้ ก็จะทำให้มีคนรู้จักและเชื่อถือง่ายขึ้น เอาดาราไปช่วยหาสมทบทุน ซึ่งมันก็ช่วยได้จริงๆ จากหลายโครงการที่ผ่านมา ที่เราได้เข้าไปช่วยเขา ก็ทำให้เรามีคนรู้จักมากขึ้น เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง และมีคนที่เขาอยากจะเข้ามาช่วยเหลือเรา เป็นการกระจายฐานเสียงให้คนมาช่วยเราในอนาคต

     – ตอนเข้าประกวดนางสาวไทย มั่นใจขนาดไหนว่าจะได้ตำแหน่ง   
     
      เจี๊ยบ : ไม่เลย คือตอนแรกไม่ได้อยากเข้าประกวดด้วยซ้ำ แต่คุณแม่บอกว่าก็ลองดู ไม่เห็นเสียหายเลย จะได้ประสบการณ์ด้วย เพราะเจี๊ยบไม่ใช่บุคลิกนางงามอยู่แล้ว เจี๊ยบบุคลิกลิงทะโมน ถ้าได้ก็ดี ก็เป็นเหมือนได้ทำความฝันไปอีกขั้น

      – ความฝันที่จะทำฟรีคลินิก เกิดขึ้นตอนไหน 

       เจี๊ยบ : โหย…มีก่อนที่จะเรียนหมอด้วยซ้ำ ความจริงเจี๊ยบไม่อยากเรียนหมอด้วย เพราะเรียนไม่เก่ง ไม่ชอบเรียนหนังสือ เลขได้ 0 ได้ 1 วิทยาศาสตร์ได้ 1 ยิมนาสติก 1 ภาษาไทยได้ 2-3 ไม่เอาไหน เป็นเด็กขี้เกียจเรียน

      พออยู่ ม.6 เขามีโครงการให้เด็กที่อยากเป็นหมอไปดูงานก่อนว่าชอบไหม ซึ่งตอนนั้นไปเล่นๆ ไปดูขำๆ แต่พอไปแล้วเห็นสภาพ เป็นโรงพยาบาลแถวบางบ่อ ใกล้ๆ กับบ้านเจี๊ยบ ซึ่งไม่เหมือนกับโรงพยาบาลที่เจี๊ยบเคยไป มีคนไข้เป็นร้อย แล้วมีหมออยู่ 2 คน อยู่ตรงนั้นก็รู้สึกว่าทำไมเราช่วยอะไรไม่ได้เลย เงินก็มีอยู่ในกระเป๋า แต่ทำไมเราควักออกมาจ่ายให้ใครรักษาก็ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหมอคงวิ่งไปรักษาได้

      กลับมาเลยอยากเป็นหมอ ถ้าเป็นหมอคงช่วยคนได้ทันทีเลย และอยากเปิดฟรีคลินิกเสาร์-อาทิตย์ ที่จะช่วยให้คนได้รู้สึกว่ารับสิ่งดีๆ บ้าง แต่เจี๊ยบอาจจะไม่ได้รักษา หรือให้ยาเขาได้อย่างดีเลิศ เพราะมันต้องฟรี แต่การทำดีให้เขาได้ ก็อาจจะด้วยคำพูดคำจา การบริการภายนอก สถานที่อยู่ พอเอนท์ติดก็เหมือนทำขั้นแรกเสร็จแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะทำเอง จะเป็นหมอโรงพยาบาลเอกชน แล้วเอาเงินมาช่วยเขา แต่แม่บอกว่าเราทำคนเดียวไม่ไหวหรอก ก็เลยลองเข้าประกวดนางสาวไทยดูอย่างที่บอกตอนแรก

       – เรียนไม่เก่ง แต่สามารถเอนทรานซ์เรียนแพทย์ได้ 

        เจี๊ยบ : ม.4 เจี๊ยบเริ่มตั้งใจเรียน เพราะอยากเป็นหมอฟัน อยากเป็นสัตวแพทย์ ตอนนั้นเด็กๆ อยากรวย คิดว่าเรียนไม่หนัก สบายๆ แต่พอเราได้เรียน ก็รู้ว่าเป็นหมออะไรก็หนักทั้งนั้น ต้องรับผิดชอบชีวิตคน  แค่วันที่ไปโรงพยาบาลนั่นแหละ ที่อยากหันมาเป็นหมอรักษาคนเลย

     – เหนื่อยหรือท้อบ้างไหม
     
      เจี๊ยบ : อย่างที่บอกว่าเจี๊ยบเรียนไม่เก่ง ตอนเรียนมันก็มีเหนื่อยบ้าง แต่พอเหนื่อย ก็คิดไปถึงจุดที่ว่า ถ้าเรียนจบแล้วได้ช่วยคนอย่างที่หวังไว้ ก็คงมีความสุข

     แต่ตอนนี้มันก็มีอารมณ์ขี้เกียจ ไม่ชอบเรียนหนังสือ เรื่อยเปื่อย ก็พยายามเอากำลังใจมาเป็นแรงฮึด พอมีกำลังใจ มันก็ชื่นใจ ถ้าเราเหนื่อย ไม่มีแรงใจที่จะฮึด มันก็เหี่ยวอยู่ดี แต่พอนึกถึงน้องๆ ที่เป็นแฟนคลับ หรือคนที่เขาหวังกับเรา หรือคนที่เราบอกเขาว่าเราจะช่วย มันก็ทำให้ฮึดขึ้นมาได้ ก็มีท้อ มีฮึดอยู่หลายรอบ เพราะคนไม่ชอบเรียนโดยพื้นฐาน แล้วหมอก็ต้องเรียนหนักด้วย ต้องมีอุปสรรคมากกว่าคนอื่นเขาหน่อย แต่ก็พยายามเต็มที่ ได้กำลังใจจากคนรอบข้าง มีช่วงท้ออยู่แล้ว บางทีก็คิดว่าจะทำไปทำไม แต่ก็เป็นเราเลือกเองนี่ อยากจะช่วยคน เลือกเองก็ต้องรับผิดชอบสิ

     –  ชวนเพื่อนที่เรียนหมอมาช่วยกันบ้างหรือเปล่า 

    เจี๊ยบ : เพื่อนที่เรียนด้วยกันน่ารักมาก ก็คุยกันว่า เดี๋ยวเรียนจบเขาก็จะมาช่วยที่คลินิกนะ เจี๊ยบก็บอกว่าสัญญาแล้วนะ เจี๊ยบจะจำได้ทุกคนที่ให้สัญญาว่าจะช่วย ถึงบอกว่าการที่เจี๊ยบมาอยู่ตรงนี้ ทำให้เจี๊ยบเจอคนที่น่ารักสามารถช่วยเราได้ เจี๊ยบว่าเป็นสิ่งที่ดี

      เพื่อนทุกคนก็น่ารัก มันดูเหมือนจะยาก แต่แค่อาทิตย์ละ 2 วัน แทนที่จะไปเดินเล่น ก็มาทำบุญด้วยกัน รักษาคนไข้ฟรีกัน พี่แฟนคลับบางคนก็บอกว่าจะมาช่วยดูทะเบียนคนไข้ให้ ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน เหมือนเป็นปณิธานชีวิตที่ต้องทำด้วย คนเราถ้ามีเป้าหมายในชีวิต มันจะรู้ว่าเราควรจะไปทิศทางไหน

      – เตรียมอะไรไว้บ้างแล้ว 

       เจี๊ยบ : อย่างแรกเลย คือคุณแม่ของเจี๊ยบเขียนหนังสือ คือ  “อาชีพฉันคือแม่”  รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะเป็นทุนก้อนแรกที่สมทบฟรีคลินิก พอมีข่าวออกไป ก็มีคนโทรมาบอกแม่เจี๊ยบ ว่าต่อไปทุกวันเกิดของลูกเขา เขาจะนำเงินมาให้เราทุกปี ปีละหมื่น เพื่อสมทบทุนฟรีคลินิกที่เราจะเปิด แม่ก็เลยบอกเขาไป ว่าให้เขาเก็บเงินไว้ก่อน เอาไว้ให้เจี๊ยบมีหลักประกันมั่นคง แล้วค่อยเอาเงินก้อนนั้นมาให้ จะสบายใจกว่า ตอนนี้เจี๊ยบยังไม่จบหมอ มันดูไม่มีหลักประกัน เอาไว้ถ้าวันนั้นพร้อมเมื่อไหร่ ถึงจะกล้ารับปากรับคำ

      – เป็นผู้อุปการะทุนให้แก่คนเรียนหมอด้วยกันด้วย 

      เจี๊ยบ : คือวันนั้นแม่เจี๊ยบดูข่าวจากเนชั่นทีวีนี่แหละ แม่ก็วิ่งมาหาเจี๊ยบบอกว่าเด็กฆ่าตัวตาย เพราะเอนท์ติดแต่ไม่มีเงินเรียน แล้วบอกว่ารู้เปล่ามีคนติดคณะแพทย์ แต่ไม่มีเงินลงทะเบียน เดี๋ยวแม่จะออกเงินลงทะเบียนให้เขาก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน เจี๊ยบก็เลยบอกว่า ไม่เป็นไร เจี๊ยบส่งน้องเรียนเองแล้วกัน เขาจะได้ไม่ต้องลำบาก และออกค่ากินอยู่ ค่าห้อง แม่เลยโทรมาถามเบอร์ที่เนชั่นฯ เลยเป็นข่าวขึ้นมา

      – ใจบุญทั้งบ้าน 

     เจี๊ยบ : จริงๆ ที่บ้านไม่ได้ปลูกฝังว่าต้องช่วยๆ แต่เหมือนเราเห็นตัวอย่างที่ดีแล้วซึมซับมา เห็นคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่เด็ก วันเกิดเขาก็พาไปทำบุญ พาไปป้อนข้าวเด็ก ตอนเด็กก็ไม่เข้าใจทำไปทำไม แต่เหมือนเรารับมาโดยไม่รู้ตัว แม่เคยส่งคนเรียนหลายคน พอเรียนจบ แม่ก็มาเล่าให้ฟังด้วยความภูมิใจ ไม่ได้อวด แล้วเราก็ไม่เคยเรียกร้องค่าตอบแทนอะไรจากเขา เป้าหมายของพวกเรา คือ ให้เขาบรรลุสิ่งที่เขาต้องการก็พอแล้ว และเราก็อิ่มใจ สุขใจที่ได้ช่วยเหลือคน

     ค้นใจ

     –  ความรักตอนนี้ 

     เจี๊ยบ : ก็ดี (หัวเราะ) พูดเหมือนคนมีคู่นะ จริงๆ มีคนมาจีบ แต่ยังไม่ใช่ มันยังไม่คลิกกับเรา สงสัยเจี๊ยบยังมีความสุขกับการทำงาน การเรียน เวลาพักผ่อนไม่ค่อยมี ความรักตอนนี้ ที่ได้รับจากพ่อแม่ เพื่อน คนรอบข้าง แฟนคลับ แค่นี้ก็อิ่มแล้ว คือคนทั่วไปชอบมองความรักแนวเดียว ว่าต้องเป็นแฟน แต่การที่เราเปิดกว้าง รับความรักจากทุกอย่าง ก็จะรู้สึกดีว่าเราก็มีคนรักเรานะ และเราก็พร้อมที่จะรักคนอื่น

     – คนที่จะเข้ามา ต้องมีแนวคิดร่วมกันกับเจี๊ยบไหม 

     เจี๊ยบ : ไม่จำเป็น แต่ขอแค่อย่าขัดก็พอ (หัวเราะ) ขัดมีตาย ขอแค่คนที่เข้าใจเจี๊ยบ อยู่กันได้ นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีความสุข อยู่ด้วยแล้วเราเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ไปแอ๊บทำเป็นอย่างอื่น เขาต้องรับสิ่งที่เราเป็นได้ เหมือนอย่างเพื่อนที่เจี๊ยบคบ บางทีนั่งอยู่ด้วยกัน ก็อยู่กันได้ทั้งวัน นอนเกลือกกลิ้งไม่เบื่อ แต่ถ้าเจอคนที่เราจูนไม่ติด พยายามคุยให้ตายก็อึดอัด

      หนุ่มๆ ท่องจำให้ขึ้นใจเลยนะจ๊ะ  หนูเจี๊ยบเขาขอแค่เข้าใจเท่านั้นเอง

    เธอคนนี้ชื่อ ลลนา ก้องธรนินทร์
    เกิดวันที่ 25 กันยายน 2530 
    ผลงานชิ้นแรก ประกวดเวทีนางสาวไทย ปี 2549
    ผลงานสร้างชื่อ ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย ปี 2549
    ผลงานปัจจุบัน  ละครเรื่อง รักอยู่หมัด พิธีกรรายการ เรื่องจริงผ่านจอ พรีเซ็นเตอร์โฆษณา

    เรื่อง … “อารยา มาลัยเล็ก”
    ภาพ …”ศุภกฤต คุ้มกัน”



                                             ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก   


ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย นางสาวไทย ก็ยังคงเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติที่สาวไทยใฝ่ฝัน!!





ขออนุญาตใช้เนื้อหา