นัท มีเรีย กับการกลับมาอีกครั้งใน แม่นาคพระโขนง

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / นัท มีเรีย กับการกลับมาอีกครั้งใน แม่นาคพระโขนง

นัท มีเรีย กับการกลับมาอีกครั้งใน แม่นาคพระโขนง

นัท มีเรีย
แม่นาคพระโขนง
ความรัก
และการรอคอย ที่ไม่สิ้นสุด
เดอะมิวสิคัล
นัท มีเรีย นักร้อง นักแสดง สาวสวยกับการกลับมาอีกครั้งในบทที่ท้าทายความสามารถของเธอไม่น้อย แม่นาคเวอร์ชั่น 2009 ไม่เพียงเธอต้องถ่ายทอด เรื่องราวความรัก ความห่วงหาอาวรณ์ ชนิดที่ว่าความตายก็พรากเธอไปจากคนรักไม่ได้
นัทยังต้องสื่อออกมาเป็นเสียงเพลงที่ซาบซึ้งกินใจเพื่อเรียกน้ำตาแห่งความประทับใจจากคนดูอีกด้วย ความรักในแบบฉบับ 100 กว่าปีที่ผ่านมาจะถูกสาวยุคใหม่อย่างเธอ นำเสนอออกมาอย่างไร และวันนี้เธอมีความพร้อมมากเพียงใดกับความยิ่งใหญ่ของละครเวทีแห่งปีเรื่องนี้ มารู้จัก นัท มีเรีย ในอีกบทบาทหนึ่งของเธอกันค่ะ
ถึงวันนี้เตรียมความพร้อมไปถึงไหนแล้วคะ สำหรับแม่นาคพระโขนง เดอะมิวสิคัล
ตอนนี้ซ้อมไปได้เยอะมากแล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเสื้อผ้า หน้าผมยังไม่เต็มที่มากนัก เพราะว่ายังไม่ได้เข้าไปซ้อมที่รัชดาลัยค่ะ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเล่นให้คงที่ก่อน ไม่อยากให้หลุดอะไรมากนัก แต่ละวันก็ต้องมีข้อแก้ไขอยู่แล้วในหลายๆ จุดค่ะ เพื่อให้วันซ้อมใหญ่เป็นไปอย่างดีที่สุดค่ะ และในช่วงเดือนฤษภาคมก็จะเป็นการซ้อมที่เข้มข้นขึ้นไป เพราะคราวนี้จะมีเสื้อผ้า หน้าผมมาเป็นความกังวลอีกจุดหนึ่งด้วย แต่พวกเราทุกคนก็สนุกค่ะ ทีมงานก็ทำงานกันแข็งขัน

สาเหตุอะไรถึงเลือกรับบทแม่นาคคะ สำหรับการกลับมาเล่นละครอีกครั้ง
ตอบตรงๆ เลยคือ บทมันน่าเล่นนะ (หัวเราะ) มันท้าทายดี มันไกลตัวเอง คือดูแล้วมันไม่น่าจะใช่เราเลยตั้งแต่ตอนแรก แต่พอพี่บอยบอกว่านัททำได้ เราก็เริ่มเชื่อมั่น อีกอย่างหนึ่งคือเราเคยผ่านละครเพลงเรื่องแรกมาแล้วก็เลยเข้าใจว่า เราต้องเจอกับอะไรบ้าง เคยมีประสบการณ์ผ่านมาบ้างแล้ว แค่เรื่องราวมันเปลี่ยนเท่านั้นเอง เราก็มาทำความเข้าใจใหม่ว่า เรื่องนี้ตัวละครเขาเป็นยังไง ต้องตีความ แล้วก็มีเรียนการแสดงเพิ่ม แอ็คติ้งเพิ่มกับหม่อมน้อย ซึ่งก็ช่วยทำให้นัทมั่นใจในการแสดงมากขึ้นค่ะ เพราะบทจะดราม่า และหนักมากๆ

ผู้ชมจะได้เห็นแม่นาคพระโขนงเวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ อย่างไรคะ นอกจากบทเพลงที่จะใช้ในการดำเนินเรื่อง
ในแบบที่ไม่ได้มีแต่ความน่ากลัวอย่างเดียว จริงๆ มันคือเรื่องราวของ love story เป็นความรัก ของแม่นาค เพียงแต่ว่าเป็นความรักที่ไม่ยอมปล่อยวาง ยังยึดติด เห็นความรักเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับคนรัก แม้ตัวเองจะตายไปแล้วก็ไม่ยอมตาย คือยังฝืนชะตา ยังยึดมั่นในความรักที่มีต่อพ่อมาก แล้วก็จะมีเหตุการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เราเหมือนถูกทำร้าย ทำให้เราต้องออกมาสู้ ต้องร้ายขึ้นมาเพราะอะไร จากคนที่เป็นคนดีคนหนึ่ง คนที่ชีวิตควรได้อยู่กับสามีที่รักกำลังจะได้มีลูก พอมีจุดเปลี่ยน ทุกอย่างก็พลิกผันไปหมด และจะพลิกไปเรื่อยๆ จนจบ นัทว่าความสนุกมันอยู่ตรงนี้ คนดูจะคุ้มตรงที่ว่าได้เห็นทุกความรู้สึก บรรยากาศมันมีทั้งสุข เศร้า เหงา รัก น่ากลัว แล้วก็มีความสนุกสนานเฮฮารวมอยู่ด้วยค่ะ

เหมือนเรารู้อยู่แล้วว่า แม่นาคพระโขนงจบอย่างไร แต่ความพิเศษจะอยู่ตรงเรื่องราว การดำเนินไปของแต่ละตัวละครมากกว่า
ใช่ค่ะ มันน่าสนใจตรงที่ว่า ผู้ชมที่เข้าไปดูจะได้อยู่ในเหตุการณ์จริง อยู่ในบรรยากาศจริง แล้วมันสดตรงนั้นต่อหน้าต่อตาเราเลย มันไปซื้อไปเช่ามาดูก็ไม่ได้ หรือจะดูในจอทีวีก็ไม่ได้ สิ่งที่ถ่ายทอดออกมาเป็นโรงละครขนาดใหญ่ มันต้องได้เห็นด้วยตาของตัวเอง ซึ่งทำให้ได้บรรยากาศมากกว่า รับรองว่าจะมีอารมณ์ร่วมไปกับทุกตัวละครค่ะ

มีฉากไหนที่คุณนัทรู้สึกว่ายาก และต้องใช้อารมณ์สูงมากเป็นพิเศษมั้ยคะ
หลายฉากเหมือนกันค่ะ เพราะส่วนใหญ่นัทจะเจอฉากดราม่าค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ถึงกับลำบากใจมากนักเพราะว่าซ้อมทุกวันมันก็เริ่มเข้าใจ แล้วก็อยู่ที่สมาธิมากกว่า ถ้ากังวล นัทจะกังวลเรื่องสมาธิตัวเองมากกว่า เพราะถ้าเราเข้าใจบท จำบทได้แล้วก็เหลือแค่มีสมาธิกับตัวละครขณะนั้น คือจะพยายามไม่กังวลมาก เพราะถ้ากังวลเดี๋ยวเล่นไม่ได้

ทำงานร่วมกับน้องอาร์ (อาณัตพล ศิริชุมแสง) เป็นยังไงบ้างคะ กับร่วมงานด้วยกันครั้งแรก
ก็ดีค่ะ น้องก็มีความตั้งใจ และเป็นคนที่พัฒนาได้เร็ว ด้วยความตั้งใจสูงของเขา ทำให้งานออกมาค่อนข้างง่ายสำหรับเราสองคน ไม่ต้องปรับอะไรกันเยอะมาก เพราะว่าได้มีโอกาสไปเรียนแอ็คติ้งด้วยกัน
ก็เลยทำให้เราจูนกันได้เร็วขึ้นค่ะ

สำหรับพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) นอกจากเขาให้กำลังใจแล้ว เขาสอนในเรื่องอะไรอีกบ้างคะ
เยอะเลยค่ะ พอพี่บอยให้ความไว้วางใจในตัวนัทแล้ว นัทก็มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น ประกอบกับเราไปเรียนแอ็คติ้งเพิ่มเติม มันยิ่งทำให้พี่บอยเห็นว่า เราเล่นได้ ทำให้เขาสบายใจ เวลามีการแสดงอารมณ์แบบไหนที่พี่บอยถือว่ายังไม่ใช่ เขาก็จะสอน แนะนำเราเยอะมาก พี่บอยเขาเป็นละเอียดมาก ในขณะเดียวกันก็อ่อนโยน คอยให้กำลังใจ ทำให้เราสบายใจ ไม่เครียดจนเกินไปค่ะ

มีเทคนิคอย่างไรคะ ในการแสดงเป็นคนที่ตายไปแล้ว
แต่ก็ต้องผูกพัน ยึดติดในความรัก ตอนแรกเครียด และกังวลว่าจะเป็นยังไง จะถ่ายยังไง จะเป็นผีต้องทำยังไง แต่เมื่อต้องเล่นจริงๆ เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ แค่เราคิดว่าเราตายไปแล้ว ตัวแม่นาคเขารู้ว่าเขาตาย แต่ว่าเขารักของเขา เขาจะไม่ยอมไปไหน เขาจะยึดมั่นตรงนี้ เราคิดตามบทเลย เราก็จะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกตรงนั้น

เตรียมพร้อมสำหรับการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างไรคะ สำหรับการแสดงที่จะมีหลายรอบด้วยกัน
เรื่องเสียงสำคัญมากค่ะ เพราะว่ามันต้องใช้เสียงร้อง แล้วอีกอย่างทุกคนคาดหวังว่าเป็นนักร้องก็ต้องร้องดี เสียงเพราะ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นสุขภาพของนัทคือต้องห้ามป่วย พยายามพักผ่อนให้พอด้วย ทานอาหารดีๆ อย่าไปหักโหม เพื่อดูแลตัวเองให้แสดงทุกรอบอย่างดีที่สุดค่ะ

สำหรับผลงานอื่นๆ ล่ะคะ แฟนๆ จะได้เจอคุณนัท
ในผลงานอะไรอีกบ้าง ตอนนี้ยังไม่มีหรอกค่ะ อยากทุ่มความตั้งใจไปที่แม่นาค เดอะมิวสิคัล อย่างเดียวเลย ซึ่งจริงๆ เวลาก็หมดแล้วนะ ในแต่ละวัน หมดไปกับการซ้อม ไม่เหลือเวลาไปทำผลงานอื่นๆ เลย

แต่แฟนละครจะได้มีโอกาสเห็นคุณนัทกลับมาเล่นละครทีวีอีกหรือเปล่าคะในอนาคต
ถ้าจบเรื่องแม่นาค นัทก็คงดูคิวอัลบั้มเพลงก่อนว่าเป็นอย่างไร ส่วนละคร จริงๆ พอกลับมาเล่นละครเวที มันก็เหมือนเครื่องติดแล้ว เครื่องมันร้อน นัทก็อยากแสดงบทที่เข้มข้นขึ้น อาจจะเป็นละครทีวีหรือภาพยนตร์ หากมีคนติดต่อมา นัทก็จะรับไว้พิจารณาค่ะ แต่ก็อยากได้บทที่ท้าทายเราในมุมอื่นๆ บ้าง อย่างพวกโรคจิต เป็นผู้หญิงถูกกระทำ หรือมีเรื่องราวดราม่า ดูให้มันมีเรื่องราวที่น่าสนใจ บทแบบที่นัทไม่เคยเล่นยังมีอีกเยอะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ทุกคนอาจจะมองว่า นัทมาร้องเพลงเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้มีละครให้เห็นกัน จริงๆ อยู่ที่จังหวะ และโอกาสมากกว่าค่ะ

ในฐานะที่กำลังจะเล่นละครเวทีเกี่ยวกับเลิฟสตอรี่
แล้วเลิฟสตอรี่ของนัท มีเรียในตอนนี้เป็นอย่างไรคะ มีความเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า สำหรับมุมมองของความรัก ยังค่ะ ยังไม่ถึงกับเปลี่ยนมาก เพราะนัทเชื่อว่าเป็นเรื่องดีอยู่แล้วสำหรับความรัก แต่ว่ามันอยู่ที่ตัวเราและคนที่จะเข้ามามากกว่าว่า ถ้ามันมีความลงตัว แล้วเป็นคนที่ใช่ อยู่ด้วยแล้วมีความสุขก็อยู่กันไป แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ใช่จังหวะที่จะมีความรัก ตอนนี้ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งหลังผ่านเรื่องราวในชีวิตมาเยอะ นัทก็ไม่ได้มองความรักว่าเป็นเรื่องเลวร้ายอะไรนะคะ เพียงแต่ว่าเราต้องมีสติ แล้วดูว่าความรักก็สามารถให้ทั้งทุกข์และสุขกับเรา ต้องเรียนรู้อย่างมีสติมากกว่าค่ะ นัทว่าตัวเองโตขึ้นสำหรับมุมมองในเรื่องความรักค่ะ
เรื่อง : พิมพ์พร เรื่อง : กฤตพล วิทย์ว่องไว


Woman Plus Vol.4 No.33May2009

ขออนุญาตใช้เนื้อหา