โชคีย์ โชโม คาร์ซุง ผู้หญิงสวยแห่งภูฏาน

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / โชคีย์ โชโม คาร์ซุง ผู้หญิงสวยแห่งภูฏาน

โชคีย์ โชโม คาร์ซุง
ผู้หญิงที่สวยที่สุดในภูฏาน

โชคีย์ โชโม คาร์ซุง

วงการนางงามเปิดประตูต้อนรับ “สาวงาม” ประเทศน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดประเทศสู่สายตาชาวโลก เธอคือ “น.ส.โชคีย์ โชโม คาร์ซุง” มิสภูฏานคนแรก ประจำปี 2008

ในโอกาสที่โชคีย์เดินทางมาประเทศไทย และวางแผนว่าจะพำนักอยู่ประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำงานหาประสบการณ์ เราได้นัดคุยกับผู้หญิงที่สวยที่สุดในภูฏาน

โชคีย์นางงาม “คนแรก” ในประวัติศาสตร์ของภูฏานคนนี้ มีอะไรมากกว่า “ความสวย” โชคีย์บอกว่า มันบันดาลความสุขได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

โชคีย์ วัย 24 ปี เล่าว่า การประกวดนางงามจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2008 เพื่อรณรงค์บทบาทสตรีในประเทศ ซึ่งในปีนั้นเป็นปีที่ราชอาณาจักรภูฏานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 100 ปี ของราชวงศ์วังชุก อีกทั้งยังมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นับเป็นปีประวัติศาสตร์ที่เธอภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งนี้

หลังจากได้รับตำแหน่ง โชคีย์ก็มีโอกาสไปประกวดมิสเอิร์ธ ปี 2008 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

โชคีย์ โชโม คาร์ซุง

โชคีย์เล่าด้วยภาษาอังกฤษว่า ตำแหน่งมิสภูฏานได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ จากชีวิตนักเรียนนอกดีกรีปริญญาตรีคณะจิตวิทยา จากประเทศแคนาดา ก็กลายมาเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่สิ่งพิเศษที่สุดที่ได้จากตำแหน่งนี้ มันทำให้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมมากขึ้น ขณะนี้เธอดูแลเด็กพิการกำพร้า 2 คน คนแรกเป็นเด็กพิการทางสมอง อายุ 16 ปี ส่วนคนที่ 2 เป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป อายุ 12 ปี

“การช่วยเหลือของฉันไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องเงินทองหรือของมีค่า เพราะรัฐบาลมีสวัสดิการดูแลคนพิการอยู่แล้ว แต่ฉันช่วยด้วยการให้ความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจ ซึ่งในอนาคตฉันวางแผนไว้ว่าจะให้พวกเขาศึกษาภาษาต่างประเทศ เช่น เนปาล อินเดีย เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้”

เข้าคอนเซ็ปท์นางงามต้อง “รักเด็ก” จริงๆ

“ฉันช่วยเด็ก เพราะความเป็นมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือกัน มันเป็นสัญชาตญาณของคนที่รู้สึกจากข้างใน ต่อให้ไม่ใช่มิสภูฏานก็อยากช่วย”

แม้อะไรๆ จะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงในตัวสาวสวยคนนี้ คือ ความรักชาติ

“ไม่ว่าฉันจะเดินทางไปประเทศไหน ทุกคนก็มักจะถามว่า ภูฏานเป็นอย่างไร มันยากที่จะบรรยายออกมาว่า ภูฏานสวยงามแค่ไหน เอาเป็นว่าภูฏานเป็นประเทศที่สะอาด ไม่มีมลพิษ สงบ สันติ และที่สำคัญมีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชนมากๆ”

เธอเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์สุดจิตสุดใจ

โชคีย์บอกว่า เธอชอบฟังพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เพื่อนำมาปฏิบัติตามในการดำเนินชีวิต

“สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงมีพระราชดำรัสว่า การรักชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรักอย่างชาญฉลาดก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง หมายความว่า ใครๆ ก็สามารถพูดว่ารักชาติได้ แต่มันอาจไม่ได้ออกมาจากจิตสำนึกว่ารักแบบไหน ซึ่งเป็นคนละความหมายกับการรักชาติที่ผ่านการไตร่ตรองจากสมองก่อน สำหรับฉันการรักชาติต้องอยู่บนความรับผิดชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ฉันได้ฟังกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่พระองค์ทรงถ่ายทอดมาถึงประชาชนว่ามาจากพระทัย ฉันรู้สึกปลอดภัย เหมือนได้รับการคุ้มครอง เป็นสิ่งวิเศษมาก”

โชคีย์ โชโม คาร์ซุง

ส่วนความผูกพันที่โชคีย์มีต่อประเทศไทยนั้น เธอเล่าว่า รู้จักเมืองไทยตั้งแต่เด็กๆ จากคำบอกเล่าของพ่อค้าที่เดินทางมาซื้อของที่ประตูน้ำ หรือมาบุญครอง รวมทั้งจากคนที่มาเที่ยวประเทศไทยแล้วกลับไปเล่าให้ฟัง เพราะสมัยก่อนภูฏานยังไม่มีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ เพิ่งมีไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอก็เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยบ่อยๆ โดยเมื่อปีที่แล้วได้ศึกษาต่อด้านวิดีโอโปรดักชั่น ที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ หัวหิน

“วัฒนธรรมไทยกับภูฏานมีความคล้ายคลึงกัน มันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่อยู่เมืองไทย เช่น การให้ความเคารพนับถือผู้อาวุโสกว่า การไหว้ หรือแม้แต่การพูด ที่คนไทยจะลงท้ายด้วย ครับ/ค่ะ คนภูฏานก็ลงท้ายด้วยคำว่า ล่ะ (La)”

“ติดใจ” ประเทศไทยนี่เอง จึงทำให้เธอมีแผนที่จะอยู่เมืองไทยอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำงานหาประสบการณ์ด้านวงการบันเทิงและเรียนต่อทางด้านแฟชั่นดีไซน์

“ทุกวันนี้ฉันพยายามอยู่กับปัจจุบันและทำทุกวันให้ดีที่สุด” เธอเล่าพร้อมกับยกแขนข้างซ้ายที่มีรอยสักบทสวดมนต์ขึ้นมาโชว์ ซึ่งเป็นรอยสักที่โชคีย์สักตามความเชื่อของภูฏานเพื่อคุ้มครองชีวิต แล้วบอกว่า “นี่คือเครื่องรางประจำตัวของฉัน ที่ฉันมักจะยกขึ้นมาดูไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เป็นบทสวดมนต์ที่มีความหมายว่า ใช้ชีวิตปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือตาย”

นี่คือ … ตัวตนของผู้หญิงเจ้าของมงกุฎมังกรแห่งประเทศภูฏาน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

ขออนุญาตใช้เนื้อหา