ไดอารี่ สีชมพู สู้ มะเร็ง แบบ ปวีณา หงสกุล

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / ไดอารี่ สีชมพู สู้ มะเร็ง แบบ ปวีณา หงสกุล

ไดอารี่ สีชมพู สู้ มะเร็ง แบบ ปวีณา หงสกุล

ปวีณา หงสกุล



เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ ไดอารี่ ปวีณา หงสกุล เผยประสบการณ์สู้มะเร็งร้าย ชนะได้ใน 5 ปี เจ้าตัวย้ำกำลังใจสำคัญที่สุด

จากวันที่ป่วยไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ “หมอดู” คนหนึ่งเคยบอกกับลูกชายปวีณา หงสกุล ว่า “แม่จะอยู่ไม่ถึงวันเกิดเขา”…11 มกราคม 2549 นอกจากเธอจะ “เซอร์ไพรส์” จนลูกชาย ต้า-ษุภมน หงสกุล หุตะสิงห์ ร้องไห้ดีใจที่ยังเห็นแม่แข็งแรงยิ้มอวยพรแฮปปี้เบิร์ธเดย์ วันนี้ ปวีณายังเซอร์ไพรส์ผู้คนในสังคมด้วยการเปิดตัวเป็นทูตโครงการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม 2552 ของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดเผยครั้งแรกถึงอาการป่วยมะเร็งเต้านมที่ต่อสู้มานานกว่า 5 ปี โดยที่ไม่บอกให้ใครรู้นอกจากคนในครอบครัว

“ลูกคงเป็นกังวลมาก และไม่รู้จะหาที่พึ่งที่ไหนแล้วเลยพากันไปดูหมอ ในขณะที่เราไม่เคยคิดจะดูหมอเลยไม่ว่าเรื่องไหน เพราะไม่อยากให้ใครมากำหนดชะตาชีวิตเรา…เราจะตายหรือไม่ตายไม่ต้องมีใครมาบอก เพราะความจริงก็คือความจริง เกิดแก่เจ็บตายไม่มีใครหนีพ้น…” ปวีณา เขียนเล่าไว้อย่างเด็ดเดี่ยวในหนังสือ “ไดอารี่ ปวีณา หงสกุล สู้ชนะ “มะเร็งร้าย” ใน 5 ปี ” ไดอารี่สีชมพูที่เปิดตัวพร้อมกันในงานนี้ เพื่อแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์การเผชิญโรคร้าย รายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้แก่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ มูลนิธิปวีณา หงสกุล

เป็นบันทึกที่ร้อยเรียงประวัติชีวิตพร้อมรูปภาพ ตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเข้าสู่เส้นทางการเมือง ก่อนจะตรวจพบความผิดปกติหลังปิดฉากศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2547 วันหนึ่งระหว่างอาบน้ำถูสบู่มาสะดุดกับก้อนเนื้อแถวๆ หน้าอกข้างขวา จนกระทั่งได้มาเป็นคนไข้มะเร็งเต้านมในความดูแลของ รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก่อนจะพบว่านอกจากเป็นมะเร็งแล้วยังป่วยเป็นโรคหัวใจกระโดดด้วยระหว่างที่เตรียมตัวรักษาด้วยเคมีบำบัด

ปวีณา หงสกุล

ผ่านมาจนถึงวันนี้ นับเป็นปีที่ 5 แล้วที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง คุณหมอบอกว่าถ้าอยู่มาได้ถึง 5 ปี โดยไม่มีปัญหาอะไร ถือว่าดีมาก ถ้าจะเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้บ้างก็อาจพูดได้ว่าหายแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์

ตลอดระยะเวลาการรักษาทุกขั้นตอน นอกจากคนในครอบครัวและญาติสนิทแล้วแทบไม่มีใครรู้เลยว่าเธอป่วย เพราะเจ้าตัวยังใช้ชีวิตตามปกติ ถึงขนาดหลังผ่าตัดครั้งแรกเอาก้อนเนื้อร้ายออกไม่เท่าไร ยังออกไปลุยหาเสียง ลุยทั้งงานการเมืองทั้งงานที่มูลนิธิปวีณา สลับไปกับเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลทั้งผ่าตัด 2 ครั้ง ทำคีโมและฉายรังสีจนครบทั้งหมด 30 ครั้ง

เพราะเราอยากทำงาน ยิ่งรู้ว่าจะตายแล้วยิ่งอยากทำอะไรให้มั่นคง ยิ่งต้องจัดการทุกอย่างให้เร็วขึ้น อยากวางรากฐานมูลนิธิให้ยืนอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีปวีณา แม้แต่ลูกก็ต้องสอนเขาให้อยู่ได้โดยที่ไม่มีเรา”

ปวีณา หงสกุล

ทุกวันนี้ ปวีณา ดูแลตัวเองด้วยการรับประทานยารักษามะเร็งและหัวใจ โดยมีเครื่องกระตุ้นหัวใจติดไว้ที่ตัว และไปพบแพทย์ทุกๆ 3 เดือน สิ่งสำคัญที่ทำให้ผ่านพ้นเรื่องร้ายในชีวิต นอกจากการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ตรวจพบอาการแล้ว ปวีณา บอกว่า มาจากพลังใจกำลังใจจากคนรอบข้างและตัวเอง ใจเราต้องหนักแน่น ที่สำคัญคืออย่ากลัว

“ถ้าเรากลัวก็เท่ากับแพ้ไปแล้ว ไม่ว่าจะโรคภัย หรือแม้แต่การทำงาน อุปสรรคทั้งหลายที่เข้ามาในชีวิต ถ้าเราถอยนั่นคือเราแพ้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่เราไม่ยอมแพ้เพราะเรามีสติ มีสมาธิ เมื่อมีสติก็จะมีปัญญาให้เราชนะทุกอย่างได้” ปวีณา บอกเช่นนั้น

ปวีณา หงสกุล

หลายคนมักเข้าใจว่าหากเป็นมะเร็งเต้านมแล้วจะต้องตัดเต้านมทิ้ง ซึ่งไม่จริงเสมอไป รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ยังแซวติดตลกในวันแถลงข่าวว่าน่าจะใส่บิกินีมาโชว์ยืนยัน แม้จะไม่ได้มาพร้อมกับบิกินี แต่รูปร่างที่ยังฟิตแอนด์เฟิร์มในเสื้อยืดสีชมพูพอดีตัว พร้อมคำยืนยันชัดๆ อีกครั้งว่า “เป็นมะเร็งไม่ตายเสมอไป” น่าจะพอกระตุ้นขวัญกำลังใจให้แก่ใครอีกหลายคน

โดย : ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก


ขออนุญาตใช้เนื้อหา