คาทริน่า ฮอดจ์ ทหารหญิง

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / คาทริน่า ฮอดจ์ ทหารหญิง


คาทริน่า ฮอดจ์ ทหารหญิง
                                 ถอดเครื่องแบบ ถ่าย เซ็กซี่


คาทริน่า ฮอดจ์ ทหารหญิง


“ทหารหญิง”ดีกรีเหรียญกล้าหาญ ถอดเครื่องแบบ-ปลดปืน!! ถ่าย”ชุดชั้นใน”แบรนด์ดัง


    
วันนี้ “พิงค์สเกิร์ต” ขอหยิบยกเรื่องราวของสาวนางหนึ่ง ที่มีความงดงามปานนางฟ้า ทว่าเข้มแข็งบึกบึนไม่แพ้ผู้ชายทั้งแท่ง (หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ) เธอคนนี้เคยได้รับ “เหรียญกล้าหาญ” จาก การร่วมทำสงครามในอิรักกับกองทัพอังกฤษ แต่นอกจากจะได้เหรียญทรงเกียรติแล้ว ….เธอยังมีเรือนร่างที่สุดแสนเซ็กซี่อีกด้วย (ไม่เชื่อก็ลองดูเอาเอง)


คาทริน่า ฮอดจ์ ทหารหญิง



    
หญิงเมืองผู้ดีคนนี้ มีฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้ว่า “Combat Barbie” หรือแปลได้ว่า “ตุ๊กตาบาร์บี้นักรบ” เธอมีชื่อจริงว่า “คาทริน่า ฮอดจ์” อายุละอ่อนเพียง 22 ปี เป็นทหารหญิง ประจำกองทัพแห่งราชอาณาจักรอังกฤษ ตามปกติแล้วเธอต้องสวม “หมวกบาเรท์” เครื่องแบบทหาร และถือปืนไรเฟิล แต่ล่าสุด “คาทริน่า” สลัดภาพสาวแกร่ง กลายเป็นนางแบบชวนฝันสวมชุดชั้นใน ให้กับแบรนด์ชุดชั้นในแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดโครงการลดราคาสินค้า 15 % ให้แก่ทหารชายและหญิงทุกนาย


คาทริน่า ฮอดจ์ ทหารหญิง



    
“ตุ๊กตาบาร์บี้นักรบ” คนนี้ไปเตะตาแบรนด์ดังเข้าอย่างจัง เมื่อคว้าตำแหน่งรองอันดับที่ 1 จากการประกวดมิสอังกฤษ ปี 2009 ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน โดยในการประกวดเวทีขาอ่อน เธอทำให้กรรมการตาค้างมาแล้ว ด้วยการแสดงทักษะการใช้ “ปืนไรเฟิล” อาวุธคู่กาย !!!!

    
“ฉันชอบการตกเป็นจุดสนใจ แต่งานของฉันคือการเป็นทหาร ฉันรักชีวิตทหาร และหากการที่ฉันเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหลายๆ คนอยากเป็นทหารได้ ก็คงยอดเยี่ยมมาก” คาทริน่า กล่าว

    
คาทริน่า เล่าวถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอได้รับเหรียญกล้าหาญว่า “วันหนึ่งพวกเราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวอิรัก ที่กำลังต้องการสอบถามข้อมูลได้ แต่ขณะที่พาเขาไปส่งคุก ได้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ เมื่อฉันออกจากรถได้ ชายอิรักคนนั้นมีอาวุธของเราอยู่ในมือ ฉันรู้ทันทีว่าควรทำอะไร ไม่งั้นเขาต้องยิงเราตายเรียบ มันเป็นนาทีเป็นนาทีตายจริงๆ”

    
“ใน วินาทีนั้น การฝึกฝนทหารอย่างหนักก็ให้ผลทันที ฉันสามารถปลดอาวุธออกจากชายอิรักได้ ดึงอาวุธคืนมาและสามารถควบคุมตัวเขาไว้ได้สำเร็จ”

    
โอโห………… อ่านแล้วขนลุก สวยมากขนาดนี้ แต่โหดและเก่งยิ่งกว่าเสียอีก !!!!



ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

ขออนุญาตใช้เนื้อหา