ปอ พนาพร วิศวกรหญิง ผู้สร้างรถยนต์ ที่ไม่ยอมให้เรื่องเพศ เป็นอุปสรรคในการทำงาน

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / ปอ พนาพร วิศวกรหญิง ผู้สร้างรถยนต์ ที่ไม่ยอมให้เรื่องเพศ เป็นอุปสรรคในการทำงาน

หากจะพูดถึงเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมของเพศสภาพในปัจจุบันนี้ ทุกคนคงไม่ปฎิเสธว่า นั่นเป็นวิถีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม หน้าที่บทบาทในบางทักษะอาชีพ ก็อาจยังคงมีมุมมองที่ถูกตีกรอบด้วยเรื่องเพศอยู่ หนึ่งในนั้นคือเรื่องเครื่องยนต์หรือรถยนต์ วันนี้ Women Mthai มีโอกาสได้พูดคุยกับ ผู้หญิงเก่งที่ได้รับการยอมรับและกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในการทำงาน ที่มีส่วนสำคัญในการผลิตรถยนต์ทั้งคัน เธอคนนี้จะช่วยเปลี่ยนทัศนคติของประโยคที่ว่า “รถกับผู้หญิงไม่ใช่ของคู่กัน” อีกต่อไป

 

คุณปอ พนาพร แพร่งสุวรรณ คือวิศวกรหญิงที่เราได้พูดคุยกับเธอในวันนี้ ภายใต้ร่างเล็ก บุคลิกสดใสร่าเริงยิ้มแย้ม ที่มองเผินๆคงไม่รู้เลยว่าเธอคือผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังการผลิตรถคันใหญ่ๆอย่าง กระบะและ SUV วิศวกรมือฉมังที่ฟอร์ดไว้วางใจ และนอกจากนั้น ปอ พนาพร ยังทำงานภายใต้ทีมงานซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการทำงาน แต่กลับกลายเป็นแรงผลักให้เธอตั้งใจและสนุกกับงานที่ทำ และนอกเหนือสิ่งใดคือการได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน แม้เธอจะเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเธอจึงสามารถมาถึงจุดนี้ได้

– เป็นมายังไงทำไมถึงเลือกที่จะมาเป็นวิศวกร
คือด้วยลักษณะนิสัยปอที่เป็นคนที่ไม่ค่อยจะเหมือนผู้หญิงเท่าไหร่ เป็นคนลุยๆห้าวๆ ก็เลยคิดมาตั้งแต่เด็กๆว่าอยากจะเรียนอะไรที่ไม่ผู้หญิงมาก ได้ทำงานที่ไม่จะเป็นต้องสวยทุกวัน ก็เลยเป็นที่มาว่าอยากเรียนวิศวะ ที่จริงตอนเด็กก็ไม่ได้คิดว่าเราจะมีโอกาสได้มาทำงานด้านรถ แค่อยากจะเป็นเอ็นจิเนีย แต่ว่าสุดท้ายก็จับพลัดจับผลูได้มาทำงานตรงนี้ ตอนแรกที่เรียนจบก็ไปทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นอยู่ 2ปี หลังจากนั้นก็ลาออกแล้วก็ไปเรียนภาษาต่อที่อเมริกา เป็นเวลา1ปี8เดือน ซึ่งในตอนนั้นปอก็ทำงานร้านอาหารไปด้วย เรียนภาษาอังกฤษและภาษาสเปนไปด้วย ก่อนที่จะกลับมามีโอกาสได้ร่วมงานกับ AAT ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า ปอก็ทำหน้าที่ในส่วนของการดูแลวิศวกรรมเพื่อเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ซึ่งในตอนนั้นก็คือ ฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่เปิดตัวโฉมใหม่ในปี 2015 และหลังจากนั้นทางฟอร์ดก็ให้โอกาสปอ โดยการเชิญมาร่วมงานในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายปฏิบัติการด้านการผลิตและการประกอบรถยนต์ ประจำโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) ในจังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่ปอได้รับ

– มันมีอะไรน่าหลงใหลตรงไหน..รถยนต์ที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ค่อยสนใจ
แรกเริ่มที่มีโอกาสได้มาศึกษางานตรงนี้ แล้วก็ได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกชอบและสนุกกับมัน คือปอว่าชีวิตคนเราเนี่ยใช้เวลากันบนท้องถนนเยอะมาก จนเหมือนจะกลายเป็นบ้านแล้วล่ะ ทีนี้ก็เลยคิดว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการขับเคลื่อนเพื่อไปให้ถึงจุดหมายอย่างเดียวล่ะ แต่มันต้องมีความสะดวกสบาย มีเทคโนโลยีอะไรเข้ามาให้ตอบโจทย์การใช้งาน ตรงนี้ล่ะที่เป็นเสน่ห์ของการทำงาน ปอก็จะมีหน้าที่หลักคือในส่วนของการวางระบบไฟ และโมดูลทั้งหมดของรถ ก็คือมาดูว่า ในรถยนต์หนึ่งคันควรจะมีอะไรที่อำนวยความสะดวกให้ชีวิตเราได้อีกบ้าง อย่างเช่นการช่วยจอด และก็รวมไปถึงเรื่องเดคคอร์เรทภายใน ก็เช่น เบาะรถ คอนโซน เหล่านี้เป็นความสนุกที่ได้มีส่วนร่วมในการคิด หรือเสนอไอเดียในมุมมองใหม่ๆ

– แล้วในส่วนของการผลิตอื่นๆที่คุณปอต้องดูแลมีอะไรอีกไหม
คือหลักๆตอนนี้ปอทำหน้าที่ในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายปฏิบัติการด้านการผลิตและการประกอบรถยนต์ รับผิดชอบดูแลงานด้านวิศวกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมของการผลิตภัณท์ใหม่ในการประกอบขั้นสุดท้าย ซึ่งก็คือการนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาประกอบเข้ากับตัวรถ ตามลำดับขั้นตอนของกระบวนการผลิตจนเสร็จสมบูรณ์เป็นรถยนต์ ที่พร้อมสำหรับการจัดส่งให้ลูกค้าต่อไป ซึ่งส่วนสำคัญก็คือการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตทั้งหมด หรือพูดง่ายๆก็คือต้องลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการผลิตจริงให้ได้น้อยที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีที่สุด

– ผู้หญิงตัวเล็กๆ มาสร้างรถกระบะคันใหญ่ๆแบบนี้รู้สึกยังไง?
พอได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ เราก็ได้พัฒนาตัวเองได้เยอะมาก จากที่ไม่รู้อะไรเลย แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนกับเราเป็นเจ้าของรถ
ใครจะทำอะไรก็ต้องมาถามเรานะ เพราะเรารู้หมดว่าอะไรประกอบยังไง หรือถ้าจะมีเปลี่ยนแปลงอะไรก็ต้องปรึกษาเราก่อน ก็เป็น
ความรู้สึกเป็นเจ้าของมัน ภูมิใจไปกับมัน ปอก็ซื้อเอเวอเรสต์ให้คุณพ่อใช้ (หัวเราะ) ก็เวลารถมีปัญหาอะไรคุณพ่อก็จะโทรมาถาม
เราว่ามันเป็นแบบนี้แบบนั้น เราก็จะช่วยตอบได้หรือให้เพื่อนในทีมช่วยบอกว่ามันต้องทำยังไง ก็ดีค่ะ(หัวเราะ) ความรู้สึกเหมือน
เป็นโฮมเมดอะไรแบบนี้

– เห็นว่าในทีมเป็นผู้หญิงคนเดียว กดดันไหม
ไม่รู้สึกกดดันเลยค่ะ เพราะทุกคนไม่ได้มองเราเป็นผู้หญิง (หัวเราะ) ก็คือ ตั้งแต่ทำงานมา ไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนเราก็ได้ทำเหมือนเพื่อนในทีมทุกอย่าง หัวหน้าก็มอบหมายงาน โดยไม่ได้มีกรอบอะไรว่าเราเป็นผู้หญิงทำอะไรไม่ได้ ก็คือทุกคนทำงานเหมือนกันหมด มีอยู่ช่วงนึงที่ต้องทำงานกะกลางคืนถึง 3 อาทิตย์ติดกันเราก็ได้รับมอบหมายเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้แตกต่าง เรื่องความเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีมไม่ใช่อุปสรรคอะไรเลยในการทำงาน
– ถ้างั้นความเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีมแบบนี้มันมีข้อดีไหม
ก็จะเป็นเรื่องของวิธีการเข้าหาคน คือสมมติว่างานมีปัญหาเกิดขึ้นเนี่ย ปอก็จะรู้ว่า ต้องเข้าหาใครด้วยวิธีไหน หรือรับมือแบบไหน คือเราก็จะมีวิธีการแอพโพรชแต่ละแบบได้ดีกว่า อีกส่วนก็คือปอว่าด้วยความที่ผู้หญิงจะมีความละเอียดมากกว่า ปอก็จะมองเห็นดีเทลได้ลึกกว่า อย่างบางทีก็จะมีทักว่า ตรงนี้ยูไม่เห็นใช่มั้ย อะไรแบบนี้

– คิดว่าความสำเร็จของคนเรามันเกี่ยวกับเรื่องเพศไหม
คือปอคิดว่า ก่อนอื่นต้องหาตัวเองให้เจอก่อนว่าเราชอบอะไร แล้วพอเจอแล้วเนี่ยเราก็จะสามารถทำมันได้ดีด้วยสนุกและรู้สึกท้าทายไปกับมัน ทีนี้ทุกอย่างมันก็จะดีไปหมด แล้วพอเราได้ทำงานด้วยความรักเนี่ย ถึงจุดหนึ่งมันจะให้รางวัลเราเอง หรือก็จะมีคนเห็นเองว่าเราทำได้ โดยที่ไม่ได้มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเป็นอุปสรรคให้ทุกอย่างเลย

ผู้หญิงยุคนี้ไม่ใช่แค่ขับรถได้ แต่สร้างรถยนต์ ก็ทำมาแล้ว

เรื่องโดย Women Mthai Team

ภาพโดย Covinus

ขออนุญาตใช้เนื้อหา