ชีวิตนางงามไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ใครว่าเกิดมาสวยแล้วทุกอย่างจะราบรื่น เบื้องหน้าอาจดูยิ้มแย้ม สดใส เบื้องหลังอาจต้องเสียน้ำตาเพราะความกดดันหลายๆอย่าง และไม่ว่ากระแสในโลกออนไลน์จะเป็นอย่างไร สปิริตนางงาม ก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อ สายสะพายชื่อประเทศที่พาดอยู่ จะทำให้คนที่ตามเชียร์ผิดหวังไม่ได้
กระแสโจมตีในด้านลบมีมาตั้งแต่วินาทีแรก ที่ประกาศว่าเธอคือมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 บ้างก็ว่าเธอไม่สวย บ้างก็ว่าเธอเป็นเด็กเส้น เธอเก็บคำวิจารณ์ไว้ในใจ ไม่ออกมาตอบโต้ใดๆ แม้ว่าจะต้องร้องไห้คนเดียวอยู่หลายครั้ง
คนภายนอกมองว่าเธอคือคนที่เพอร์เฟ็กต์ เกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ มีพ่อเป็นหมอ มีแม่เป็นพยาบาล มีน้องชายที่เรียนเก่ง แต่เธอเองกลับเป็นคนที่เรียนไม่เก่ง ถูกส่งไปอยู่เมืองนอกก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ สอบก็ได้คะแนนแย่ เธอต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นๆ เพื่อผลักดันตัวเองให้ผ่านพ้นปัญหาที่หนักอึ้งไปให้ได้ จนสุดท้ายเธอพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความฉลาดแพ้ความขยันหมั่นเพียร ไม่เพียงแค่เรียนจบ Business administration สาขา Finance จาก University of Nevada, Las Vegas เกียรตินิยมอันดับ 2 แต่ยังได้รับเหรียญทอง รางวัลนักเรียนดีเด่น จากอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา อีกด้วย
ผ่านมาหลายเดือนนับจากวันตัดสิน เธอยังคงถูกวิจารณ์อยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังยืนยันหนักแน่นว่า ต้องการโฟกัสที่การประกวดเป็นหลัก อะไรที่บั่นทอนใจก็ขอพักเอาไว้ และเดินหน้าทำการบ้าน ฟิตซ้อมร่างกายอย่างต่อเนื่อง เหนื่อยแค่ไหนก็ยังต้องออกกำลังกาย อยากกินของอร่อยๆ มากแค่ไหนก็ต้องอดใจไว้ เพราะเธอบอกแล้วว่ารูปร่างของตัวเองเป็นรูปร่างของคนทั้งประเทศ จะต้องดูแลให้ดีที่สุด และยังนอนน้อยเพียงแค่วันละ 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ยังยิ้มแย้มและส่งพลังบวกให้กับแฟนนางงามอยู่ตลอด ยกตำแหน่ง นางงามใจแกร่ง ให้นิ้งไปเลย
ไม่รู้ว่าต้นตอ ดราม่าเรื่องนี้เกิดมาได้ยังไง แต่สุดท้ายแล้ว มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา ก็ออกมาบอกแล้วว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด เธอและเพื่อนนางงามที่เป็นประเด็นด้วยอย่าง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และโคลัมเบีย ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แล้วการที่เธอไม่คล่องเรื่องภาษาอังกฤษ ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะเธอมั่นใจ และเต็มที่กับทุกกิจกรรมจริงๆ
สาวน้อยขวัญใจแม่ยกแฟนนางงามไทยคนนี้ ก็ผ่านปัญหาอุปสรรคในชีวิตมาตั้งแต่ยังไม่เข้าประกวดนางงามด้วยซ้ำ โดยเธอมีความฝันว่าอยากเป็นนางแบบ แต่บรรดาเอเจนซี่กลับปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเธอว่าตัวเล็กเกินไป จนเธอต้องดันตัวเองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ แม้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็จะทำ ยาวไปถึงกระทั่งตอนรับตำแหน่ง เธอก็ยังถูกชาวเน็ตวิจารณ์ว่าเธอไม่เหมาะสม ไม่มีเลือดเนื้อของออเตรเลียน 100% แต่เธอก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นลูกครึ่งออสเตรเลียน-จีน แต่เธอก็มีความรักและผูกพันกับประเทศออสเตรเลียไม่น้อยไปกว่าใคร
ชีวิตของเธอดั่งเทพนิยาย แต่เป็นเทพนิยายที่ไม่ค่อยจะแฮปปี้นัก เธอโตมาในครอบครัวที่มีปัญหาทางการเงิน และต้องย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซียตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เธออาศัยอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง ต่อสู้ดิ้นรนกับความลำบากเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไหว แต่ก็ได้กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในวัย 16 หลังจากนั้นก็เริ่มมีผลงานในวงการบันเทิง
ซึ่งการประกวดนางงามในญี่ป่นดูจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ก่อนหน้านี้ปี 2015 มิสยูนิเวิร์สญี่ปุ่นก็ถูกแอนตี้อย่างหนัก เพราะเป็นลูกครึ่งคนผิวสี ไม่ใช่คนญี่ปุ่น 100% และในปีนี้ใบหน้าของยูอูมิ ก็ดูจะไม่ใช่รูปแบบผู้หญิงที่คนญี่ปุ่นมองว่าสวย แต่เธอก็ใจสู้เต็มที่ เพราะการเดินทางมาประกวดรอบนี้ ทำเพื่อชื่อเสียงประเทศชาติ
สตรีข้ามเพศคนแรกที่ได้เข้ามาประกวดบนเวที มิสยูนิเวิร์ส ต้องเจอกับคำดูถูกต่างๆ นานา มากมาย หลายคนไม่เห็นด้วยเพราะบนโลกนี้มีเวทีสำหรับสาวประเภทสองอีกมาก ทำไมถึงต้องมาแย่งพื้นที่และโอกาสของผู้หญิงแท้ๆ แต่ภายใต้กระแสโจมตีนั้น ก็ยังมีคนที่พร้อมเปิดรับ และส่งกำลังใจให้เธอ เชื่อว่าการที่เธอมีคุณสมบัติครบทุกอย่างตามที่กองประกวดต้องการ ก็ไม่ต้องแคร์คำวิจารณ์
ไม่รู้ว่าหุ่นที่ดีในสายตาของแต่ละคน จะหมายความว่ายังไงบ้าง? แต่สำหรับโรส มิสยูนิเวิร์ส USA 2018 เธอโดนโจมตีเรื่องรูปร่างและส่วนสูงอย่างหนัก บ้างก็ว่าขาเธอใหญ่ไป บ้างก็ว่าเธอตัวเตี้ยเกินไป ซึ่งจริงๆแล้ว เธอออกกำลังกายอย่างหนัก หุ่นเธอเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และเธอเชื่อมั่นว่าการเป็นนางงามที่ดี นอกจากหน้าตาและความสามารถแล้ว ยังต้องสุขภาพดีอีกด้วย
รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women MThai Team