ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก 18 กก. ลดน้ำหนัก 18 กิโล ออกกำลังกายลดน้ำหนัก อาหารคลีน อาหารลดน้ำหนัก

เคล็ดลับกู้หุ่นพัง เพราะกินเก่ง สัตวแพทย์สาว ลดน้ำหนัก 18 กก. ภายใน 8 เดือน

Home / ลดน้ำหนัก / เคล็ดลับกู้หุ่นพัง เพราะกินเก่ง สัตวแพทย์สาว ลดน้ำหนัก 18 กก. ภายใน 8 เดือน

เรื่องราวของสัตวแพทย์สาว ที่เคยพลาดลดน้ำหนักด้วยการกินน้อยๆ จนสุดท้ายหุ่นก็เด้งกลับมาอ้วนให้ปวดใจเหมือนเคย จึงหันมาใช้วิธีที่คลาสสิกที่สุด ที่ทุกคนต่างรู้กันดี “กินคลีน และ ออกกำลังกาย” แล้วมันก็ได้ผลซะด้วยสิ

ตั้งแต่เด็กเลย มายเป็นคนทานเก่งมาก ทานอาหารได้ทุกประเภทเลย ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคนชอบเที่ยวทั้งคู่ พอไปเที่ยวก็จะได้ไปลองทานอะไรใหม่ๆ ได้ลองทานอาหารพื้นเมืองของหลากหลายประเทศ และนอกจากชอบเที่ยวยังชอบพาไปตะลุยทานของขึ้นชื่อในกรุงเทพด้วยอีก ร้านไหนเด็ดก็พาไปหมด (หัวเราะ) ทำให้เป็นคนชอบทานไปโดยปริยายเลยค่ะ

อ้วนสุด 70 กก. และเลือกลดน้ำหนักผิดวิธี

ช่วงที่อ้วนสุดในชีวิตจริงๆมีสองช่วงเลย ปกติช่วงมัธยมต้นก็หุ่นมาตรฐานนี่แหละค่ะ อาจจะออกอวบนิดๆ แต่มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ขี่ม้า ว่ายน้ำ แต่หลังจากขึ้นมัธยมปลาย ประสบอุบัติเหตุตกจากที่สูง เลยมีปัญหาสุขภาพทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้

ตอนนั้นม.6 น้ำหนักขึ้นมาถึง 70 กก. เลยค่ะ พอเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ เราก็อยากสวยเนอะ ก็เลยใช้วิธีการผิดๆ ในการลดน้ำหนัก คืออดข้าว!!! กินตามสูตรเลยค่ะ เที่ยงโยเกิร์ต ข้าวเย็นทานแต่สลัดบ้าง ผลไม้บ้าง ออกกำลังกายหักโหม ตอนนั้นน้ำหนักลดมาถึง 57 กก. แต่ลดมาแบบทรุดโทรมมาก ลดแบบตัวเหลว สุขภาพก็ไม่แข็งแรง ซึ่งวิธีการลดแบบนี้มันไม่ยั่งยืน

คือคนเราไม่สามารถทานโยเกิร์ตเป็นข้าวเที่ยง ชมพู่เป็นข้าวเย็นได้ตลอดชีวิต

หลังจากนั้น พอเราเริ่มกลับมาทานปกติ แล้วตอนนั้นเรียนค่อนข้างหนัก ไม่มีเวลาออกกำลังกาย น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้นมาตลอด มาพีคสุดคือตอนปี 6 ต้องไปออกฝึกงานเวียนสถานี เพื่อฝึกพร้อมทำงานเป็นหมอจริงๆ กับสัตว์ทุกชนิด โดยจะต้องมีไปเข้าฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู ฟาร์มวัว ทางฟาร์มก็เลี้ยงข้าวอย่างดี ไปอยู่รวมกันกับเพื่อนก็ทำอาหารทานกันเอง เป็นหม้อต้มมาม่าใส่ชีส หมูสามชั้นทอด สุกี้หมูสามชั้นเยอะๆบ้าง (หัวเราะ) โอ้โห เราก็ทานไม่เลือก จนจบปี 6 มาด้วยน้ำหนักตัว 72-73 กก. พีคมากกกกกกก

โดนทักจนเสียความมั่นใจ

วันงานบายเนียร์ เราก็อยากแต่งตัวสวยๆ อ่ะเนาะ อยากจะโชว์องโชว์เอว กะว่าจะจบละไม่ต้องแคร์ใคร แต่วันนั้นโดนทักเยอะมาก ว่าอ้วนนะ ใส่อะไรมา โชว์พุงทำไม (หัวเราะ) ก็แอบเสียใจ เสียความมั่นใจ เลยมีลูกฮึดแรก รวมกับช่วงนั้นใกล้รับปริญญาค่ะ รับปริญญาทั้งที เราก็อยากมีรูปสวยๆเก็บไว้ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนักค่ะ ตอนแรกกะว่าลงมา 10 กก. เหลือซัก 62 กก.ก็ยังดี

ลดน้ำหนัก 18 กก. ภายใน 7- 8 เดือน

ตอนนั้นใช้ระยะเวลาในการลดประมาณ 2-3 เดือนค่ะ ถึงวันรับปริญญา ลดมาได้ 7 กก. หนัก 65 กก. และหลังจากรับปริญญาก็ลดลงมาเรื่อยๆ จนมาถึง 54-55 กก. ตอนนี้คงน้ำหนักนี้มาปีกว่าแล้วค่ะ

โดยจะใช้วิธีควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายค่ะ เชื่อเถอะว่า 2 อย่างนี้สำคัญและทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างยั่งยืน

การควบคุมอาหาร ตอนนั้นงดของทอด งดน้ำหวาน ลดคาร์โบไฮเดรตลง และเปลี่ยนมาทานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อาหารที่เลือกทานก็จะเป็นพวก อบ นึ่ง ต้ม ลวกแทน เช่น ไปร้านอาหารตามสั่ง สมัยก่อนทานข้าวกะเพราหมูสับไข่เจียว ช่วงนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสุกี้น้ำบ้าง ต้มยำน้ำใส เกาเหลาหมู ข้าวหมูต้ม ไข่ต้ม ผักต้ม แต่เราก็ต้องไม่ขาดไขมันดีด้วยนะคะ เพราะไม่งั้นจะมีปัญหาสุขภาพเช่น ประจำเดือนไม่มาได้ค่ะ เราก็จะเลือกเป็นอโวคาโด อัลมอนด์ แซลมอน

ขนมหวานหรือเบเกอร์รี่ ก็เปลี่ยนเป็นทานผลไม้น้ำตาลน้อยในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น แก้วมังกร ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิ้ล ตระกูลเบอร์รี่แทนค่ะ ช่วยเรื่องการอยากของหวานได้ดีเลยค่ะ สำหรับคนลดใหม่ๆ อาจจะแนะนำให้ลองไปศึกษาและลองคำนวณ BMR กับ TDEE ของเราคร่าวๆ ดูได้นะคะ จะได้รู้จักร่างกายตัวเองได้ดีขึ้น และทำให้การควบคุมอาหารเป็นไปได้ง่ายขึ้น

เรื่องการออกกำลังกาย ในระยะแรกจะใช้การลดไขมันก่อน ด้วยการคาร์ดิโอ เช่น การเดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ต่อยมวย จนลงมาได้ระยะหนึ่ง ก็มาเริ่มออกด้วยการเวทเทรนนิ่งเพื่อกระชับส่วนต่างๆ ค่ะ ระยะแรกเราใช้เป็นบอดี้เวท และมีร่วมกับดัมเบล ไม่ได้ใช้อุปกรณ์อะไรยุ่งยากเลย ทุกคนสามารถทำได้ที่บ้าน ทำตามคลิปในยูทูปได้เลย

ส่วนตัวเราว่าการลดน้ำหนักว่ายากแล้ว การประคองหุ่นและน้ำหนักที่เราพอใจไว้เป็นเรื่องที่ยากกว่า ดังนั้นการปรับเอาวิธีการลดต่างๆมาเข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรา เพื่อให้วิธีการลดเป็นไปอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องของจิตใจของเราและวินัย 2 อย่างนี้เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ

เวลาน้อยก็ออกกำลังกายได้

ตารางออกกำลังกายตอนนี้พยายามจะให้ได้ประมาณ 3-5 วันต่อสัปดาห์ค่ะ โดยสลับๆคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งกันไป อาจจะคาร์ดิโอประมาณ 2 วัน เวทเทรนนิ่ง 3 วัน โดยอาจจะเวียนไปวันละส่วน หรือเล่นทุกส่วนเลยถ้ามีเวลา หรือบางวันก็เวทต่อคาร์ดิโอก็มีค่ะ แต่ด้วยทั้งการเรียนโทควบกับการทำงาน ทำให้อาจจะเวลาออกกำลังน้อยหน่อย แต่เราเชื่อว่าถ้ามีวินัยมากพอ ไม่มีคำว่าไม่มีเวลาหรอกค่ะ

สมัยก่อน ตอนทำงานเฉพาะทางม้า มีม้าป่วยฉุกเฉินมา ต้องเฝ้าม้ากันตั้งแต่เที่ยงวัน ยันเช้าของอีกวัน แต่ระหว่างนั้นเราก็มีการเล่นบอดี้เวทกับเก้าอี้ เอา text book มาเป็นดัมเบลได้ หรือปัจจุบันนี้ บางวันเราต้องไปทำงานตั้งแต่ 07.45 น. มีเรียนต่อจนถึง 19.00 แต่ว่าเราก็สามารถกลับมาบอดี้เวทง่ายๆที่บ้าน ใช้เวลา 30 นาทีได้ค่ะ หรือตื่นตั้งแต่เช้ามาออกกำลังกายก็ได้ ขอแค่มีวินัย และสู้กับใจตัวเองได้มากพอค่ะ

สนุกกับการกินอาหารคลีน

ชีวิตเราค่อนข้างยุ่งและเร่งรีบ ทำให้อาหารคลีนส่วนใหญ่เราจะทำเมนูง่ายๆ จากไมโครเวฟ เช่น ไข่มัฟฟิ่นไส้ไก่หยอง ไข่ดาวน้ำ ไข่ดาวไมโครเวฟ ข้าวผัดไมโครเวฟ ง่ายมาก มีบอกสูตรอยู่ในไอจีเราด้วย หรืออีกวิธีคือซื้อแล้วเอามาใส่ผักเพิ่มเอาเอง ตามหลักเลยค่ะ ผัก 2 คาร์บ 1 โปรตีน 1-2 ค่ะ

ปัจจุบันนี้เราว่าอาหารคลีนหาทานได้ง่ายนะคะ จะตามร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือ ร้านขายอาหารสุขภาพหลายที่ เน้นอาหารที่ไม่ได้แปรรูปเยอะ จะบอกว่าอาหารคลีนสมัยนี้ก็ไม่จืดชืด ไม่ทานฝืดคอหรือมีแต่ผักอย่างที่หลายคนคิดนะคะ

คือเราก็ไม่ได้ทานแต่อกไก่ไข่ต้มตลอดทุกวัน ทุกวันนี้อาหารคลีนแซ่บๆนัวๆเด็ดๆอร่อยๆ มีเยอะมากเลยค่ะ สำหรับคนทำอาหารก็มีเครื่องปรุงรสแบบโซเดียมต่ำ น้ำตาลต่ำ หรือใช้น้ำตาลหญ้าหวาน ทำให้มีทางเลือกให้เราเลือกทานแบบดีต่อสุขภาพได้มากมายเลยค่ะ

และด้วยความที่เรายังชอบทานขนม จะเห็นได้ว่าไอจี ginginhealthywmd ของเรานี่ดูเหมือนขนมของหวานเยอะมาก แต่เราค่อนข้างเลือกทานขนมที่มีแต่ของดีๆนะคะ เช่น ถ้าทำเอง วัตถุดิบหลักก็จาก กล้วย ฟักทอง มันม่วง ข้าวโอ๊ต นมอัลมอนด์ โดยเอาสูตรมาจากพี่น้องเพื่อนในไอจี ที่แบ่งปันสูตรมา จาก pinterest และ google เลยค่ะ ส่วนถ้าเป็นขนมที่ซื้อ จะชอบเลือกขนมที่ทำจากวัตถุดิบตามธรรมชาติ ไม่มีแป้งขัดสี ไม่มีน้ำตาลขัดสี ไม่มี transfat ค่ะ

แต่เตือนไว้ก่อนนะคะว่าขนมต่อให้เป็นขนมคลีน แต่ทานมากก็อ้วนได้ เพราะฉะนั้น balance การทานให้ดีในแต่ละวันค่ะ ถ้าเช้าทานคาร์โบไฮเดรตเยอะมากแล้ว กลางวันกับเย็นอาจจะลดคาร์บลงเล็กน้อย และไปเพิ่มผักเพิ่มโปรตีน โดยพยายามทานให้ได้ 5 หมู่ในแต่ละมื้อค่ะ

ส่งกำลังใจให้คนที่กำลังลดน้ำหนัก

สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักทุกคนนะคะ คุมอาหารและออกกำลังกายสำคัญมาก ที่จะทำให้สุขภาพดีและให้หุ่นที่เราพอใจอยู่อย่างยั่งยืน อยากให้ทุกคนโฟกัสที่สัดส่วนมากกว่าน้ำหนักนะคะ หาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง เอาชนะใจตัวเอง เราขอให้กำลังใจอันโตๆเลยค่ะ เรารู้ว่ามันยากมาก รู้ว่ามีบางช่วงที่ท้อมากๆ เราเข้าใจเลย แต่เราไม่อยากให้ไปตึงเครียดกับการลดมาก อย่าไปใช้สูตรลัด วิธีเร่งรัด ทานน้อยจนเกินไป จนทำร้ายร่างกายตัวเองนะคะ

่างกายเรามีร่างกายเดียว ให้เวลา มีวินัย และ ดูแลร่างกายตัวเองด้วยการทานแต่พอดี ทานแต่สิ่งดีดีเข้าไปดีกว่า เราเชื่อว่าวันหนึ่งร่างกายจะให้ผลตอบแทนเรา สุขภาพร่างกายเราจะดีและจะได้อยู่กับหุ่นแบบนี้ไปในระยะยาวด้วยค่ะ สู้ๆนะคะ

ขอบคุณผู้หญิงสร้างแรงบันดาลใจ มายดี้-ณิชมน รักประกอบกิจ
ปริญญาตรี-คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานเป็นหมอเฉพาะทางม้า 1 ปี
ปัจจุบัน กำลังศึกษาปริญญาโท คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

IG : ginginhealthywmd

บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ MThai.com เท่านั้น


Cook or Die! ซุปครีมคีโต

Full Body Workout 8นาที เปลี่ยนเนื้อย้วยให้เฟิร์มทั่วร่าง