เคล็ดลับความงาม เคล็ดลับความสวยง่ายๆ เคล้ดลับความสวย

สูตรโกงสวย! 24 เคล็ดลับความงาม หาง่าย ทำได้เอง มันเวิร์กมากนะซิส

Home / Beauty Tip & Trick / สูตรโกงสวย! 24 เคล็ดลับความงาม หาง่าย ทำได้เอง มันเวิร์กมากนะซิส

ผู้คนจากทั่วโลกมักยอมที่จะเสียเงินจำนวนมาก เพื่อทำให้ตัวเองดูสวยงามให้เร็วและมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่คนเหล่านี้มักจะลืม ก็คือ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หาได้ในบ้าน หรือเพียงแค่เคล็ดลับบางอย่างก็ทำให้คุณดูดีขึ้นได้แล้ว เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับและเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสวย และมั่นใจได้โดยไม่ต้องเสียทรัพย์จนหมดตัว มาแชร์กัน

3 เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง กับ เคล็ดลับความงาม ความสุข และความสำเร็จในชีวิต

1. ผมหนา มีน้ำหนัก

เคล็ดลับความงาม

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เพิ่มเกลือทะเล 3 ใน 2 ของแชมพู ผสมให้เข้ากันและใช้สครับ เพื่อสระผม ซึ่งการเพิ่มเกลือทะเลเข้ากับแชมพูจะช่วยให้เส้นผมของคุณนุ่มขึ้นและทำให้ผิวดูสดใสและมีสุขภาพดี

2. เป่าผมแบบคว่ำลง

เคล็ดลับความงาม

หลายคนชอบเป่าผมแบบขอไปที ขอให้แห้งเป็นพอ แต่งวิธีที่ถูกต้องคือ ต้องก้มหัวลงแล้วปัดผมที่อยู่ด้านหลังมาด้านหน้าจากนั้นให้นำผ้าขนหนูคลุมผมไว้ แล้วม้วนปลายให้จนสุดแล้วตวัดกลับขึ้นมาเหมือนกับผ้าโพกหัว ทำแบบนี้จะเป็นการซับน้ำที่อยู่บนเส้นผมทำให้ผมแห้งมากขึ้น จากนั้นค่อยใช้ไดร์เป่าผมให้ผมแห้งสนิทอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดเวลาการเป่าผมให้สั้นลง ผมจะได้ไม่เสียเพราะโดนความร้อน

3. ใช้แป้งกลบผมมัน

หากวันไหนตื่นสาย แล้วรีบสุดๆ จนไม่มีเวลาสระผมล่ะก็ แป้งเด็กนี่แหละคือตัวช่วยที่ดีที่สุด เพียงแค่นำมาตบเบาๆ บริเวณผมที่มัน เนื้อแป้งจะช่วยดูดซับความมันบนหนังศีรษะ จนพอจะหลอกตาว่าหัวไม่มันได้นะ แต่ระวังอย่าเทแป้งทีละเยอะๆ นะ ค่อยๆ ใช้ทีละน้อยๆ ก็พอเดี๋ยวจะขาวโพลนไปทั้งหัวได้จ้า

4. เครื่องกระจายผม DIY

ถ้าคุณไม่มีสิ่งที่แนบมากับเครื่องเป่าผม ให้ใช้กระชอนเพื่อช่วยกระจายผมหยิกให้เป็นลอนสวย

5. ใช้ถุงพลาสติกคลุมตอนหมักผม

ล้างเส้นผมและเช็ดด้วยผ้าให้สะอาด ลงครีมนวดหรือทรีทเมนต์แล้วเก็บผมเข้าไปในถุงพลาสติกดังภาพ ทิ้งไว้นาน 30 นาที แล้วค่อยล้างออกและเช้ดให้แห้ง

6. คืนชีพอายไลเนอร์

ลองเช็กดูก่อนว่าพู่กันหรือที่เขียนอายไลเนอร์ยังใช้ได้อยู่มั้ย ถ้ายังใช้ได้ก็เอาขวดอายไลเนอร์ไปแช่ในน้ำร้อนเอาไว้ก่อนสัก 30 วินาที จากนั้นก็ลองเขย่าขวดจนรู้สึกว่าอายไลเนอร์เริ่มละลาย ก็เติมน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ลงไปสัก 4 – 5 หยด เขย่าอีกครั้ง แค่นี้อายไลเนอร์ที่แห้งติดขวด ก็จะสามารถนำกลับมาใช้ได้แล้วจ้า

7. ลดถุงใต้ตา

ถ้าอยากปลุกความสดชื่นให้ตัวเอง ก็ขอแนะนำให้นำอายครีมไปแช่ตู้เย็นเถอะ เพราะเวลาเช้าๆ ตื่นมางัวเงียๆ เจอสกินแคร์เย็นชื่นใจเข้าไปรับรองว่าตื่นตัวแน่นอน แถมความเย็นในอายครีมยังช่วยลดอาการบวมที่ถุงใต้ตาได้ด้วยนะจ๊ะ

8. สครับจากวัตถุดิบธรรมชาติ

ผสมกาแฟและน้ำมันมะพร้าวในอัตราส่วน 1 : 1 แล้วนำมาสครับใบหน้าอย่างเบามือ ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและมาครีมบำรุง นอกจากตัวสครับนี้ยังอาจใช้ขัดผิวร่างกายก็ได้เหมือนกันนะ

9. ปรับโทนผิวหน้าให้สว่างขึ้น

ถ้าคุณเกิดซื้อรองพื้นมาผิดเบอร์และมันเข้มเกินไปสำหรับผิวหน้าของคุณอย่างมาก ลองใช้ครีมบำรุงผิวหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ทาทับลงไปก็ช่วยให้ใบหน้าสว่างใสขึ้นได้ง่ายๆ

10. DIY กำจัดสิวหัวดำ

ผสมผงอบเชย 1 ช้อนชา กับน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ ขนให้เข้ากันแล้วนำมาสครับใบหน้า โดยใช้นิ้วมือนวดไปเบาๆ ลงบนผิวแห้งและบริเวณที่เป็นสิวหัวดำ ถูเป็นวงกลมประมาณ 5 นาที (หรืออาจจะปล่อยไว้ทิ้งข้ามคืนก็ได้) และจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทาครีมบำรุงปิดท้าย

11. ใช้ก้อนน้ำแข็งก่อนแต่งหน้า

ใช้ก้อนน้ำแข็งถูบนใบหน้าของคุณก่อนที่จะแต่งหน้า ซึ่งมันจะช่วยปิดรูขุมขนและลดความแดงของผิว นอกจากนี้ยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน นอกจากนี้ การถูก้อนน้ำแข็งบนใบหน้ายังสามารถยับยั้งริ้วรอย และริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย

12. ตากแปรงแต่งหน้า

ถ้าคุณไม่มีแปรงพัดลม ก็ใช้กิ๊บดำหนีบที่ขนแปรงให้แผ่ดังรูปก็ช่วยให้แปรงแห้งเร็วขึ้น

13. ล้างแปรงแต่งหน้า ด้วยกาว

สร้างกระดานพลาสติกของคุณเองขึ้นมา แล้วใช้ปืนกาวละเลงให้ทั่วนำแปรงลงไปล้าง แค่นี้ก็คราบสี คราบแป้งที่ถูกสะสมมาได้แล้ว

14. ใช้แชมพูเด็กทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

แทนที่จะซื้อน้ำยาทำความสะอาดแปรงที่มีราคาแพงสุดๆ เพียงแค่ใช้แชมพูเด็กและแปรงทำความสะอาดแปรงแค่นี้ก็ได้ผลสัพธ์ที่เวิร์กมากๆ แล้ว

15. ใช้ยาสีฟันในการรักษาสิว

เลือกยาสีฟันที่เป็นสีขาวล้วนเท่านั้น ยิ่งเป็นแบบมีส่วนผสม fluoride น้อยๆ และเป็นสูตรธรรมชาติยิ่งดี หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ให้เราบีบยาสีฟันเล็กน้อยบนนิ้วชี้ และป้ายยาสีฟันบางๆ บนสิวโดยตรง พยายามอย่าให้ยาสีฟันเลอะบริเวณผิวหน้าที่ไม่เป็นสิว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่น และเช็ดหน้าให้แห้ง

16. แปรงริมฝีปากหลังจากการแปรงฟัน

ค่อยๆ ใช้แปรงสีฟันถูที่ริมฝีปากอย่างเบามือ จะช่วยขัดผิวที่ตายแล้วและทำให้ริมฝีปากของคุณนุ่มนวลขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่ริมฝีปากของคุณอีกด้วย

17. ทาลิปสติกให้นานขึ้น เคลือบด้วยแป้งฝุ่น

หลังจากทาลิปเสร็จก็คือการเซ็ตให้สีอยู่ทนนานตลอดทั้งวัน ด้วยการเม้มปากเบาๆ ด้วยการใช้กระดาษทิชชู่สัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้ดูดซับความมันของสีที่เป็นตัวทำให้สีไม่ติดทน ก่อนที่จะทาปากอีกชั้นหนึ่ง และตบท้ายด้วยการใช้แป้งฝุ่นชนิดบางเบาเซ็ตเหมือนการเซ็ตหน้าหลังจากใช้รองพื้นนั่นเองค่ะ

18. ซ่อมลิปสติกหัก

นำลิปสติกที่หักครึ่งมาลนด้วยไฟแช็กให้ละลายเล็กน้อย แล้วนำส่วนที่หักมาต่อให้ติดกัน จากนั้นหมุนลิปสติกลงแล้วปิดฝา นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น 45 นาที ก็เอาออกมาใช้ได้เหมือนเดิมแล้วล่ะ

19. เล็บแข็งแรงขึ้นและมีสุขภาพดี

หากคุณมีปัญหาเรื่องเล็บเปราะบางและอ่อนแอ เรามีวิธีการรักษาแบบโฮมเมดที่ยอดเยี่ยมมาแนะนำ คือ การนวดด้วยน้ำมันมะพร้าวลงบนหนังกำพร้าและเล็บของคุณ จะเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเล็บของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้เล็บแข็งแรงไม่หลุดลอก

20. ลบคราบยาทาเล็บออก


ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับเบคกิ้งโซดาในน้ำอุ่น จุ่มเล็บของคุณทิ้งไว้เป็นเวลา 5 นาที สารเคมีจะขจัดคราบสกปรกที่ตกค้างจากยาทาเล็บให้เล็บกลับมาสวยงามพร้อมลงสีใหม่สวยๆ

21. ใช้สเปรย์ทำอาหารเพื่อให้ยาทาเล็บแห้งเร็วขึ้น

ฉีดสเปรย์น้ำมันสำหรับทำอาหารลงบนเล็บที่ทาแล้วใกล้จะแห้ง ช่วยให้เล็บได้รับการรปกป้องอีกชั้นหนึ่ง และทำให้แห้งเร็วขึ้นอีกด้วยนะ ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก อย่างไรก็ตามคุณยังสามารถหาสเปรย์อื่นๆ ที่สามารถหาได้ในห้องครัวของคุณซึ่งสามารถให้ผลเหมือนกันเช่นสเปรย์น้ำมันก็ได้

22. รักษาส้นเท้าแตก

เยียวยาส้นเท้าที่แตก ด้วยการสวมถุงเท้าตอนนอน ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือ vaseline ทาบริเวณส้นเท้าที่แตก จากนั้นใส่ถุงเท้าอุ่นๆ หนาๆ ก่อนเข้านอน แค่นี้ตื่นขึ้นมาเท้าก็นุ่มขึ้นแล้ว

23. รักษาเล็บเท้า

เคล็ดลับความงาม

ใช้เม็ดยา Alka-Seltzer ที่ประกอบด้วยกรดซิตริกและเบคกิ้งโซดา ใส่ลงไปในน้ำอุ่นและแช่เท้าทิ้งไว้ สารเคมีจะทำปฏิกิริยากับน้ำและช่วยให้ผิวเท้าของคุณนุ่มขึ้น

24. วิธีการฉีดน้ำหอมที่ถูกต้อง

เคล็ดลับความงาม

เราไม่จำเป็นต้องพ่นน้ำหอมไปทั่วร่างกายของ แต่ให้ฉีดตรงจุดชีพจรต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อมือ, ข้อพับแขน, ข้อพับขา หรือบริเวณซอกคอใต้ใบหู ก็เพราะความอุ่นจากการหมุนเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง บวกกับอัตราการเต้นของชีพจร จะเป็นตัวช่วยดูดซับความหอมไว้ใต้ผิวหนัง ทำให้กลิ่นของน้ำหอมฟุ้งกระจายได้ดีมากกว่าการทาบริเวณอื่น และติดทนนานอีกด้วย

ที่มา brightside.me

ขออนุญาตใช้เนื้อหา