When I’m on Diet !!!

Home / health / When I’m on Diet !!!


WhenI’m on Diet !!!



าวๆ ที่เพิ่งจะเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เริ่มก้าวเข้าสู่สังคม แต่ว่าเวลาว่างก็ไม่ค่อยจะมี วันๆ เอาแต่ลุกๆนั่งๆอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พอพักเที่ยงก็คือเวลาสุดโปรดที่จะได้กินๆๆๆๆๆๆ และกิน ยิ่งอยู่ในแหล่งชุมนุมของออฟฟิศก็จะยิ่งกินๆๆๆๆและกิน เพราะมีแต่ของอร่อยๆมากมายให้ซื้อทานมื้อเที่ยง ซื้อติดมือขึ้นไปทานที่โต๊ะยามบ่าย และซื้อกลับไปหม่ำที่บ้าน ความอ้วน บวมอืดจึงมาเยือนและสิงสถิตโดยไม่รู้ตัว ลองมาปรับวิธีการทานอาหารเพื่อการไดเอ็ทสูตรที่เราจะลองนำเสนอต่อไปนี้ดูนะคะ




สิ่งสำคัญก็คือการรับประทานให้ครบทั้ง 3 มื้อ ไม่ควรอดมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะหยุดชะงักไปด้วย


เช้า


นม :
ควรให้ความสำคัญกับมื้อเช้า ถ้าไม่มีเวลารับประทานอาหารหนัก ให้เลี่ยงไปรับประทานอาหารจำพวกนมแทน (ถ้าเป็นนมพร่องมันเนยได้จะดีมาก) หรือโยเกิร์ตพลังงานต่ำรับประทานร่วมกับผลไม้

ธัญพืช : ขนมปังธัญพืชเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับมื้อเช้า เพราะธัญพืชมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดเซลล์แปลกปลอมในร่างกาย และป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่




กลางวัน
: รับประทานอาหารกลางวันตามปกติ แต่ควรคำนึงถึง ปริมาณแคลอรี่ในอาหารแต่ละชนิดด้วย เช่น หากรับประทานก๋วยเตี๋ยว ก็ควรเลือกเส้นประเภทที่มีแคลอรี่น้อยกว่า จากตารางแสดงปริมาณแคลอรี่ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก (สุก)100 กรัม มีปริมาณแคลอรี่ 88 แคลอรี่ ในขณะที่บะหมี่(สุก)100 กรัม มีปริมาณแคลอรี่ถึง 108 แคลอรี่





เย็น
: แนะนำให้รับประทานอาหารเย็นตามปกติ แต่รับประทานเพียงครึ่งเดียว และถ้าเป็นไปได้ควรรับประทานสลัดควบคู่ไปกับมื้ออาหารด้วย ระวังเรื่อง dressing ควรเลือกน้ำสลัดแคลอรี่ต่ำ คุณสามารถเปรียบเทียบปริมาณพลังงานในน้ำสลัดชนิดต่างๆ จากตารางแคลอรี่ หรืออ่านฉลากด้านหลังขวดก็ได้ เช่น น้ำสลัดอิตาเลี่ยน 1 ช้อนชา มีพลังงานประมาณ 43 แคลอรี่ ในขณะที่แบบไร้ไขมันจะมีพลังงานแค่ 7 แคลอรี่ เฟรนช์ 1 ช้อนชามี 56 แคลอรี่ เฟรนช์แบบไร้ไขมัน 1 ช้อนชามี 37 แคลอรี่ ส่วนน้ำส้มบัลซามิคจะมี 15 แคลอรี่ต่อหนึ่งช้อนชา





Tips of The Day :
ในกรณีสำหรับคนที่ดื่มนมแล้วท้องเสีย เป็นเพราะไม่ได้ดื่มนมมานาน ร่างกายจึงขาดน้ำย่อยแลคเตส แนะนำให้ดื่มนมหลังอาหารเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือน ร่างกายจะผลิตแลคเตสออกมาตามปกติ ต่อไปก็ดื่มนมตอนเช้าได้แล้วค่ะ