ลดความอ้วน ลดความอ้วน 20 โล ลดน้ำหนัก สูตรลดความอ้วน 20 สูตรลดความอ้วน 20 กก. สูตรลดความอ้วน 20 โล ออกกำลังกาย

สูตรลดความอ้วน เปลี่ยนผู้หญิงโครงใหญ่ สูง 175 ให้เป็นหุ่นเฟิร์มกระชับ

Home / health / สูตรลดความอ้วน เปลี่ยนผู้หญิงโครงใหญ่ สูง 175 ให้เป็นหุ่นเฟิร์มกระชับ

โหม่ย อรพิชา มหาสินธุนันท์ เป็นผู้หญิงตัวสูง 175 ซม. เคยพาตัวเองไปจุดที่อ้วนที่สุดคือ 81 กก. เมื่อผสมกับส่วนสูงจึงทำให้กลายเป็นผู้หญิงตัวใหญ่ไปโดยปริยาย ผ่านการลองผิดลองถูกเรื่องการออกกำลังกายมาก็เยอะ น้ำหนักน้อยสุดอยู่ที่ 61 กก. แต่รู้สึกว่าแค่ผอมบางไม่แข็งแรง เลยปลี่ยนวิธีให้เข้ากับตัวเอง เพื่อให้รูปร่างที่ดีนั้นอยู่กับเราตลอดไป ปัจจุบันโหม่ยหนัก 65 กก. แต่กลับรู้สึกแข็งแรงกว่าช่วงที่ผอมซะอีก อะไรเป็นจุดเปลี่ยนของเธอ เรามาอ่านเรื่องราวกันค่ะ

Chapter 1 ตุ้ยนุ้ยตั้งแต่เด็ก

เกริ่นก่อนเลยว่าเกิดมาก็อ้วนแล้ว ลูกสาวคนเดียว พ่อแม่ อาม่า ญาติ อัดให้กินทุกอย่าง ตัวจ้ำม้ำตั้งแต่แต่เด็ก ตอน ป.1 หนัก 39 กก. แล้วเป็นเด็กที่สูง โครงสร้างใหญ่ กระดูกก็ใหญ่ด้วย

Chapter 2 ผอมลงเมื่อโตขึ้น

ตัวสูง 172 ซม. ตั้งแต่ ป.6 และแตะ 175 ซม.ตอน ม.2-3 น้ำหนักราวๆ 70 กก.มาตลอด กินตามประสาเด็กเลย อยู่กับคำว่า “ตัวใหญ่” “เด็กยักษ์” มาตลอด โดนคนว่าเยอะมากในช่วงวัยนี้ ทำให้เป็นคนไม่มั่นใจเลย เดี๋ยวนี้ได้ยินใครเรียกน้องตัวใหญ่ๆอ้วนๆว่ายักษ์ โมโหแทน มันขำไม่ออกนะ ไปสร้างปมให้เด็ก แต่ก็มองในอีกมุมว่าเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ดีค่ะ

ม.5 คือจุดพีคที่สุด น้ำหนักทะยานแตะ 81 กก. และไม่ลงอีกเลย จนเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 เริ่มเจอผู้ชายก็เลยกินน้อยลง หน้าตอนปี 1 คือยังจ้ำม้ำ น้ำหนักน่าจะประมาณ 77-78 กก. ปี2 เริ่มลงหน่อย เหลือ 75-76 กก. มันก็ขึ้นๆลงๆ โดนเพื่อนล้อบ้างประปราย คือด้วยความที่อวบด้วยมันเลยดูเจ๊ๆ หน่อย จนถึงจุดเปลี่ยนตอนปี 3 ขึ้นปี4 ช่วงน้ำท่วม คือกินอะไรไม่ได้โดยไร้สาเหตุจริงๆ เครียดหรืออะไรไม่แน่ใจ น้ำหนักลงไป 10 กว่าโล เหลือ 65-67 กก. แล้วค่อยๆ ทะยานลงมาเรื่อยๆ จนเริ่มทำงาน แต่รู้สึกว่าไม่ healthy เลยเพราะไม่ค่อยกิน กินแล้วอาเจียนๆ ตัวเลยย้อยๆ ไม่กระชับ ไม่เฟิร์ม

Chapter 3 กำลังจะกลับไปอ้วนอีกครั้ง

ช่วงทำงาน อายุ 23-26 น้ำหนัก 61-65 กก. ตลอด ไม่ออกกำลังกายเลย กินจุกจิกทั้งวัน จนมาช่วงปี 2016 เริ่มออกกำลังกาย แต่ไม่มีความรู้เลยอะไรคือ Cardio (พวกวิ่ง พวกปั่นจักรยาน หรืออะไรที่กระตุ้น heart rate ) อะไรคือ Strength (พวกเล่นเวท) เต้น Zumba อย่างเดียว รัวๆๆๆๆๆ เอ๊ะทำไมไม่ผอม ทำไมไม่เฟิร์ม เลยลองจ้างเทรนเนอร์อาทิตย์ละครั้ง ต่อ Body Pump ก็ดีขึ้น ผอมเลย เปรี้ยะๆ แต่การกินไม่ดีนะ กินทุกอย่าง ตอนหนัก 61-62 คือช่วงที่รู้สึกสะพรั่งที่สุดในชีวิตแล้ว (หัวเราะ)

จนมาปี 2017 จุดแตกหัก! กินเยอะมาก ใส่เสื้อผ้าไม่สวยละ ไม่มั่นใจ ออกกำลังไปสิ ทำไมยิ่งออกยิ่งอ้วน แถมด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้การเผาผลาญแย่ลง ก็กินเข้าไป เที่ยวต่างจังหวัด กินเหล้า กินนู่นนี่ ระบบเละมาก จนน้ำหนักไปแตะ 67.5-68 คือกังวลมาก ว่าจะไปแตะ 70 กก. คือโหม่ยไม่อยากกลับไปหนักมากๆ อีกแล้ว เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะ ต้องทำอะไรซักอย่างละ!

Chapter 4 จุดเปลี่ยนที่ยั่งยืน

1. เริ่มจากศึกษาการกิน ลองกินคลีน Nutrition เน้นโปรตีน กินผักเยอะขึ้น มีวินัยในการกิน ลดปริมาณแป้ง เวลาดู Nutrition Fact ก็จะไม่ดูแค่แคลลอรี่อย่างเดียว จะดูไปถึง Carb / Protein / Fat ด้วย

2. จัดตารางออกกำลัง ตั้ง Objective เลยนะ เช่น ตอนนี้ Fat เยอะ Cardio ออกก่อน แล้วก็จัด Strength ให้มีกล้ามเนื้อมากขึ้น มันจะทำให้เราถึงเป้าหมายเร็วขึ้นจริงๆ ดีกว่าการออกอย่างบ้าคลั่งแต่ไม่รู้ว่าการทำไปทั้งหมดจะไปจบที่อะไร ทุกวันนี้ Cycling วีคละ 3 ครั้ง ครั้งละ 40 นาที แล้วเล่น Strength & HIIT (High Intensity Interval Training) วีคละ 4-5 วัน เพื่อ Balance ระหว่าง Cardio &Strength ถามว่าบ้าคลั่งไหม? ก็บ้าคลั่ง แต่เรารู้ว่าอยากได้อะไร ตอนนี้ Workout Plan ของโหม่ย โดยปกติคือ Cardio 70% weight 30% ค่ะ

3. เลิกสนใจน้ำหนัก! น้ำหนักจริงๆ ก็สำคัญ แต่ที่สำคัญคือส่วนประกอบในน้ำหนักมากกว่า ดูมวลกล้ามเนื้อ ดูไขมัน ไม่ให้ดีดเกินไป

เมนูอาหารคลีน

4. มีวินัย ทั้งการกินและการออกกำลังกาย ที่ผ่านมาพยายามให้วันนึงแคลวิ่งอยู่ประมาณ 1,300-1,400 แคล แต่! ไม่ได้วัดเป๊ะๆ กะๆเอา คือไม่เครียดขนาดนั้น เอาคร่าวๆ คือเราต้องใช้ชีวิตนึกออกไหม เดี๋ยวมันจะเป็นพลังงานไม่ดีกับคนรอบข้าง คนอื่นจะรำคาญ เวลาซื้ออาหารคลีนก็จะมีฉลากบอกอยู่ละ ก็บวกๆเอา อันไหนไม่มีก็กะๆ ไป ส่วนเรื่องขนมก็เลือกกิน ขนมคลีนก็มีเป็นทางเลือก แต่กินเยอะก็อ้วนนะ ปริมาณคือสิ่งสำคัญ! กินอะไรมากไปก็อ้วนทั้งนั้น ดังนั้นต้องคอย Monitor ตัวเอง

5. Be Happy คือเอาจริงๆ กินคลีนโหม่ยก็แฮปปี้นะ แต่บางทีก็อยากกินนู่นนี่บ้างเลยจัดตาราง และบอกตัวเองว่า You are 70% Healthy Eater & 30% Happy Eater! พุงต้องแฮปปี้ วันไหนกินเยอะก็เบิร์นเยอะ ต้องมีวินัย เท่านี้เลยอันนี้สำคัญ ต้องมี cheat meal เรากินบิงซูกินเละเทะเหมือนกัน อยากกินก็กินค่ะ คือกินได้ แต่ดูปริมาณนะคะ อย่าเครียดมากเกิน อย่า pressure เอาตัวเองมีความสุข ตั้งเป้าหมายไว้เพื่อให้เราแพลนได้ว่าต้องทำไร แต่สุดท้าย เราต้องแฮปปี้ สุขภาพจิตต้องดีเนอะ

ผลลัพธ์ 2 เดือน ที่ตั้งใจทำมากๆ
1. ลด Fat (ไขมัน) ไป 4 กก.
2. ได้ Muscle (กล้ามเนื้อ) มา 3 กก.

ตอนนี้แฮปปี้กับตัวเองมาก กินดี ออกกำลัง ตัวไม่ได้บางเลยนะ แต่เฟิร์ม แล้วรู้สึกแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก ไปตรวจสุขภาพ ผลออกมาดีจนหมอถามว่า เป็นนักกีฬาหรือเปล่า ไขมันดีมีมากกว่าไขมันเลวมาก ทุกอย่างดีหมด กล้ามเนื้อถึงจุดที่เราแฮปปี้ จากเวลาที่วัดผลออกมาคือ Muscle = Under / Fat = Over ตอนนี้ไม่มีแล้ว โหม่ย Happy มาก

ติดตามเคล็ดลับเพิ่มเติมได้ที่ thisismoibymai