หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา

Home / Celeb Style / หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา

หนูแหม่ม สุริวิภา สลัด กิน


Icon of Fame


       หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา พิธีกรหญิงมากความสามารถที่กำลังขึ้นหม้อ บินเดี่ยวจนมีรายการชื่อ ” สุริวิภา ” บ่งบอกถึงความเป็น Icon ของเธอ ได้เป็นอย่างดี จนมีใครหลายๆ คนเอ่ยปากว่า เธอคือ ” โอปราห์ วินฟรีย์ ” ของเมืองไทย…

การแต่งตัวของหนูแหม่มในฐานะที่ได้รับรางวัล Zen women Stylish 2007 
    ” จริงๆ รางวัลนี้พี่ต้องขอบคุณมากๆเลย วันนั้นพี่ไม่ได้ไปด้วย จริงๆ เซนคงวัดจากรายการทีวีที่เห็นเป็นส่วนใหญ่  แต่ตัวพี่หนูแหม่ม จริงๆ แล้วเป็นคนที่แต่งตัวสบายมาก ไม่ได้เต็มสตรีมเหมือนที่เห็นในทีวี แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ แต่เวลาที่เราต้องการสบายๆ เราก็จะแต่งตัวธรรมดา แต่คนจะไม่เห็นเท่านั้นเอง เวลาที่เราอยู่บ้าน ก็รู้สึกดีกับรางวัลนี้นะคะ เพราะอย่างน้อยคนอ้วนหลายๆ คน พอเห็นหนูแหม่มแต่งตัวแล้วอาจจะรู้สึกมั่นใจในตัวเอง อยากจะแต่งตัวมากขึ้นก็ได้

กับการทำงานร่วมกับเจ๊จ่า กลัวโดนไฟแดงบ้างไหมคะ ?
   ” คงไม่ได้กลัวค่ะ แต่เราก็จะมองๆ กันเหมือนกัน อย่างเจ๊จ่าก็จะมองๆ แต่โดยส่วนมากเวลาหนูแหม่มไปทำงานหนูแหม่มจะเยินมาก คือแต่งตัวออกจากบ้านแล้วก็ไปถึงสตูดิโอโดยที่ไม่ได้ผ่านอะไรเลย หนูแหม่มจะเยิน หัวจะฟู เจ๊จ่าก็จะคอยให้ไฟแดงตอนที่ไปถึงนั้นแหละ มีเวลาเดียวที่เจ๊จ่าจะให้ไฟได้ “

แหม่ม สุริวิภา คำแนะนำเรื่องการแต่งตัวจากเจ๊จ่า
     ” จริงๆ แล้วคนที่เป็นเจ๊จ่า เค้าเป็นคนทำคอสตูมให้รายการศึก 12 ราศีนะคะ เพราะฉะนั้นคำแนะนำก็จะเป็นเรื่องของการอัพเดทข้อมูลกันมากกว่า “

รู้สึกยังไงบ้างคะเมื่อ คุณบ๊อบบี้เป็น หนึ่งในหนุ่ม Men’s Health
     ” รู้สึกสนับสนุน บ๊อบบี้นะคะ เพราะเค้าอยากจะมีสุขภาพร่างกายที่ดี เค้าก็เลยจะใช้ตรงนี้เป็นจุดฉนวนความตั้งใจของเค้า ลำพังที่เราคิดพยายามจะทำกันขึ้นมา ตลอดระยะเวลาของชีวิตการแต่งงานกันมา 10 ปี บ๊อบบี้ เรา healthy healthy เราลดความอ้วนกันนะ ก็ไม่ได้โอกาสซักที พอดี บ๊อบบี้ได้มาร่วมโครงการนี้กับหนังสือ  Men’s Health เลยทำให้เค้ามี Point ในการที่จะเดินไปสู่ในสิ่งที่เค้าตั้งใจ เราเองก็ต้องเป็นคนที่คอยสนับสนุนให้ “

จุดมุ่งหมายร่วมกัน ในเรื่องสุขภาพ ?
      ” ตลอดเวลา แล้วก็ไม่รอด ขนาดเมื่อคืนยังเดินลงมาแล้วก็กินมันฝรั่ง ดิชั้นเดินลงมาหน้าตาเฉยแล้วก็กินมันฝรั่งเสร็จ 1 ห่อแล้วก็เดินขึ้นไป พร้อมกับความรู้สึกเสียใจที่ตัวเองทำอะไรลงไป แล้วก็บอกบ๊อบบี้ “บ๊อบบี้ชั้นกินมันฝรั่งลงไปแล้ว”  บ๊อบบี้ก็   “Oh my God!”  “

ข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่ของหนูแหม่ม
       ” อย่าคิดเยอะ ถ้ามีข้อคิดเยอะมันจะอยู่กันไม่ยืด  เพราะฉะนั้นพี่ไม่มีข้อคิดอะไร คือ ไม่คิดเยอะ แค่อยู่เป็นเพื่อน เป็นคนช่วยคิด ช่วยคุย คอยสนับสนุนในสิ่งที่เราทำ คัดค้านในบางอย่างที่ดูไม่เข้าท่า ถ้าคิดเยอะ ๆ หลายซับหลายซ้อนนะ แล้วจะงง “

กับฉายา “โอปราห์ วินฟรีย์” ของเมืองไทย  ?
        “ถ้าคนรู้สึกแบบนั้นกับพี่ พี่ก็รู้สึกดีนะคะ ที่คนมองเห็นความสามารถ มองเห็นงานที่เราทำออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเป็นการเปรียบเทียบคงจะเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะว่าความเก่งของฮอลลีวู้ดกับความเก่งของเมืองไทย Scale มันก็แตกต่างกันอยู่แล้ว ทั้ง Scale และ สไตล์ของงาน สไตล์ของงานอาจจะใกล้เคียงกันแต่ โอปราห์เค้าก็มีประสบการณ์ชีวิตเยอะ…มาก ! (เน้นเสียงหนักเชียวค่ะ) แล้วของโอปราห์ก็จะเป็นสไตล์ Hard Talk แต่ของหนูแหม่มจะชอบคุยสนุกๆ เบาๆ  เพราะฉะนั้นถ้าเทียบอย่างนั้นหนูแหม่มก็ขอบคุณกับสิ่งที่เค้าเห็นว่าเราน่าจะเทียบกันได้ แต่ลึกๆ เรารู้อยู่แล้วว่ามันได้หรือไม่ได้ค่ะ “

<a href=เดรส หนูแหม่ม สุริวิภา ” hspace=10 src=”http://content.mthai.com/upload_images/celebstyle/numam05/suriwipafiffull.jpg” align=right vspace=10 border=0>คนอื่นติดภาพความเป็นพิธีกรของหนูแหม่ม ?
       ” หนูแหม่มรู้สึกว่าการเป็นพิธีกรเป็นสิ่งที่หนูแหม่มสบายที่สุดแล้ว คงจะไม่ฝืนในความถนัดที่ตัวเองเป็น อยู่อย่างนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่หนูแหม่มเป็นเนี่ยคือดีที่สุด เป็นทางเราที่สุดแล้ว หมายถึงเจอแล้ว พบแล้ว ไม่ต้องขวนขวายหา เพียงแต่เราทำหน้าที่ของเราให้มันพัฒนาไปเรื่อยๆ “

ความสุขในชีวิตของหนูแหม่มตอนนี้
       ” คือสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แหละ คนเราทุกวันนี้หาความสุขจากความสะดวกสบาย ซึ่งเราก็คิดว่าเราน่าจะมีความสุขกับสิ่งที่เราหามาได้แล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปก็คือการคงสภาพ ให้มันดีอย่างนี้ตลอดไป ไม่ให้คุณภาพงานเราด้อย ไม่ใช่คุณภาพชีวิตเราจะต้อง Peak กว่านี้  หรือแย่กว่านี้ ทุกอย่างมันน่าจะโอเค ลงตัวดีแล้ว ณ ขณะนี้นะคะ “

ดูเหมือนหนูแหม่มแฮปปี้กับทุกเรื่อง รวมไปถึงเรื่องรูปร่างด้วยรึปล่าวคะ ?
         ” หนูแหม่มก็ไม่เคยรู้สึกดีกับความอ้วนของหนูแหม่มนะคะ เพียงแต่ว่าเราพยายามที่จะทำให้มันผอมเหมือนคนอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะมองคือต้องมองให้มันบวก ยิ่งเรามองให้มันเป็นลบเรื่อยเลย มันจะยิ่งบั่นทอนจิตใจ บั่นทอนความมั่นใจ บั่นทอนความตั้งใจ บั่นทอนความสุข บั่นทอนทุกอย่างเราไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีความสุขกับในสิ่งที่มันเป็น กับความสามารถที่เราทำได้ ถามว่า หนูแหม่มเคยลดความอ้วนได้มากสุด ได้ 55 กิโล แต่หนูแหม่มไม่เคยมีความสุขกับน้ำหนักตรงนั้นเลย แต่คนที่มีความสุขกลับเป็นคนรอบข้างที่เห็น ว่า เราสวย เราหุ่นดี เราใส่เสื้อผ้าสบาย “

         ” แต่ความจริงที่หนูแหม่มเป็น คือ หนูแหม่มโหย…หิว อยากได้น้ำตาล อยากกินเนื้อ อะไรอย่างนี้ มันสวนทางระหว่างข้างในกับสิ่งที่คนข้างนอกมอง ฉะนั้นเราจะทำเพื่อคนอื่นทำไม เราต้องทำเพื่อตัวเราเองก่อนอันดับแรกใช่ไหมคะ? ดังนั้นต้องถามตัวเองก่อนว่าตัวเองอยากผอมเพื่ออะไร ทำได้ไหม ทำไม่ได้แล้วควรจะมีวิธีการตั้งรับกับความรู้สึกผิดหวังเล็กๆ อย่างนั้นยังไง เพราะฉะนั้นเราต้องมอง เผอิญหนูแหม่มเติบโตมาในครอบครัวที่มองทุกอย่างให้เป็นบวก มันเหมือนพื้นฐานเหมือนกันนะมันก็จะฟ้องกลับไป ว่า พื้นฐานครอบครัวเราเป็นคนอย่างนี้ เราเลยไม่ได้มองอะไรเป็นลบมาก ไม่ว่าเรื่องมันจะผ่านมาในชีวิตเลวร้ายขนาดไหน แล้วยิ่งในชีวิตของตัวเองมันง่ายต่อการที่เราจะทำร้ายตัวเองมากขึ้น ถ้าเราแคร์คนอื่นมาก  เพราะฉะนั้นเราต้องเห็นความสำคัญของความรู้สึกเราเองเป็นอันดับต้น ถ้าตัวเองผอมได้แล้วคนข้างนอกมีความสุข ตัวเองมีความสุขก็ทำไปเหอะ “



หนูแหม่ม ไฟ สตูดิโอ สุริวิภา



   
เราคิดว่าเธอเป็นสาวคิดบวกที่น่าคบหา น่าเข้าใกล้ และน่ารู้จักเธออีกคนหนึ่งในทำเนียบ Celeb Style ของเราในวันนี้ค่ะ




เทคนิคคิดบวก :
  
           คิดบวกทำให้เราสวยได้ตั้งแต่ภายใน จนถึงภายนอก เพราะเมื่อเราคิดดี จิตใจก็จะแจ่มใส สุขภาพก็จะดี ผิวพรรณ ดวงตาก็จะเปล่งปลั่ง   ลองมองอะไรให้มันง่ายขึ้นค่ะ ช่วงแรกๆ อาจจะทำได้ยาก  แนะนำให้ลองจดบันทึกเหตุการณ์แต่ละวันลงในไดอารี่ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง  แล้วเรารู้สึกยังไง ดี หรือแย่ โดยมีการให้คะแนนความแย่ของวันนั้นๆ  และปิดท้ายด้วยข้อคิด หรือเรื่องราวดีๆ ที่ได้พบ ได้เห็นในวันนั้นๆ ค่ะ 
             ลองทำดูสัก 1 สัปดาห์ แล้วคุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงค่ะ จากนั้นให้พยายามทำไปเรื่อยๆ ทุกวัน แล้วโลกสีเทาก็จะเบาบางลงเองค่ะ

ผู้หญิง โลโก้






ขออนุญาตใช้เนื้อหา