มุมมองคลื่นใหม่-ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิสกุล

Home / Celeb Style / มุมมองคลื่นใหม่-ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิสกุล



ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิสกุล ก้อง นักวิชาการพาณิชย์  ผู้ชาย


มุมมองคลื่นใหม่-ม.ล.ณัฐสิทธิ์    ดิสกุล”นักเจรจา”ต้องอยู่ง่าย กินง่าย


 
                ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากรับราชการ
ซึ่งเหมือนผมตอนเด็กๆ แต่พอโตขึ้นก็มีอีกมุมมองหนึ่ง เห็นเพื่อนๆ มีความสุขกับการทำงาน แม้เงินเดือนจะน้อย เลยทำให้เราคิดว่าเงินไม่ใช่ความสุขทั้งหมด แต่น่าจะเป็นการได้ทำงานที่เรารักเราชอบมากกว่า และงานที่ทำอยู่นี้ให้คำตอบคำผมหลายอย่าง โดยเฉพาะการให้คุณค่าทางจิตใจ ที่งานของเราได้สร้าง
ประโยชน์และคุณค่าพอสมควร ในความคิดของคนรุ่นใหม่

                         อาจมองว่า”งานราชการ” เป็น
เรื่องที่แสนจะน่าเบื่อจำเจ แต่สำหรับ ม.ล.ณัฐสิทธิ์ดิสกุล การรับราชการที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กลับเป็นเรื่องสนุก ทำให้ได้เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง พบปะผู้คนมากมาย และผลพลอยได้อีกอย่าง คือ มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กับการทำงาน โดย ม.ล.ณัฐสิทธิ์ หรือ “คุณก้อง” เป็นนักวิชาการพาณิชย์ สำนักเจรจาสินค้าบริการและการลงทุน และด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่อายุเพียง 26 ปี ทำให้เขาเป็นอีกหนึ่งนักเจรจารุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง “คม ชัด ลึก” จึงไม่พลาดที่จะคว้าตัวมาพูด
คุยกันถึงชีวิตส่วนตัวและการทำงาน


งานให้คุณค่าทางจิตใจ 

                           
คุณก้องเล่าถึงการตัดสินใจทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ว่า ตอนแรกมองหางานหลายๆ แห่ง รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศด้วย แต่เมื่อได้ยินว่างานที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ที่เรียนมาโดยตรง จึงตัดสินใจเข้ามาสมัครงาน
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากรับราชการ ซึ่งเหมือนผมตอนเด็กๆ แต่พอโตขึ้นก็มีอีกมุมมองหนึ่ง เห็นเพื่อนๆ มีความสุขกับการทำงานแม้เงินเดือนจะน้อย เลยทำให้เราคิดว่า เงินไม่ใช่ความสุขทั้งหมด แต่น่าจะเป็นการได้ทำงานที่เรารักเราชอบมากกว่า และงานที่ทำอยู่นี้ให้คำตอบกับผมหลายอย่าง โดยเฉพาะการให้คุณค่าทางจิตใจ ที่งานของเราได้สร้าง
ประโยชน์และคุณค่าพอสมควร” นอกจากนี้เขามองว่า งานนี้ยังทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้น

                            เพราะการทำงานที่กรมมีการอบรม
พัฒนาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีการค้า การเจรจา ตลอดจนทักษะอื่นๆ เช่น บุคลิกภาพ ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวอยู่แล้วที่ได้เรียนรู้และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน การได้เดินทางบ่อยๆ ทำให้ไม่จำเจและยังได้พบปะผู้คนหลากหลาย จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานมีความสนุกมากขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รู้สึกสนุกและมีความสุขกับการทำงานคือ เพื่อนร่วมงานทุกระดับ ไม่
ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ทุกคนเป็นคนดีทั้งหมด เป็นคนเก่ง ทุ่มเทกับ
การทำงาน แม้ว่าทุกคนจะยังอายุน้อย แต่ก็เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงและกล้าแสดงออก


บทบาทไทยในเวทีโลก

                           งานแรกที่คุณก้องรับผิดชอบคือ งานของสำนักเจรจาสินค้าอุตสาหกรรมในกรอบองค์การ
การค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ทำให้หนุ่มคนนี้ได้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ พบปะผู้คนหลากหลาย ทั้งได้เรียนรู้ว่าการติดต่องานระหว่างประเทศ นอกจากต้องมีความรู้แล้ว ยังต้องตระหนักถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง และต้องให้ความเคารพกับวัฒนธรรมของแต่ละชาติด้วย ด้วยการปรับตัวให้เข้ากับต่างชาติเพื่อการทำงานร่วมกันต่อไป ส่วนประเทศไทยในมุมมองต่างชาตินั้นหากอยู่ในกรอบดับเบิลยูทีโอ ถือว่าไทยมีบทบาทพอควร โดยความคิดเห็นของไทยมีน้ำหนัก ส่วนหนึ่งเพราะไทยมีมูลค่าการค้าสูง ความเห็นที่มีจึงค่อนข้างชี้นำได้พอสมควร แต่อาจจะไม่เท่ากับประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือ
อินเดีย

                           แต่ถือว่ามีเสียงพอสมควร ขณะที่ในมุมของสังคมนั้นไทยมีชื่อมากกับการเป็น สยาม
เมืองยิ้ม ทำให้ชาวต่างชาติมองว่าเป็นคนประนีประนอม บทบาทนี้เองทำให้ไทยมักจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มเจรจาต่างๆ เพราะเขามองว่าจะช่วยประสานความแตกแยกระหว่างกลุ่มต่างๆ ได้ ซึ่งถือเป็นจุดที่ดีทำให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นในเวทีการเจรจา การทำงานของนักเจรจาแต่ละคนจะมีสไตล์แตกต่างกันออกไปส่วนตัวผมจะพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการไม่โกหก ไม่บลัฟใคร เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าเราเป็นคนจริงใจ และต้องการหาทางออกร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ต่างๆ นี้ ทำให้การทำงานพัฒนาขึ้น
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิสกุล ก้อง นักวิชาการพาณิชย์  ผู้ชาย


“เงิน”ไม่ช่วยแก้ปัญหา


                           เมื่อถามว่าทำงานจุดไหนยากกว่ากัน คุณก้อง ตอบว่า เรื่องในประเทศยากกว่าเพราะแต่ละฝ่ายจะมีจุดสนใจที่ต่างกัน และมีความหลากหลายมากกว่า ประเด็นอ่อนไหวก็ไม่เหมือนกัน เช่น บางกลุ่มอยากได้เรื่องนี้ แต่อาจจะไปสร้างผลกระทบให้กับอีกกลุ่มหนึ่ง ฉะนั้น ต้องหาจุดกึ่งกลางให้ได้ระหว่างผู้ได้รับประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องยากที่สุด ความยากอีกอย่างคือ การสื่อสารเพราะเวลาผมทำงานจะใช้ภาษาเทคนิคทั้งหมด ทำให้เมื่อเรามาสื่อสารกับบุคคลอื่น เราไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราพูดหรือไม่ ดังนั้น เราจึงต้องฟังเขาให้มากขึ้น ซึ่งจุดนี้ยังถือเป็นข้อบกพร่องที่ผมเองจะต้องแก้ไข อย่างไรก็ตามการได้ลงพื้นที่ระหว่างเข้าอบรมข้าราชการคลื่นลูกใหม่ โดยสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพร.) ทำให้คุณก้องได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านที่ จ.สมุทรสงคราม แบบโฮมสเตย์ ของชาวบ้าน และพูดคุยกันถึงการทำมาหากิน ทำให้เขาได้พัฒนาทักษะการ
ฟังของตัวเองมากขึ้น อีกทั้งได้เปิดโลกทัศน์ในอีกมุมมองหนึ่ง

                             โดยเจ้าตัวมองว่า ระบบ
เศรษฐกิจและสังคมไทยมีความหลากหลาย แต่ยังมีช่องว่างอีกมากระหว่างผู้มีและผู้ไม่มี ซึ่งผู้ไม่มียังขาดโอกาสในการรับรู้ข่าวสาร ทำให้คิดว่าจุดนี้ภาครัฐควรเร่งแก้ไขเพื่อลดช่องว่างของสังคมให้หมดไป และให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “คนทั่วไปอาจคิดว่าคนที่อยู่ตามสวนตามไร่นามีรายได้น้อย และต้องแก้ปัญหาด้วยเงิน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ หากแก้ปัญหาด้วยวิธีนั้นถือว่าผิดจุด เหมือนกับเกาผิดที่คัน เพราะจริงๆ แล้วพวกเขาอยู่ตรงนี้ วิถีชีวิตของเขามีความสุขดี หากทุกคนได้มีโอกาสลงพื้นที่มากๆ จะเข้าใจได้ว่าบางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้แก้ปัญหายากเลย และไม่ได้แก้ปัญหากันที่ตัวเงินด้วย” อย่างไรก็ตามพฤติกรรมคนไทยมักจะรอให้รอบด้านมีการเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนตัวเอง ซึ่งจุดนี้เองน่าจะเปลี่ยนทัศนคติได้แล้ว การจะให้ภาครัฐเป็นผู้นำตลอดคงไม่ได้ เพราะคนเราน้อย ความรู้มีจำกัด และมีขอบเขตดำเนินการจำกัด หากถามว่าทำไมญี่ปุ่นถึงเจริญกว่าไทย นั่นเป็นเพราะเอกชนของเขาเข้มแข็งมาก ข้อมูลถึงกันหมดทั่วโลก เป็น
เหมือนกับเป็นวัฒนธรรมของเขาในการขวนขวายพัฒนาตัวเอง 


ควรเสียสละเพื่อชาติ

                             ม.ล.ณัฐสิทธิ์บอกว่า สิ่งที่ได้จากการทำงาน คือ ความภาคภูมิใจ เพราะไปทำงานในฐานะ
ตัวแทนประเทศ ซึ่งหากทำตัวดี ประเทศไทยก็ดีไปด้วย แต่หากงานไม่สำเร็จสิ่งที่ได้กลับมา คือ เพื่อน เพราะต้องทำงานกันเป็นทีม ส่วนการเจรจาจะเป็นเบื้องหลังเสียมากกว่า โดยจะเห็นผลต่อเมื่อสรุปสุดท้ายที่ผู้นำของประเทศไปลงนามในสัญญาต่างๆ แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นมีงานที่อยู่เบื้องหลังเป็นพันๆ อย่างที่จะต้องทำกันต่อเนื่อง ส่วนคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานนักเจรจาเจ้าตัวแนะนำว่า สิ่งสำคัญของนักเจรจา คือ ความสามารถในการปรับตัว อยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย เพราะจะต้องเจอกับคนหลากหลายวัฒนธรรม ถ้าปรับตัวได้งานจะดีตาม สำหรับสาขาการเรียนนั้นไม่จำกัดเพราะงานนี้มีความหลากหลาย

                             ไม่จำเป็นจะต้องจบคณะเศรษฐศาสตร์ก็ได้ แต่ยอมรับว่าสาขาดังกล่าวมี
ส่วนช่วยในการทำงานที่ดีที่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน แต่เนื่องจากงานเจรจาจะต้องมาเริ่มเรียนรู้กันใหม่เหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องเทคนิคเฉพาะ อย่างไรก็ตามเรื่องภาษาถือว่าสำคัญที่สุด อย่างน้อยภาษาอังกฤษจะต้องเขียนได้ พูดคล่องแต่หากมีภาษาที่สามได้ก็ดี โดยที่กรมจะมีหลายคนที่พูดภาษาจีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสได้ ส่วนการทำงานเป็นทีมมีความสำคัญมาก เพราะไม่สามารถทำงานคนเดียวได้จะต้องติดต่อขอข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ ตลอดเวลา  “อยากให้คนรุ่นใหม่ลองมองผลตอบแทนด้านอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงินบ้าง เพราะถ้าเรามองเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่มีใครรับราชการ และถ้าไม่มีข้าราชการประเทศก็ขับเคลื่อนไม่ได้ ซึ่งงานอาจจะขรุขระบ้าง แต่ต้องค่อยๆ พัฒนากันไป หากไม่คิดจะเสียสละ หรือมอง
แต่ผลประโยชน์ด้านอื่น ผมว่าน่าเป็นห่วงมาก

                               เพราะระบบราชการในปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่
อยู่น้อย ขณะที่มีผู้ใหญ่จำนวนมาก อาจเกิดปัญหา คือ จะมีแต่ผู้ใหญ่สั่งงาน แต่ไม่มีคนทำงาน นั่นจะเป็นปัญหาที่น่ากลัวมาก” คุณก้องกล่าวถึงอนาคตในการทำงานว่า ยังคงสนุกกับงานในกรมเจรจาการค้าอีกนาน ซึ่งอยากเห็นประเทศพัฒนามากขึ้น โดยใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากเวทีการค้าให้เต็มที่ ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่อยากเข้าไปมีส่วนร่วม โดยกรมมีส่วนร่วมและพยายามทำในเรื่องนี้อยู่แล้วผ่านยุทธศาตร์การค้าระหว่างประเทศ และพยายามผลักดันให้ไทยใช้ศักยภาพตัวเองให้เต็มที่ใช้ประโยชน์จากความตกลงที่มีอยู่ให้เต็มที่ ทั้งดูว่ายังมีช่อง
ว่างใดอีกบ้างที่ไทยจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เพิ่มเติมอีก


ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิสกุล หรือ “คุณก้อง”

                              เข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ประเทศ
นิวซีแลนด์ ตั้งแต่อายุได้ประมาณ 11 ขวบ จากนั้นกลับมาศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในเมืองไทย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) และจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนิว เซาท์ เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันอายุ 26 ปี และเข้ารับราชการที่กรมเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2546 นิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบพัฒนาศักยภาพของตัวเองชอบอะไรที่แปลกใหม่ โดยปัจจุบันกำลังเรียนถ่ายรูปและกำลังคิดจะเรียนวาดรูป เพราะเชื่อว่าจะเป็นการช่วยพัฒนาสมองไปในตัว
ทั้งเรียนทำอาหารด้วย เพราะอยากลองทำอาหารด้วยตัวเองดูบ้าง

                               ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ชอบ
อ่านหนังสือทั่วไป ชอบกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์ เช่น สมัยเรียนหนังสือ จะเน้นกิจกรรมทั้งเดินป่า ปีนเขา พายเรือคยัค และปัจจุบันก็ยังเที่ยวป่ากับเพื่อนๆ สำหรับกีฬาที่ชอบ คือ แบดมินตัน เจ้าตัวบอกว่าตัดสินใจเข้ารับราชการด้วยตัวเอง แม้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่ในครอบครัวไม่มีใครเป็นข้าราชการเลย แม้ต้นตระกูลจะรับราชการกันมาโดยตลอด ซึ่งคุณก้องเป็นลูกชายจึงเหมือนถูกคาดหวังจากครอบครัว แต่ไม่เคยถูกกดดันเลย ส่วนเวลาที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศก็พยายามหาพรรคพวก จับกลุ่มดื่มกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ  ส่วนการเดินทางจะเจอกับสถานการณ์ที่โหดๆบ้าง เช่น ครั้งเมื่อไปประชุมที่เมืองดาวอส ในสวิสเซอร์แลนด์ งานเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม จำเป็นต้องไปพักนอกเมือง ทำให้มีปัญหาในการเดินทางไปร่วมงานประชุม สุดท้ายต้องแก้ปัญหาด้วยการนำรถขึ้นรถไฟเพื่อไปร่วมงาน
ให้ทัน จึงรู้สึกว่าเป็นงานที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอด แม้จะขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ก็สนุกดี 


                                                                                              ขอขอบคุณ


                                                                                                                         อนัญชนา สาระคู


                                                                                        โลโก้ คมชัดลึก



ขออนุญาตใช้เนื้อหา