พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

Home / Celeb Style / พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

‘เจ้าหญิงดีไซเนอร์’ แห่งวงการแฟชั่นไทย

ทรงผสานสองวัฒนธรรมสู่ปารีส แฟชั่นวีก 2009

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

ภาพจากนิตยสาร LIPS



ผลงานทรงออกแบบแฟชั่น คอลเลกชั่น Presence of The Past (เพรเซนส์ ออฟ เดอะ พาสท์) ซึ่งร่วมแสดงเป็นโชว์เปิดในงาน ปารีส แฟชั่น วีก ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2008 ณ โรงละครโอเปร่า การ์นิเยร์ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI (สิริวัณณวรี) ตามคำกราบบังคมทูลเชิญจากห้องเสื้อบัลแมง ฝรั่งเศส โดยทรงเป็นนักออกแบบพระองค์แรกบนภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ที่ได้นำผลงานคอลเลกชั่นทรงออกแบบแสดงบนเวทีปารีส แฟชั่น วีก เป็นสิ่งยืนยันพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบใน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระธิดาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างชัดเจน วงการแฟชั่นระดับโลกต่างรู้จัก เจ้าหญิงดีไซเนอร์ แห่งประเทศไทย



วงการแฟชั่นต่างเฝ้ารอจับตาอีกครั้ง เมื่อตารางโชว์บนรันเวย์ ปารีส แฟชั่น วีก ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2009 ปรากฏพระนามพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในการทรงนำผลงานการออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ ออกแสดงในวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2551 ณ กรองด์ โฮเต็ล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์



ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระ องค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานพระวโรกาสให้สื่อมวลชนเข้าเฝ้ารับประทานสัมภาษณ์พิเศษ ณ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ดิ เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ โดยรับสั่งถึง การแสดงผลงานในปารีส แฟชั่น วีก ครั้งที่ผ่านมาว่า ผลตอบรับจากสื่อมวลชนมีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งที่ติในเรื่องส่วนพระองค์ และเรื่องงาน ซึ่งทรงพร้อมรับฟังคำแนะนำ ทรงมองว่าการติเป็นเรื่องธรรมดามาก นักออกแบบระดับโลกล้วนผ่านจุดนี้มาแล้ว พระองค์ทรงเป็นนักออกแบบหน้าใหม่จึงเป็นเรื่องธรรมดา ผลจากการทรงนำคอลเลกชั่นทรงออกแบบไปโชว์ครั้งก่อน ทำให้ทรงเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้นทั้งในยุโรป และอเมริกา ในฐานะที่ทรงเป็นนักออกแบบนอกเหนือจากที่ทรงเป็นเจ้าหญิง และคนทั่วไปเริ่มจำได้และเข้ามาทักทาย ทั้งที่ปารีส มิลาน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น



ครั้งหนึ่งที่มิลานมีวัยรุ่นชายวิ่งฝ่าตำรวจมาถ่ายรูป ก็ตกใจแต่ก็อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ บางรายวิ่งมาเคาะกระจกรถยนต์ และยังมีแฟน ๆ ชาวต่างชาติเขียนจดหมายชื่นชมส่งมาถึงท่านหญิงด้วย รวมถึงแฟนคลับชาวไทยที่รวบรวมรูปเวลาเสด็จสถานที่ต่าง ๆ มาลงเว็บไซต์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์


พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งต่อว่า มีผู้ซื้อ (บายเออร์) ในต่างประเทศติดต่อขอซื้อเสื้อผ้าพอสมควร เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เสด็จยังปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทรงพบชาวต่างชาติสวมชุดของแบรนด์ SIRI VANNAVARI เต็มตัว เข้าพระทัยว่าคงไม่ได้ใส่มาอวด แต่ใส่เพราะอยากใส่มากกว่า ส่วนเสื้อผ้าผู้ชายมีสั่งซื้อมาบ้างแต่วอลุ่มยังน้อย งานทางด้านนี้พระประสงค์ให้ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ทรงรีบร้อน โปรดให้ ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล ผู้จัดการทั่วไปของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ช่วยดูแลแบรนด์และการตลาด ใช้เวลาอีกสักระยะจะลงตัวมากขึ้น



ในส่วนการทรงงานคอลเลกชั่นใหม่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งว่า ทรงปรับเปลี่ยนคณะทำงานบางส่วน เพิ่มและลดบ้าง โดยประมาณร้อยละ 80 เป็นชาวต่างชาติ ส่วนคณะทำงานประชาสัมพันธ์มีทั้งที่ประเทศไทยและในยุโรป เพื่อการทำงานที่เป็นสากลมากขึ้น ชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยในเรื่องเทคนิคใหม่ ๆ ที่มีความชำนาญ และเทคนิคบางอย่างของไทยไม่มี



ครึ่งหนึ่งของคอลเลกชั่นจะไปผลิตที่ปารีส เพราะมีความพร้อมด้านเทคนิคมากกว่า โดยเน้นการใช้เทคนิคใหม่ ๆ และขั้นสูงมากขึ้น เป็นเทคนิคพิเศษที่ทำให้ดูดี และซับซ้อนมากขึ้น การมีทีมงานต่างชาติเข้ามามากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สูญเสียความเป็นไทย เพราะท่านหญิงออกแบบเอง เสมือนเป็นครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ควบคุม ทุกอย่าง ฝรั่งเพียงแค่ให้คำแนะนำ ไม่ได้เปลี่ยนแนวคิดของเรา แต่จะเสนอแง่มุมมากกว่า เขาไม่บอกว่าคุณควรทำแบบนี้ แต่บอกว่าฉันขอแนะนำแบบนี้ เช่น ท่านหญิงต้องการให้ใช้ผ้าไทยในบางจุด ฝรั่งก็จะช่วยแนะนำเทคนิคที่จะช่วยเสริมหรือสามารถทำได้ เขาจะไม่บอกว่าใช้ผ้าไทยไม่ได้ แต่มีเทคนิควิธีทำมาเสนอ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีรับสั่งว่าการออกแบบแฟชั่นต้องเป็นไปตามกระแส โลก ไม่ทรงมีพระประสงค์ให้คาดหวังว่าทรงออกแบบสไตล์ไทยอย่างเดียว ปีก่อนที่ทรงออกแบบแนวไทยเพราะเทรนด์มาแนวเอเชีย แฟชั่นต้องตามกระแสโลกแต่มิได้หมาย ความว่าใส่ความเป็นไทยไม่ได้ แต่ทำอย่างไรให้ใส่เข้าไปแล้ว เหมาะสม ต้องใส่ลุคส์ใหม่เข้าไปโดยไม่ทิ้งลุคส์เดิม ต้องมีจุดเชื่อมถึงกันเพื่อให้คนรู้ว่าอะไรคือแบรนด์ SIRIVAN NAVARI โดยโปรดทำอะไรตรงไปตรงมา จึงทรงนำสอง เรื่องราวต่างกันไม่คิดว่าจะรวมกันได้ แต่นำมารวมกันได้ ซึ่งวิธีคิดแตกต่างนี้จะทำให้นักออกแบบประสบความสำเร็จ



พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีรับสั่งว่าทรงวาง แนวคิดคอลเลกชั่นใหม่เป็นแบบ Ethnic Rock สองวัฒนธรรมผสานกัน คือร็อกและความเป็นชนเผ่า เป็นสองความต่างที่เด่นชัดแต่นำมาผสานกันได้ ทรงได้แรงบันดาลพระทัยมาจากเพลงในยุค 70-80 เช่น โรลลิ่ง สโตน (Rolling Stone), กัน แอนด์ โรสเสส (Gun & Roses) และภาพผู้หญิงถูกทรมาน มีเงื่อนรัด ปักหมุดของช่างภาพชื่อดัง นำเสนอความเป็นร็อกที่ทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้น เซ็กซี่ นำวัสดุที่ใช้ในช่วงวินเทอร์มาใส่ในชุดซัมเมอร์ รวมทั้งหนังเช่น กางเกงหนัง เสื้อหนัง ทำให้ผู้หญิงมีสรีระที่สวยขึ้น ทันสมัย ดูเซ็กซี่ไม่หวาน โทนสีเทา ดำ ขาว ควันบุหรี่ นำความเป็นร็อกที่ค่อนข้างดิบมาใส่ในชุด ดูเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ แต่ไม่ใช่กุ๊ย ไม่ใช่ร็อกราคาถูก มีความโป๊และเซ็กซี่ แต่ดูดีไม่น่าเกลียด



ในคอลเลกชั่นนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ทรงออกแบบชุดสุภาพบุรุษออกแสดงในงาน แอล แฟชั่น วีก ที่ประเทศไทย จำนวน 16 ชุด ส่วนชุดสุภาพสตรีจำนวน 40 ชุด ออกโชว์ในปารีส แฟชั่น วีก รับสั่งว่าทรงเชิญแขกพร้อมสื่อฯ จำนวน 350 คน เข้าร่วมงาน ที่กรองด์ โฮเต็ล แรกกำหนดจะโชว์ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเกินความจำเป็น จึงทรงเปลี่ยนสถานที่เพื่อความพอเพียง



พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีรับสั่งว่า ทรงกังวลพระทัยเรื่องเสื้อผ้า จึงทรงมีพระประสงค์ให้เสื้อผ้าเสร็จก่อนวันโชว์ 2-3 สัปดาห์ เพื่อแบ่งเวลาให้สื่อฯ ถ่ายแบบและเตรียมความพร้อมสำหรับ นางแบบ ซึ่งตอนนี้เสื้อผ้าแล้วเสร็จประมาณร้อยละ 30-40 ในส่วนช่างผมปีนี้คือ Olivier de Vriendt มือหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ทำงานร่วมกับช่างผมไทย สมพร ธิรินทร์ ส่วนการแต่งหน้า อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ ร่วมกับทีมชาวต่างชาติ.

เส้นทางทรงศึกษาต่อ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งว่า จะทรงจบการศึกษาและเข้ารับพระราชทานปริญญา เกียรตินิยม เหรียญทอง จากสาขาออกแบบแฟชั่น ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2552 โดยช่วงต้นปีระหว่างรอรับพระราชทานปริญญา จะเสด็จไปทรงศึกษาด้านการทำลายผ้า ลายเพนท์แบบญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทรงนำมาปรับใช้กับผ้าไทย เนื่องจากเนื้อผ้าของญี่ปุ่นและไทยคล้ายคลึงกันมาก จะทรงนำเทคนิคมาพัฒนาลายไทย



และเมื่อทรงรับพระราชทานปริญญาแล้ว จะเสด็จไปฝึกงานกับแบรนด์ อาร์มานี่ มิลาน ประเทศอิตาลี เป็นเวลา 7 เดือน จากนั้นทรงฝึกกับแบรนด์ ดิออร์ ที่ปารีส อีก 7 เดือน ระหว่างนี้จะเสด็จกลับเมืองไทยบ้างในช่วงมีพระราชพิธี



ทั้งนี้รับสั่งว่า ทรงได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อที่ Beaux-Arts สถาบันสอนศิลปะอันดับ 1 ของโลก มีคนไทยจบจากที่นี่เพียง 4 คน เพราะเข้ายากและจบยากมาก ทรงสนพระทัยเรียนแผนกที่เมืองไทยไม่มี เช่น โมเซส หรือสเตน กลาส ซึ่งทรงสอบเข้า และทรงนำเสนอพอร์ทโฟลิโอและสัมภาษณ์ด้วยพระองค์เอง ในตอนแรกมิทรงคาดหวังมากนัก ทรงหวังเพียงแค่ให้ช่วยวิจารณ์งานเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้เคยมีอาจารย์ชาวฝรั่งเศสติผลงาน ทำให้ทรงจำและนำมาปรับปรุง จึงทรงมีพระประสงค์ให้ติงานเพื่อทรงนำมาปรับปรุง



พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งว่า สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยและรับสั่งเสมอว่าจะวางแผนอย่างไร ทรงศึกษาต่อในประเทศหรือต่างประเทศ ก็ทรงพร้อมสนับสนุนเสมอ จึงกราบบังคมทูลขอศึกษาต่อต่างประเทศ และเมื่อกราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสว่า ดีแล้ว อายุยังน้อย อยากให้เห็นอะไรเยอะ ๆ



ท่านหญิงเรียนเพื่ออนาคต แม้ว่าจะเป็นเจ้าหญิงแต่ก็ต้องทรงมีอาชีพเช่นกัน และต้องการเรียนอะไรก็ได้ที่นำกลับมาใช้ประโยชน์พัฒนาให้ชาวไทยสามารถอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ท่านหญิงอยากนำเทคนิคที่ได้มาถ่ายทอดให้กับชาวบ้านต่อ เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.

เรื่องจาก เดลินิวส์

ขออนุญาตใช้เนื้อหา