2 หญิงเก่ง และ แกร่ง แห่งแบรนด์ เสื้อผ้า ที่โด่งดังระดับโลก G Heaven

Home / Celeb Style / 2 หญิงเก่ง และ แกร่ง แห่งแบรนด์ เสื้อผ้า ที่โด่งดังระดับโลก G Heaven

 

เอ๋-ธาริณี สืบสมาน หรือ Tarine (ทาร์รีน) และ อุ๋ย-สุริสา เลย์แบรนดท์ หรือ Su (ซู) 

2 หญิงเก่ง และ แกร่ง แห่งแบรนด์ เสื้อผ้า ที่โด่งดังระดับโลก G Heaven

 

G Heaven

 

      G Heaven  เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่โด่งดังมาก ในเกาะอังกฤษ และอีกหลายประเทศในแถบยุโรป เจ้าของแบรนด์ไม่เพียงเป็นคนไทย หากแต่เป็นสาวไทยสองคนพี่น้องที่ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการจนเติบโตยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ด้วยรายได้กว่าพันล้านในแต่ละปี เอ๋-ธาริณี สืบสมาน หรือ Tarine (ทาร์รีน) และ อุ๋ย-สุริสา เลย์แบรนดท์ หรือ Su (ซู)  สองสาวที่เดินทางไปใช้ชีวิตนักเรียนที่อังกฤษ จนกระทั่งมองเห็นช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเอง มากกว่าการเสิร์ฟอาหารเฉกเช่นเดียวกับนักเรียนไทยทั่วไปในอังกฤษ  

       เธอสองคนเริ่มต้นนำเสื้อผ้ามือสองจากเมืองไทยไปวางขายในตลาด Noting Hill เมื่อ 17 ปีก่อน และ 7 ปีที่แล้ว ชื่อของ G Heaven ก็ไต่ขึ้นอันดับต้นๆ ของวงการแฟชั่นในอังกฤษ พวกเธอทำงานกันอย่างไร มีวิธีคิด เพื่อต่อสู้กับปัญหาร้อยแปดที่เข้ามาได้อย่างไร เราแนะนำให้คุณมารู้จักตัวตนของพวกเธอกันเลยดีกว่าค่ะ
  


จุดเริ่มต้นของแบรนด์ G Heaven                                                                                  
เอ๋ : เริ่มต้นจากเราไปเป็นนักเรียนที่อังกฤษกันก่อนค่ะ สิ่งหนึ่งที่นักเรียนไทยในต่างประเทศนิยมทำเพื่อหารายได้คือการเสิร์ฟอาหาร ซึ่งเราก็คิดกันว่า ทำยังไงดีที่เราจะไม่ต้องทำงานนี้ เพราะเราไม่ชอบเลย แต่ก็อยากหาเงินเรียนต่อปริญญาโท โดยที่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ ความคิดเรื่องการขายเสื้อผ้าก็เกิดขึ้นค่ะ เริ่มต้นเราสองคนนำเสื้อผ้ามือสองจากเมืองไทยไปวางขายที่ตลาด Noting Hill กันก่อน ซึ่งก็เป็นพวกเสื้อผ้าวัยรุ่นทั่วไป เสื้อยืด กางเกงยีนส์ เดรส ปรากฏว่าขายดีมาก ชั่วโมงเดียวขายได้ถึง 300 ปอนด์ โห! เสิร์ฟอาหารทั้งอาทิตย์ไม่มีทางได้แน่ๆ ตรงนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นอย่างจริงจังที่ เอาล่ะ เราสองคนพี่น้องจะขายเสื้อผ้าส่งตัวเองเรียน


แล้วคุณสองคนต่อยอดกันอย่างไร ถึงได้กลายเป็น G Heaven ขึ้นมาได้                            
อุ๋ย : ตอนแรกที่ขายลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพวกเมดิเตอร์เรเนียน ประมาณยุโรป สเปน อิตาเลียน หลังๆ คนแถวตลาดก็เริ่มสนใจเราว่าทำไมพวกเราขายดีจัง เขาก็อยากให้เราส่งให้ เราก็เริ่มผลิตส่ง แต่พี่เอ๋ก็ยังทำร้านอาหารอยู่ด้วย ครั้งหนึ่งฝรั่งคนหนึ่งเขามาเที่ยวที่ร้าน แล้วก็บอกว่า บ้านคุณเหมือน Girl Heaven เราก็ชอบ แล้วก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ G Heaven ค่ะ                                              
เอ๋ : จริงๆ ตอนนั้นก็ถือเป็นจุดเบี่ยงเบนในชีวิตเราด้วย เพราะเบื่อที่จะทำร้านอาหารแล้ว พอตัดสินใจได้ว่าเราจะเดินทางนี้กันก็เลยเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ กันก่อน เป็นร้านเสื้อผ้าเล็กๆ แต่ก็ใส่ชื่อแบรนด์
ของเราเองค่ะ


ตอนนั้นกำหนดสไตล์และคอนเซ็ปต์ของเสื้อผ้าอย่างไรคะ                                                 
อุ๋ย : เราค่อนข้างใช้ตัวเองเป็นหลักมากกว่าค่ะว่าเราชอบอะไร ซึ่งเราก็ต้องลองตลาดกันอยู่นานเหมือนกันว่า ตลาดต้องการอะไร ไม่ใช่ว่าเราทำแล้วมันจะดังขึ้นมาทันที ของแบบนี้ต้องใช้เวลาเหมือนกัน
เอ๋ : แต่ช่วงแรกเราจะเน้นไปทางปาร์ตี้เดรส เซ็กซี่ๆ หน่อย  ถามว่าสวยมั้ย มันสวยนะและเจ้าของตลาดเขาก็ชอบ แต่มันขายไม่แรงเท่ากับเสื้อยืด หลังจากนั้นพอเรารู้ว่าอะไรเป็นยังไง เราก็ขยับขยายจาก
เสื้อที่เป็นปาร์ตี้เดรสมาเป็นเสื้อยืด แต่เราก็ยังอิงปาร์ตี้อยู่ เป็นอะไรที่เก๋ ๆ น่ารัก ๆ แล้วคนก็เริ่มยอมรับเรามากขึ้น

 

การบุกตลาดในต่างประเทศ โดยผู้หญิงไทย 2 คน มีความยากง่ายอย่างไรบ้างคะ            
เอ๋ : มันต้องมีการลองผิดลองถูกค่ะ เพราะตอนแรกเราทำโดยใช้สไตล์ ความชอบของตัวเราเอง มันไม่ได้ เพราะมีคนทำอยู่แล้ว คู่แข่งเยอะมากๆ แบบผ้าใหม่ก็มีมาอยู่เรื่อยๆ เราต้องเดินทางไปสำรวจตลาดกันตลอด ไปเกาหลีบ้าง ไปดูเสื้อผ้า การตัดเย็บเป็นอย่างไร ถ้าน่าสนใจก็ลองเอามาขาย ไปสั่งเขาตัดเย็บบ้าง หรือบางทีก็ขนกลับมาทำเองบ้าง ไปๆ มาๆ มันก็ไม่คุ้มเลย เพราะว่าภาษีนำเข้ามันแพงมากๆ และต้นทุนที่เกาหลีก็แพงมากเช่นกัน
        หลังจากนั้นเราก็ไปเมืองจีนแทน แล้วตอนไปเมืองจีนเราก็โดนหลอกสุดฤทธิ์ (หัวเราะ)    เมืองจีน
เป็นอะไรที่เราต้องระวังมากๆ เพราะเราโดนยัดของมาเป็นกระสอบเลย ส่วนใหญ่จะเป็นของที่ไม่ได้สั่ง แล้วเวลาสั่งทีหนึ่ง เราไม่ได้สั่งเป็นร้อยเป็นพัน แต่เราสั่งเป็นแสนเป็นล้าน พอเราไปต่อว่าเขา เขาก็บอกว่าคุณสั่ง ไม่รับคืนด้วย สุดท้ายเราก็ต้องเอาไปโยนไว้หน้าร้านเขา โดยที่เราไม่ได้เงินกลับมาเลย สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นบทเรียนที่เราต้องระมัดระวังให้มากๆ ซึ่งครั้งต่อๆ ไปเราก็ไม่พลาดแล้ว พอเราจับทางตลาดถูก และลดต้นทุนการผลิตได้ เราก็เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ตอนนั้นเสื้อผ้าของ G Heaven ถูกขายไปมากมายแค่ไหนแล้วคะ
เอ๋ : นับไม่ถ้วนค่ะ ลูกค้าประจำสั่งเดือนหนึ่งก็เป็นหมื่นตัวแล้วค่ะ เจ้าใหญ่เจ้าเดียวก็สั่งเป็นสิบๆ
ล้าน แล้วก็มีเล็กๆ น้อยๆ ที่รับไปครั้งหนึ่งก็ 2-3 ตัน งานมันใหญ่ขึ้นเพราะเราเริ่มไปงานโชว์ด้วย รวมถึงเริ่มแตกสาขาออกมาอีก เสื้อผ้าเราก็กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว
อุ๋ย : จากนั้นเราก็มองว่าถ้าเราขายรีเทลไปเรื่อยๆ มันช้ามาก เราก็เลยลองสุ่มสี่สุ่มห้า สมัครเข้าไปที่ pure woman ซึ่งมันเป็นแหล่งที่รวมแบรนด์ที่ใหญ่มาก เราก็สมัครเข้าไปเป็นน้องใหม่สุดๆ เขาก็บอกว่าให้ส่งตัวอย่างเข้ามาให้ดูหน่อยสุดท้ายเขาก็ตอบตกลงให้เราเข้าร่วมด้วย ซึ่งก็ดีใจกันมาก             

     

G Heaven

 

  ความสำเร็จที่มาเป็นรูปเป็นร่างอย่างตอนที่ขาย 6 วัน ได้เงิน 6 ล้านจนไม่มีที่เก็บเงินสด ตอนนั้นเป็นอย่างไรคะ
เอ๋ : คือตอนนั้นเราจะมีงานตายตัวคือ ปีหนึ่งจะมี 2 ครั้งเป็น Winter กับ Summer 4 งานด้วยกัน แล้วก็รวมถึงงานรีเทลต่างๆ อีก ทุกครั้งที่ไปโชว์ สแตนจะเต็มหมด ไม่มีทางเข้าเลย ครั้งนั้นเราขายอยู่ 6 วันได้เงินมา 6 ล้าน เป็นเงินสด แล้วเราไม่มีที่จะเก็บ พอกลับมาโรงแรม เราก็เอาเงินมากองเต็มเตียงเลยค่ะ แล้วก็หอบเงินไปมาอยู่อย่างนั้นหลายวัน เพราะหาที่เก็บไม่ได้ (หัวเราะ)

 


ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เกินกว่าเป้าที่เราตั้งไว้มั้ยคะ
เอ๋ : เหมือนกราฟที่มันวิ่งขึ้นอย่างเดียวเลย ก็ถือว่ามันเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเราพี่น้องมากๆ แต่ในที่สุดมันก็เกิดสิ่งที่ไม่ได้คาดฝันขึ้นเช่นกันเพราะไม่ใช่แค่ความสำเร็จอย่างเดียวที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมาสะดุดลงเพราะเราโดนไฟไหม้ ตอนนั้นเรากำลังจะมีงานโชว์ มีการเอาตัวอย่างเสื้อผ้า กระเป๋ามาเยอะแยะเลย ประมาณ 6 โมงเย็นของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ซึ่งครบรอบที่เราสร้างบ้านหลังนี้พอดี ลูกน้องก็โทรฯ มาบอกว่าด้านหลังไฟไหม้ และไม่รู้ว่าจะเข้าร้านหรือเปล่า มันใกล้มากๆ ตำรวจกันให้ทุกคนออกมาแล้ว เขาหยิบอะไรมาไม่ได้ นอกจากเงินที่ขายได้ในวันนั้น เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เอาตัวเองออกมาให้รอดก็พอ ดูแลทุกคนให้ออกมาให้หมด แล้วเราก็รีบขับรถกันมา มาถึงเด็กๆ ก็ร้องไห้กันหมด ทั้งตกใจ เสียดาย แล้ววันนั้นเราก็ได้ลงข่าว CNN ด้วยค่ะ ค่าเสียหายประมาณ 6 แสนกว่าปอนด์ ในตอนนั้นก็ 40-50 ล้านบาท


จากเหตุการณ์นั้นสอนให้เรียนรู้อะไรบ้างคะ
เอ๋ : เรียนรู้ว่าเราควรทำประกันค่ะ (หัวเราะ) และต้องล้านปอนด์เป็นอย่างต่ำ คือตั้งใจจะทำแต่ไม่ได้ทำสักที ไม่คิดว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้จะเกิดขึ้น เราเติบโตค่อนข้างเร็ว เลยทำให้เรามองความผิดพลาดต่างๆ น้อยลง ไม่คิดว่าเรื่องเสียหายแบบนี้จะเกิดขึ้น ดังนั้นหลังเหตุการณ์นี้ก็ทำประกันทันทีเลย


หลังจากวันนั้นถึงวันนี้ G Heaven มีเทคนิคครองใจลูกค้าอย่างไรบ้างคะ
เอ๋ : ต้องบอกว่าเรามีความจริงใจกับลูกค้าตลอดเวลา ให้ลูกค้าแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ไม่ดีก็เก็บไว้เป็นสต็อก เรายอมแบกสต็อก นอกจากนี้ช่วง Winter Summer เรามีการอัพเดทใหม่ทุกเดือน ทุกวีค ถ้าตัวไหนขายดีเรามีให้ตลอด ไม่มีขาดสต็อกเด็ดขาด เพราะฉะนั้นการที่เราครองใจเจ้าใหญ่ๆ ของเราได้คือ
เราจะเลือกสิ่งดีให้เขา มีการให้ทดลองขายก่อน สร้างความประทับใจให้มากที่สุด เซอร์วิสต้องมาเป็นอันดับแรกๆ


ในเรื่องของการยอมรับล่ะคะ ชาวต่างชาติเขามองอย่างไร กับการที่หญิงไทยเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่ดังมาก
เอ๋ : จริงๆ ไม่ค่อยมีใครรู้กันหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่เหนียวแน่นกันจริงๆ แรกๆ เขาจะไม่เชื่อ บอกว่าเราต้องมีเบื้องหลัง มีคนคอยให้ทุนแน่ๆ เราก็จะบอกว่า ฉันไม่มีใคร มีแค่น้องกับฉันสองคน เราเริ่มต้นกันแบบนี้จากนิดๆ หน่อยๆ อาศัยความใจกล้า บ้าบิ่น ดีบ้าง เจ๊งบ้าง แต่เพราะเรามั่นใจ และเป็นคนที่ชอบเสื้อผ้า แฟชั่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทำในสิ่งที่เรารัก มันก็จะสำเร็จได้เองค่ะ

 

 

 ที่มา ภาพและเรื่องจาก WOMAN PLUS


 

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา