สมศักดิ์ ชลาชล Power of Infinity

Home / Celeb Style / สมศักดิ์ ชลาชล Power of Infinity

 

 

สมศักดิ์ ชลาชล Power of Infinity
ศักยภาพของคนไร้ขีดจำกัด

 

สมศักดิ์ ชลาชล

สมศักดิ์ ชลาชล

 


      กว่า 30 ปี ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการช่างผมไทย ปฎิเสธไม่ได้ว่า สมศักดิ์ ชลาชล คือช่างผมมือหนึ่ง ผู้ปฎิวัติวงการช่างผมไทย ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล และยังเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัว ในตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ชลาชล กรุ๊ป ที่มีสาขามากมาย และบทสนทนาต่อไปนี้ จะทำให้คุณได้รู้จักมุมมอง ของเขาและศักยภาพในการสร้างคนมากยิ่งขึ้น


เล่าถึงความสำเร็จของ ชลาชล กรุ๊ป ในวันนี้ให้ฟังหน่อยค่ะ
      ปัจจุบัน ชลาชล กรุ๊ป มีทั้งหมด 4 แบรนด์ คือ ชลาชล ซาลอน ( Chalachol ) 10 สาขา , ชาลอน เดอ บีเคเค ( Salon de BKK ) 1 สาขา และ คิวคัท ( Q-cut ) 5 สาขา และมีแพลนที่จะขยายสาขาต่อไปอีกเรื่อยๆ อีกทั้งเรา ยังมีสถาบันฝึกอบรม เพื่อจะหล่อหลอม ทั้งการพูด ท่าทาง การเดิน การตัดสินใจ ควบคุมอารมณ์ เพื่อให้พนักงานมั่นใจในอาชีพ ซึ่งจะจัดเป็นคอร์สประจำทุกเดือน เพื่อสร้างช่างผู้เชี่ยวชาญ ในอนาคต


Key Suscess สู่ความสำเร็จของคุณ คืออะไร
     พี่จะมีสโลแกนการทำงานที่ใช้มาตลอด คือ  “จริงใจ จริงจัง เจนจัด” การทำงานของพี่ต้องทำด้วยความจริงใจ เพราะงานบริการต้องสื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้ รวมถึงมีเพื่อนมีลูกน้อง ก็ต้องจริงใจกับเขา และก็ต้องจริงจังด้วย คือไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ต้องทำอย่างจริงจัง และทำด้วยความตั้งใจ และที่ขาดไม่ได้ คือ เจนจัด คือในอาชีพงานฝีมือ มันต้องฝึกฝีมืออยู่เรื่อยๆ โดยอาศัยประสบการณ์ที่ทำซ้ำๆ จนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ ทั้งหมดนี้พี่ก็จะยึดมั่นมาตลอด


วิธีจัดการกับปัญหา สไตล์คุณสมศักดิ์ ชลาชล
     พี่จะยึดแนวทางพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือ ปัญหาสร้างปัญญา ถ้าไม่มีปัญหา เราก็จะไม่เกิดปัญญา อีกอย่างคือ อย่างคาดหวาง เพราะมันคือทุกข์ อะไรก็ตามถ้าทำได้อย่างที่บอกไป โดยที่ไม่คาดหวัง เชื่อเถอะว่า คุณจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มันเหมือนหลุดพ้น


แสดงว่าทุกวันนี้ หลุดพ้นแล้ว
     จะว่าอย่างนั้นก็ได้ คือมันอาจจะมีแวบๆบ้าง ตามประสาของมนุษย์ที่ยังคงมีกิเลส แต่ถ้าเราคิดได้ ในที่สุดมันก็จะกลับมายังจุดที่เราพอใจ เพราะอายุขนาดนี้ ผ่านอะไรมาเยอะ เพราะพี่เป็นคนที่ใช้ชีวิต แบบโลดโผน เรียกว่าเจอมาหมดแล้วทุกความรู้สึก แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง มันจะหยุดไปเอง

 

สมศักดิ์ ชลาชล
สมศักดิ์ ชลาชล

 


กับรางวัลล่าสุดที่ได้รับ ” Hair Hero of APEC ” ถือเป็นรางวัลสูงสุดในชีวิต
      แน่นอน มันเป็นรางวัลระดับโลก มีเพียง 5 คนในโลกเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้ รวมถึงยังเป็นรางวับที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันเหมือนเป็นรางวัลที่มอบให้สำหรับคนที่ทำงานมาแสนนาน และก็รู้สึกภาคภูมิใจมาก เพราะไม่ใช่เฉพาะเรา แต่ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้ เราแคนดิเดตกับประเทศญี่ปุ่น จนในที่สุดก็เป็นประเทศไทยที่ได้ และถือเป็นรางวัลสูงสุดที่ได้รับจากวงการทำผม


หลังจากได้รับรางวัล ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
      เหมือนเดิม คือ ยังต้องทำงานเหมือนเดิม ยังต้องพัฒนาตัวเอง ยังต้องเรียนรู้ อย่างหยุดนิ่ง เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงเร็ว ถ้าหยุด คุณก็จะไม่ทันกระแสโลก


ภาพภายนอกที่มองเห็น ดูคุณเป็นคนที่แรง จริงๆ แล้ว ตัวตนของคุณเป็นแบบไหน
      รู้สึกเหมือนกันว่าคนภายนอกกลัว เราเป็นคนที่เคลียร์มากกว่า มีอะไรคุยกันไปเลยตรงๆ ดีกว่าไปพูดลับหลัง และด้วยความที่เรามีหลายบทบาท ทุกคนรู้ว่านี่คือ สมศักดิ์ ชลาชล เป็นผู้บริหาร ชลาชล กรุ๊ป เป็น นักแสดง เป็นไฮโซ เป็นคนชอบทำบุญ หรือการเป็นอาจารย์ ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วบ้านทั่วเมืองก็ตาม ทุกบทบาทพี่ให้เกียรติ และจะแสดงออกอย่างชัดเจน มันเลยทำให้ภาพเราดูแรง แต่ถ้าใครรู้จัก จะรู้ว่าพี่ไม่ใช่คนดุ ไม่ใช่คนซีเรียส เพราะสไตล์ของพี่เป็นคนที่ชอบความเอ็นเตอร์เทน ไม่อย่างนั้นพี่คงไม่มีเพื่อนเยอะอย่างทุกวันนี้


ถือเป็นคนที่มีหลายแอคทิวิตี้มาก แล้วอย่างนี้มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร ให้ดูดีอยู่เสมอคะ
     คือต้องบอกก่อนว่าพี่เป็นคนที่รักตัวเอง และหลงตัวเองมาก พี่จะดูแลใส่ใจเป็นอย่างดี คือใครจะว่ายังไงก็ช่าง เพราะชีวิตพี่เนี่ย เริ่มจากศูนย์ แล้วมาถึงทุกวันนี้ได้ มันมาจากมันสมอง สองมือ และตัวเรา ฉะนั้นไม่มีเหตุผล อะไรที่จะไม่รักไม่ดูแลตัวเอง ถ้าเหนื่อยพี่ก็จะพักผ่อนเต็มที่ ถ้าอยากกินของดีๆ ก็จะกินแต่ของดีๆ ไปออกกำลังกาย ไปตีแบด หรือถ้าจำเป็นต้องเข้าอู่ซ่อม ก็ต้องเข้า เรียกว่า อะไรที่ดีที่สุดก็จะเสพเข้าร่างกาย


แสดงว่าทุกวันนี้ สุขภาพร่างกายแข็งแรงเต็มร้อย
       แน่นอน ถ้าในเรื่องของสุขภาพ แม้อายุจะ 53 แล้ว แต่บอกได้เลยว่ายัง ฟิตเปรี๊ยะ เวลาไปตรวจสุขภาพ หมอยังงงเลย คือ ไม่น่าเชื่อจะดูแลตัวเองได้ดีอย่างนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของจิตใจ เพราะอย่างที่บอกว่า หลงตัวเองมาก คือที่ใช้คำว่าหลง เพราะมันมากกว่ารัก คืออะไรที่ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ พี่จะหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าเรื่องของรูปร่างก็มีบ้าง อย่างรอบเอวจะมีปัญหา ต้องพยายามดูแลมากหน่อย


คิดอย่างไรที่ถูกยกย่องให้เป็น เอลตัน จอห์น เมืองไทย
      ตอนแรกยังไม่คิดนะ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนเปิดเผย พอมีคนพูดหลายๆ ครั้งเข้า ก็เริ่มสนใจ พอไปเอาประวัติของ เอลตั้น จอห์น มาศึกษา ก็รู้สึกว่า มีหลายอย่างที่คล้ายกัน คือเป็นเกย์เหมือนกัน แล้วเขาก็เป็นคนใจบุญ อย่างวันนั้นดูคอนเสิร์ต ก็เห็นว่าประธานาธิบดีก็มา คนดังทั่วโลกก็มา และต้องยอมรับว่าเขาเป็นเกย์ที่มีเพื่อนเยอะ แล้วเราก็เป็นคนมีเพื่อนเยอะ แล้วเราก็เป็นคนที่ชอบร้องเพลงด้วย ถ้าถามว่าเขาเป็นไอดอลเรามั้ย ยอมรับว่าใช่

สมศักดิ์ ชลาชล

 


ถ้าเปรียบเป็นสี ชีวิตของ คุณสมศักดิ์ เป็นสีอะไร
      สีรุ้งเลย เพราะชีวิตพี่มีหลายรสชาติ ยกเว้นเรื่องเศร้าที่ไม่มีแน่นอน

 


“ความรัก” ในมุมมองของ คุณสมศักดิ์
     สำหรับพี่ ความรักคือการให้ และต้องเป็นการให้ที่ไม่หวังผล เพราะพี่คิดว่าความรักเนี่ย นอกจากพ่อแม่ที่เสียไปแล้ว ตอนนี้พี่ต้องมีความรักให้ทุกคน ทั้งพี่น้อง เพื่อนฝูง และต้องให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่คาดหวัง เพราะใจอยากจะให้ ให้แล้วมีความสุข ฟังดูมันอาจจะทำยาก ยิ่งถ้าอยู่ในวัยที่กำลังสนุก แต่สำหรับพี่มันผ่านมาหมดแล้ว ทุกวันนี้ ถ้ามีโอกาสให้พี่ก็จะให้ อย่างตอนที่พี่มีลูกบุญธรรม เป็นลูกของหลาน ก็ถือว่ามีความสุข และพอใจกับจุดที่เป็นอยู่

 


ด้วยแนวคิดแบบนี้หรือเปล่า ที่ทำให้ คุณสมศักดิ์ ชอบทำบุญ
     จุดเริ่มต้นจริงๆ มันมาจากคุณพ่อเป็นเจ้าของสำนักสงฆ์ มันจะซึมซับเพราะตอนเด็ก เราปฎิบัติธรรม พอมาเจอโลก ได้เที่ยว ได้เข้าสังคม มันก็ไป แต่วันหนึ่งมันจะกลับมาหาสิ่งที่ดีๆ คือพี่เชื่ออย่างนี้ ถ้าใครที่มีลูกหลาน หมั่นพาเข้าวัดเป็นประจำ มันจะเป็นวัคซีน ตัวหนึ่งที่จะคอยกล่อมเกลา และทั้งหมดนี้ ถือเป็นที่มาที่ไป ของการให้ของพี่ ที่ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่เป็นอะไรที่มีประวัติศาสตร์ มีความเป็นมา

 


รู้สึกอย่างไรที่ถูกมองว่าสร้างภาพ
     ต้องถามกลับไปว่า เวลาไหนที่มองอย่างนั้น โอเคภาพเราอาจจะซ้อนกันอยู่ ตรงที่พี่ชอบทำบุญ ขณะเดียวกัน พี่อยู่ในสังคม วงการแฟชั่น ถ้าในเรื่องของงาน สมศักดิ์ ชลาชล มันต้องเวอร์ไว้ก่อน เพราะนั่นเป็นจุดขาย แต่ในเชิงส่วนตัว มันไม่ใช่

 


ในฐานะที่เป็นคนหนึ่ง ที่ชีวิตเริ่มจากศูนย์ และฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จ อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังสิ้นหวัง
     คนที่ฐานะไม่ดีมันจะมีภูมิตัวหนึ่ง นั่นคือความทะเยอทะยาน อย่าท้อแท้ แล้วต้องตั้งเป้าพยายามไปให้ถึงให้ได้ พี่จะคิดนอกกรอบเสมอ ว่ามนุษย์เรา มีความเท่าเทียมกัน มีร่างกายมีสมองเหมือนกัน พี่ถึงอยากบอกว่าใครที่เกิดมาจน ไม่ต้องเสียใจ แต่จงใช้ภูมิตรงนี้ให้เป็นประโยชน์

 


ทุกวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตหรือยังคะ
     ก็ยังนะ เพราะถึงจะได้ตำแหน่ง Hair Hero หรือได้เป็นผู้บริหาร แต่ความตั้งใจจริงของพี่ คืออยากจะพัฒนาวงการช่างผมไทย ให้ก้าวหน้าต่อไปเรื่องๆ อย่างตอนนี้พี่กำลังศึกษาต่อในระดับ ปริญญาเอก สาขาวิชาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งตั้งใจว่าจะทำดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับการสร้างมาตรฐานวิชาชีพช่างผมไทย เพราะปัจจุบันยังไม่มีเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงที่ผ่านมาก็จัดทำหนังสือสนทนาภาษาอังกฤษแจกฟรีสำหรับ ช่างทำผม หรือจะเป็นกองทุนสมศักดิ์เพื่อสมศักดิ์ ที่พี่ยังคงทำอยู่ ล้วนเป็นสิ่งที่พี่ทำแล้วมีความสุข และก็คงจะทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำไม่ไหว

 

 


  ที่มาเรื่องและภาพ จากนิตยสาร Lips

  ที่มาเรื่องและภาพ จากนิตยสาร Lips

ขออนุญาตใช้เนื้อหา