ทำความสะอาดรองเท้า รองเท้ากันน้ำ รองเท้าผ้าใบ สงกรานต์ สเปรย์กันน้ำ

สงกรานต์นี้มีตัวช่วย! สเปรย์กันน้ำ ไอเทมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ไอเทมอเนกประสงค์ของสาวกแฟชั่นตัวจริง

Home / Trend Fashion / สงกรานต์นี้มีตัวช่วย! สเปรย์กันน้ำ ไอเทมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ไอเทมอเนกประสงค์ของสาวกแฟชั่นตัวจริง

เดือนเมษายนนี้ เทศกาลสงกรานต์ก็จะใกล้เข้ามาแล้ว บวกกับช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวน ไหนจะฝนตก แดดออก มลภาวะฝุ่นควันต่างๆ ต้องเดินทางไปนั่นไปนี่ ด้วยรองเท้าคู่โปรด กลับมาบ้านก็เหนื่อยแล้ว ไหนจะต้องมาทำความสะอาดรองเท้าอีก ยิ่งช่วงสงกรานต์นี่เดินไปไหนก็มีแต่น้ำ เปียกเลอะเทอะเต็มไปหมด ถือเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับคนรักรองเท้าเลยแหละ

หมดกังวลเรื่องคราบสกปรก และความชื้นแฉะที่ต้องเจอ วันนี้เรามีไอเทมตัวช่วยดีๆ ที่จะคงความอ่อนเยาว์ให้กับรองเท้าของคุณ นั่นก็คือ สเปรย์กันน้ำ (Waterproof Spray) ซึ่งในไทยก็มีขายอยู่หลากหลายยี่ห้อเหมือนกัน มีให้เลือกลายตาเลยทีเดียว แต่วันนี้เราจะไปทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติโดยรวมต่าง ๆ ของ สเปรย์กันน้ำกันเลยยยยย

 

เปลี่ยนรองเท้าผ้าใบ ธรรมด๊า…ธรรมดา ให้กันน้ำได้

สเปรย์กันน้ำ

สเปรย์กันน้ำ สำหรับรองเท้าผ้าใบ คือ สเปรย์ที่ใช้ฉีดเพื่อปกป้องพื้นผิวจากของเหลวและคราบสกปรก ใช้ได้กับหลากหลายพื้นผิว  ทำจากพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ สามารถเอาใช้กันอื่น ๆ ได้ เช่น กระเป๋าหนัง หรือเบาะอื่น ๆ สามาถใช้ได้หลากหลาย  ฉีดพ่นเคลือบ ผ้า, หนัง หรือวัสดุอื่น ๆ เพื่อป้องกันน้ำและคราบสกปรก เหมาะสำหรับใช้กับผ้าบุโซฟา พรม ผ้าไหม เบาะรถยนต์ หนัง ไม้หิน และวัสดุต่าง ๆ ที่ไม่ต้องการให้เกิดคราบสกปรกหรือรอยเปื้อน คงลักษณะเดิมทั้งสี และผิวสัมผัสของวัสดุ เมื่อพ่นเคลือบแล้ว คุณสมบัติของสเปรย์กันน้ำจะมีลักษณะโปร่งแสง และไม่ทำให้สีวัสดุ รองเท้าหรือกระเป๋าของคุณเปลี่ยนไป

 

 วิธีการใช้งาน 

1. ทำความสะอาดรองเท้าหรือวัสดุ ชิ้นงานที่จะเคลือบต้องอยู่ในสภาพที่สะอาด และแห้ง

2. เขย่าขวดก่อนใช้งาน ฉีดลงไปบนวัสดุที่ต้องการ โดยระยะฉีดที่พอดีคือ 20-30 เซนติเมตร

3. ปล่อยให้แห้งประมาณ 10-15 นาที แล้วฉีดซ้ำ 2-3 รอบ เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันสูงสุด

4. ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน เพื่อให้ตัวสเปรย์ซึมเข้ากับผิววัสดุ และแห้งสนิท จึงนำไปใช้งานได้อย่างปกติ

(อาจทำการทดสอบความกันน้ำ โดนการหยดน้ำใส่ดู หากน้ำยังไม่กลิ้ง ก็ให้พ่นสเปรย์อีกรอบ)


Tips&Tricks : 10 ข้อ ควรรู้

1. ตัวสเปรย์จะมีให้เลือกหลายแบบ มีทั้งสเปรย์กันน้ำ สเปรย์ทำความสะอาด สเปรย์ดับกลิ่น  และมียางลบสำหรับลบคราบสกปรกบนรองเท้าด้วย ควรเลือกตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

2. สเปรย์กันน้ำ ไม่ได้ใช้กับรองเท้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้ได้กับหลายพื้นผิว เช่น ไม้ ผ้าใบ หนัง  ผ้าต่างๆ กระเป๋าหนัง หมวก ร่ม หรือเบาะอื่น ๆ  ฯลฯ

3. ทางที่ดีควรพ่นรองเท้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เอาออกจากกล่อง เพื่อคงความใหม่ไว้ตั้งแต่แรก พ่นทุกซอกทุกมุม เน้นย้ำ ตรงตะเข็บและเชือกด้วย ยกเว้นพื้นรองเท้า เพราะจะเปลือง

4. รองเท้าผ้าใบนี่ถ้าสกปรกมากก็ควรเช็ดหรือใช้น้ำยาทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นมันจะเคลือบติดฝุ่นไปด้วย ประสิทธิภาพของสเปรย์ก็จะลดลง

5. สเปรย์ไม่สามารถเคลือบที่รูช่องว่างต่างๆ ได้ สำหรับเนื้อผ้า สเปรย์จะช่วยเคลือบเฉพาะส่วนที่เป็นเส้นใย แต่ช่องว่างระหว่างเส้นใยอาจเกิดการซึมได้ แต่การเคลือบนั้นจะป้องกันเส้นใยผ้าแล้ว

6. การฉีดพ่นบางๆ หลายครั้ง จะเห็นผลที่ดีกว่า การฉีดพ่นหนาๆ เพียงครั้งเดียว แต่ทั้งนี้ เพื่อการปกป้องที่ดียิ่งขึ้น ควรจะมีการฉีดพ่นซ้ำ ทุกๆ 3-4 สัปดาห์ (ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพของการใช้งานด้วย) หรือพ่น 1 ครั้งบางๆ เมื่อรู้สึกว่าการเคลือบปกป้องบริเวณนั้นเริ่มน้อยลง

7. แนะนำว่าให้ออกไปฉีดที่กลางแจ้ง เพราะหากเราฉีดในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก อาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้

8. เพื่อการปกป้องที่ยาวนานหลังฉีดควรทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงก่อนโดนน้ำหรือของเหลว

9. ถ้ามีเวลาจำกัด ไม่มีเวลาวางรองเท้าทิ้งไว้ให้แห้งถึง 24 ชั่วโมงได้ สามารถฉีดสเปรย์แล้วใช้ไดร์มาช่วยเป่าให้แห้งก็ได้ เสร็จแล้วค่อยใส่ออกไปลุยกันเลย

10. หัวแบบสเปรย์ธรรมดา ที่ฉีดออกมาเป็นละอองน้ำแบบเป็นเม็ดๆ  ทำให้การฉีดได้ทั่วพื้นที่จะยากนิดนึง แต่ถ้าเลือกเป็นแบบหัวสเปรย์ฟุ้งๆน่าจะได้ละอองที่ละเอียด เข้าถึงได้ง่ายกว่า


ข้อดี ของการใช้สเปรย์กันน้ำ

  • สเปรย์กันทั้งน้ำและป้องกันคราบจากสิ่งสกปรกต่างๆได้ ทำให้ล้างออกง่าย
  • วิธีการใช้งาน ไม่ยุ่งยาก
  • ช่วยทำให้พื้นผิวดูใหม่อยู่เสมอ
  • ลดระยะเวลาและความถี่ในการทำความสะอาด
  • ใส่ลุยฝนได้ ลุยน้ำขังได้ (แค่อย่าให้น้ำเข้าข้างในรองเท้า)
  • ไม่ทำให้สีจาง สีหมอง สีเพี้ยน ไม่ทำร้ายรองเท้า
  • ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจไม่กังวล

ข้อเสีย 

  • ถือว่าแพงเหมือนกัน ถ้าเราฉีดเยอะๆ
  • บางยี่ห้อเนื้อผ้าอาจจะแข็งขึ้นเล็กน้อย เพราะมีสารเคมีไปเคลือบไว้
  • ประสิทธิภาพของสเปรย์ที่เราฉีดพ่นในแต่ละครั้ง ความยาวนานของสเปรย์แต่ละยี่ห้อไม่เท่ากันควรศึกษารายละเอียดให้ดี ถ้าใส่บ่อยก็ควรพ่นซ้ำประจำๆ ซึ่งการใช้กับกระเป๋า หรือวัสดุที่ซับน้ำได้มากจะใช้ปริมาณที่มากกว่า
  • บางยี่ห้ออาจเหม็นกลิ่นฉุนของสเปรย์ตอนฉีด

เคล็ดลับการดูแลรักษารองเท้าของ เพ็ชร ธกฤต

ขออนุญาตใช้เนื้อหา