คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา

Home / คู่รัก / คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา

คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา

เรื่องราวความรักของคุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา ดีเจประจำคลื่น 104.5 Fat Radio กับคุณบุ้งกี๋- วิสทา สุขทิศ เริ่มต้นจากความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายชายเป็นประธานเชียร์ส่วนฝ่ายหญิงเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ในตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่เกิดอาการปิ๊ง เพราะคุณช้างน้อยก็ยุ่ง คุณบุ้งกี๋ก็มีแฟนอยู่แล้ว กาลเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่แล้ววันหนึ่ง…

“กี๋โทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องงาน ผมจึงแนะนำเขาไปหลายเรื่อง ไปๆ มาๆ หลังจากนั้นเราเริ่มสนิทกันมากขึ้น ด้วยความที่เขามีบุคลิกน่ารักกุ๊กกิ๊ก ขี้อ้อน ดูแลเอาใจใส่ผมตลอด เรื่องบางเรื่องที่ผมไม่ถนัดเช่นเรื่องการแต่งตัว เขาก็ช่วยแนะนำให้ ความประทับใจที่ผมมีในตัวกี๋จึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พอเราทำงานด้วยกันเกือบหนึ่งปีจึงคบหาเป็นแฟนกัน


“ทุกครั้งที่มีเวลาว่างเราทั้งคู่ชอบไปพักผ่อนนอนเล่นริมทะเลที่หัวหินกับก๊วนเพื่อน เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาผมจึงจัดทริปขึ้นเหนือไปเที่ยวเชียงใหม่กับกี๋และครอบครัว ปกติกี๋เป็นคนชอบถ่ายรูปและเขียนไดอารี่อยู่แล้ว พอดีเราซื้อกล้องถ่าย รูปมาใหม่ด้วยเลยเห่อกล้องกันมาก ไปไหนก็ จะถ่ายรูปเก็บไว้เยอะแยะ แถมขณะที่เรากำลังเดินเล่นบนถนนนิมาเหมินทร์ เราไปเจอสมุดไดอารี่เล่มหนึ่งวางขายอยู่ พอเห็นปุ๊บรีบซื้อทัน ที เพราะหน้าปกเป็นรูปช้างหันหลังมีเด็กผู้หญิงนั่งอยู่บนหลังช้าง กี๋บอกว่าตัวเขาคือเด็กผู้หญิง ส่วนผมคือช้างตัวอ้วน

“พอกลับกรุงเทพฯ กี๋ไปอัดรูปที่ถ่ายกันไว้ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วเอามาติดในสมุดไดอารี่ เล่มนี้ พร้อมกับเขียนบรรยายเล่าเหตุการณ์การเดินทางว่าในแต่ละวันเราไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง รู้สึกสนุกอย่างไร บางทีกี๋นึกไม่ออกหรือลืมเหตุการณ์ เขาจะโทรศัพท์มาถามผมให้ช่วยเขา นึกว่าเราไปทำอะไรกันมาบ้าง

เมื่อผมมานั่งอ่านไดอารี่ของกี๋ มันรู้สึกชื่นใจ อ่านแล้วมีความสุขมาก เพราะทำให้เรานึกถึงวันนั้น ว่าเรามีความสุขกันแค่ไหนและอยากให้เรามีความสุขเหมือนวันนั้นตลอดไป ถึงเราจะคบกันมานานจนรู้สึกธรรมดา ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะเราคิดว่าสิ่งต่างๆในชีวิตที่เกิดขึ้นทุกวันมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อเรามานั่งคิดทบทวนแล้วจะรู้ว่าความรู้สึกดีๆ ที่มันแฝงตัวอยู่ในแต่ละวันนั้นมันมีมากมายจริงๆ”

ไดอารี่ความรักของทั้งคู่ คงต้องเตรียมหน้าว่างๆเพื่อบันทึกข่าวดีของคุณช้างน้อยกับคุณบุ้งกี๋ในช่วงปลายปีหน้าแล้วละค่ะ

ขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก นิตยสาร we

http://www.we-mag.com

ภาพประกอบจาก internet

ขออนุญาตใช้เนื้อหา