น่าบอกรัก–ไหม? วิสา สารสาส

Home / คู่รัก / น่าบอกรัก–ไหม? วิสา สารสาส


 
น่าบอกรัก–ไหม?  วิสา สารสาส

 


       เปล่า, ไม่ได้บอกรักน้องไหม “วิสา สารสาส” กันในที่สาธารณะให้เป็นที่เอิกเกริกแต่อย่างใด แค่อยากจะบอกว่า ตัวจริงของน้องไหมนั้นน่ารัก อย่าบอกใคร–ก็แค่นั้นเอง

 

       ค่าที่เธอทั้งเปิดเผย จริงใจ และตรงไปตรงมา แน่ละ หากจะมองต้วยตาเปล่า น้องไหมก็เป็นหนึ่งในคุณหนูไฮโซที่แสนจะเพียบพร้อม แต่หากมองให้ลึกลงไป สาวคนนี้มีดีกว่าที่คิด แค่ความสามารถในการรับมือกับศึก”ธรรมะ ปะทะ แบรนด์เนม” และสร้างสมดุลย์ให้อยุ่คู่กันได้ ก็ต้องยกนิ้วให้”คุณหนูจอมแก่น รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น”ของแท้ และมีแค่หนึ่งเดียวคนนี้ซะแล้ว

 

        และเมื่อเธอหันมาประเดิมบทนางเอกกับภาพยนตร์เรื่องแรก “โคตรรักเอ็งเลย” เสียงเพลง A Star is Born ก็ดังก้องกังวาน พร้อมกันนั้นเธอยังทำให้ใครต่อใคร “โคตรรักน้องไหม” ไปตามๆ กัน และมิพักต้องรอให้เสียเวลา สาวสวยก็ทำการสลัดเสื้อผ้าแบรนด์เนม มานุ่งผ้าถุงแบบไทยๆ ในภาพยนตร์เรื่องใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำใจดีๆ ไว้นะคะ เพราะอีกมิช้ามินาน สาวไหมจะเป็นนางเอกหนังไทยเรื่อง “คนหิ้วหัว” !!!

 

เริ่มมีแววด้านการแสดงตั้งแต่ เมื่อไหร่ ก่อนหน้านี้เห็นเคยถ่ายโฆษณามาบ้าง

      ก็มีโตโยต้า กับซิเซโด้ จริงๆ แล้วไหมเป็นเด็กขี้อายนะ เวลาเพื่อนพี่ชายมาเที่ยวที่บ้านก็จะไปหลบตามมุมเสา (หัวเราะ) เขิน สมัยก่อนขี้อายมาก ก็เริ่มจากถ่ายแบบก่อน จริงๆ ก่อนหน้านั้น สมัยเด็กกระจิ๊วเลย เคยถ่ายให้ “ดิฉัน” จำได้เลย เป็นแบบของแจกสำหรับสมาชิก นานมากแล้ว แต่อันนั้นไม่ถือว่าเข้าวงการ เข้ามาจริงๆ ก็15-16 ถ่ายหนังสือวัยรุ่น พ่อแม่ก็อนุญาต ไม่ว่าอะไร พอขึ้นมหาวิทยาลัย ปี 2 อายุ-ยุวดี ไทยหิรัญ ที่ยูม่า ก็ชวนมาเล่นละคร

 

แล้วเจออายุได้อย่างไรคะเพราะพี่ต่าย (ณัฐพล ลียะวณิช)

เอ…แล้วพี่ต่ายเป็นใครละนี่

(ยิ้มอาย) พี่ต่ายเป็นเพื่อนของเพื่อน เจอกันตอนไหมอยู่ปี 2 นี่แหละ เพราะสนิทกับพี่ต่ายนี่แหละค่ะ ก็เลยทำให้ได้เจอกับอายุ เพราะพี่ต่ายอยู่ยูม่า อายุชวนมาเล่นละคร ไหมก็อยากเล่น แต่ทีนี้ทางช่องเขาให้เซ็นสัญญา ยาวมาก ตั้ง 7 ปี พ่อแม่ก็เลยไม่อนุญาต แต่ไหมก็มีสัญญาใจกับอายุว่า พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาเล่น อายุจะน่ารักกับไหมมาก

 

ในที่สุดก็มาลงเอยที่การเล่นหนัง

       พอดีพี่พิงติดต่อมา อยากให้ไหมเล่นเรื่อง “โคตรรักเอ็งเลย” นี่แหละ จริงๆ แล้วบทค่อนข้างแรงสำหรับเรื่องแรก เล่นเป็นแม่ แล้วร้องไห้เยอะมาก ไหมคิดนานมาก คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับหลายๆ คน แต่ที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วล่ะ ว่าจะเล่นมั้ย ที่ไหมเล่นเพราะไปอ่านไดอะล็อก

 

      มันมีหลายประโยคที่ไหมอยากจะพูดให้คนดูได้ยิน มัน ไม่ได้ตรงกับไหมเป๊ะๆ แต่มันตรงกับความเป็นจริงของชีวิต เป็นประโยค ที่เราอยากถ่ายทอดออกมา ก็เลยเล่น มาเล่นหนัง พ่อแม่ก็โอเค ไม่ว่าอะไร พ่อพูดคำเดียวว่า ห้ามเล่นบทโสเภณี เท่านั้นเอง ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างที่หลายคนทราบ ว่าน้องไหมแจ้งเกิดทันที จากภาพยนตร์เรื่องแรก พร้อมๆ กับความดังของไหม

 

ไหมเคยให้สัมภาษณ์ว่า เคยอกหักด้วย

ก็พี่ต่ายนี่ละค่ะ (ยิ้ม) ทะเลาะกัน ตอนนั้นไหมเพิ่งจะ18 นิดๆ เอง เป็นทุกข์มาก ไม่รู้จะหาทางออกยังไง ไปเที่ยวเมืองนอกก็แล้ว ไปทะเลก็แล้ว พูดง่ายๆ ทำทุกอย่างแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะไหมเป็นคนเซ้นซิทีฟมาก (เน้นเสียง)

 

เห็นเป็นเด็กร่าเริง อารมณ์ดี เวลาอกหักนี่อาการจะหนักขนาดไหนคะ

โหย…กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนแม่ต้องมานอนด้วย แม่หลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมายังเห็นลูกนั่งอยู่ท่าเดิม นั่งน้ำตาไหลทั้งคืน น้ำหนักลดลงไป 7 กิโลฯ แต่ไปเรียนหนังสือทุกวันนะ โทรมเชียว ใครไม่รู้ก็นึกว่าไหมติดยา (หัวเราะ) แล้วไม่แคร์ด้วยนะ ว่าใครจะมองยังไง


แล้วทำไมถึงเลือกที่จะหาทางออก ด้วยการไปปฏิบัติธรรม

  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อยู่ดีๆ มันก็คิดขึ้นมาเอง ว่าเราต้องไปนั่งสมาธิแล้วละ โอ๊ย…ตอนแรกเอ็กซ์ตรีมเลยนะ จะไปบวชชีพราหมณ์โน่นเลย เพราะที่บ้านไหมพ่อกับแม่จะค่อยๆ เอาธรรมะแทรกๆ เข้ามาเวลาสอนลูกเสมอ เวลาไหมคร่ำครวญเรื่องความรักทีไร แม่ก็จะถามว่า กฏข้อที่หนึ่งของการมีรักคืออะไรลูก แล้วไหมก็ตอบว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ฉะนั้น พอมีความทุกข์ไหมก็เลยคิดถึงธรรมะก่อน ก็ไปที่พนาวัน ที่เชียงใหม่

 

จริงมั้ยคะ ที่มีข่าวว่าตอนไหมอกหักแล้วคิดจะฆ่าตัวตาย

     ไม่ได้ฆ่าตัวต๊าย…(เสียงสูง) จะบอกให้ว่าเป็นอารมณ์ประชดน่ะ แต่ให้ยังไง ก็ไม่ยอมตายหรอก ให้ตายเถอะโรบิน (หัวเราะ)

 

พอจะเล่าได้มั้ยคะว่า อกหักเพราะอะไร

    เล่าได้ค่ะ ก็ไปเที่ยวเกาะเต่าด้วยกัน ตอนนั้นไปกับเพื่อนทั้งกลุ่ม ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย แล้วแต่ละคนเหมือนลูกลิงมาเกิด เป็นการไปเที่ยวที่ไม่มีการวางแผนอะไรทั้งสิ้น มันเหมือน เราได้เห็นธาตุแท้ของกันและกัน เริ่มทนกันไม่ได้ (หัวเราะ) ต่างคนต่างหงุดหงิด และเหนื่อย  กลับมาก็เลยเลิกกัน

 

     แต่ในที่สุดก็่กลับมาคืนดีกัน รึว่าจะเป็นพรหมลิขิต (ยิ้ม) ก็เลิกคบกันไปประมาณปีนึง แล้วก็กลับมาเจอกันโดยบังเอิญที่ฮาราจูกุ ซึ่งคนเยอะมาก ตอนนั้นไหมไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โน่น กำลังช้อปปิ้งอยู่ในคิตตี้แลนด์ดีๆ ก็เจอพี่คนนึงหน้าคุ้นๆ อ้าว…พี่สไตลิสต์ที่ยูม่านี่ เขาก็บอกว่า เดี๋ยวพวกอายุ เดี๋ยวพี่ต่ายจะเดินมา แล้วก่อนไปเราเพิ่งงอนๆ กันอยู่ ก็แอ๊ะ–ไม่อยากเจอ แต่พอได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกมันเหมือนเดิมทุกอย่าง รู้ตัวอีกทีก็ดีกันแล้ว (หัวเราะ) ไหมชอบตรงที่เขาเป็นคนชื่อๆ ตรงๆ แล้วก็เป็นคนมีน้ำใจ พื้นฐานจิตใจเป็นคนดี ไม่ว่าไหมจะเป็นยังไงเขาก็จะรัก เขารู้จักเราดี เสมอต้นเสมอปลาย แบบไหมเป็นคนอ้วนง่าย ผอมง่าย บางทีขึ้นไป อืดเป็นหมูเลย (หัวเราะ) แต่เขาก็ชอบ ชอบให้ไหมอ้วน มันเหมือนเราสนิทแล้วรู้ใจกัน ยิ่งเวลาไปช้อปปิ้ง อ้าว…อันนี้ก็เหมาะกับไหม อันนี้ก็เหมาะ  กับพี่ต่าย เพราะโดยพื้นฐานแล้วเป็นคนชอบอะไรเหมือนๆ กัน แล้วพี่ต่ายเป็นคนเดียว ที่ทนไหมได้เวลาไหมซื้อของ เพราะช่างแต่งตัวด้วยกันทั้งคู่

 

           แต่เดี๋ยวนี้เริ่มทนไม่ได้แล้วนี่ เห็นบ่น บ่นชิบเป๋งเลย เรื่องไหมซื้อกระเป๋า ผมจะต้องทำงานขนาดไหนเนี่ยกว่าจะซื้อกระเป๋าให้บี๊ได้แต่ละเดือน เขาจะเรียกไหมว่า “บี๊” มาจาก-เบ่บี๊ แหม…ก็ไม่ได้ขอให้ซื้อ แต่เขาก็ชอบซื้อให้ แล้วพอซื้อแล้วก็มาบ่น ชอบมาแย่งจ่ายตังค์

 

แล้วที่มีข่าวว่า ต่ายให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าไหมจะฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่เพราะอกหักหรอก แต่เป็นเพราะไม่ได้กระเป๋าคอลเล็กชั่นล่าสุดมากกว่า

      (หัวเราะ) อันนี้เว่อร์ พี่ต่ายมาเม้าธ์เรื่องกระเป๋า เดี๋ยวจะโดนให้–เว่อร์มาก แต่บางที ก็จริงค่ะ (เสียงอ่อย) ก็ไม่ได้จะฆ่าตัวตาย แต่ก็มีง้องแง้งไง แหม…คนเราก็ไม่เหมือนกันไง อย่างพี่ต่ายก็บ้าเฟอร์นิเจอร์จะตาย ดูได้เป็นวันๆ ส่วนไหมก็ชอบอยู่ 2 อย่างคือ รองเท้ากับกระเป๋า แต่ไหมก็มีไม่เยอะนะ ที่ว่าไม่เยอะน่ะ ประมาณไหนได้คะ เพราะมีแหล่งข่าวรายงานว่า

ตู้เก็บกระเป๋ารองเท้าของไหมนั้น ใช้แทนผนังบ้านได้เลย

ไม่เยอะหรอก หลังๆ ไม่ค่อยได้ให้พ่อแม่ซื้อให้แล้ว นอกจากใบไหนที่ยังซื้อเองไม่ได้ ก็มีอ้อนพ่อบ้าง แต่ใบไหนที่อยากได้มากๆ ไหมจะเก็บไปฝัน ฝันว่าได้ถือ แล้วจะเล่าให้พี่ต่ายฟัง ว่าไหมอยากได้จริงๆ ถ้าใบไหนที่ไหมเก็บไปฝัน ไหมต้องได้แล้วล่ะ จะภาวนาว่า ขอให้ได้เถอะค่ะ (หัวเราะ)

 

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา