เพลงรัก ความรักของโอ-อนุชิต

Home / คู่รัก / เพลงรัก ความรักของโอ-อนุชิต

เพลงรัก ความรักของโอ-อนุชิต


คนฮ่องกงคิดว่าโอหน้าตาเหมือน เลสลี่ จาง มากๆ มองในบางมุม ผมก็ปฏิเสธข้อสังเกตนี้ไม่ได้ ทว่าเขาไม่ใช่นกไร้ขาของใครทั้งนั้น เขามีปีกแห่งความอ่อนเยาว์ของเขาเอง โอเป็นชายหนุ่มที่เรามักหลงลืมคิดว่าเขายังคงเป็นเด็กหนุ่มทุกที

โอไม่ได้แต่งเพลงทุกวัน แต่ถ้าวันไหนได้นั่งมองท้องฟ้า เขาก็คิดว่าน่าจะเขียนเพลงดูบ้าง Space ของเขาในวันนี้ เคลื่อนที่ด้วยพลังงานที่เราเรียกสั้นๆ ว่า ความรัก

เอาเถอะ ผมคงไม่ต้องโฆษณาให้มากไปกว่านี้ คุณอยากรู้จักเขาแล้วใช่ไหมล่ะ ?


1. เต้าหู้ของชายหนุ่ม


อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ไม่ใช่ชายหนุ่มเคร่งขรึมอย่างในหนัง นอกจอเขาสุภาพ และเป็นกันเองมากๆ และอย่างที่ทุกคนรู้กันดี ตอนนี้โอกำลังซุ่มทำอัลบั้มเพลงกับค่ายแกรมมี่อยู่

วิธีวางคอนเซ็ปต์ศิลปินเป็นความลับของบริษัทครับ เขายิ้ม

นอกจากคอนเซ็ปต์ว่าเราอยากเป็นอะไร เอ็มวีจะทำอย่างไร ผมคิดว่าน่าจะลองเขียนเพลงเองบ้าง ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องความรักก็เลยเอามา ระบายกับการเขียนเพลง เพราะเวลาเราอินกับเรื่องอะไรมากๆ ความรู้สึก ทั้งหลายมันจะออกมา ความรักเป็นแรงผลักดันให้เราทำนู่นทำนี่อยู่ตลอด เวลาที่เสียใจหรืออินสุดๆ ก็จะเอามาเขียน

งานเพลงเป็นการระบายความรู้สึกที่เราอยากจะบอก มันค่อนข้างส่วนตัว หลักๆ คือผมอยากร้องให้คนที่เราเขียนเพลงให้ เท่านั้นเองครับ แต่ถ้ามันจะไปโดนใจใครหลายๆ คนก็ดีมาก ผมเขียนมาเป็นสิบๆ เพลงนะ แต่ผมไม่ได้เรียนดนตรีมาก่อนนะครับ แค่ฟังเพลงเยอะแล้วก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราว่าเพลงนี้น่าจะเป็นแบบนี้นะ ส่วนใหญ่จะนึกถึงเมโลดี้ก่อนแล้วค่อยนึกถึงเนื้อหา


เพลงที่ใช้เวลาเขียนสั้นๆ มักจะเป็นเพลงที่ดี เหมือนการแต่งกลอนที่ปุ๊บๆ 5 นาทีเสร็จ ทุกอย่างสัมผัสกันได้หมดและลื่นไหล อย่างเพลงประกอบละครพรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน ผมแต่งเองและร้องเอง ชื่อเพลง
เพิ่งรู้จัก ผมรู้สึกว่าถ้าเขียนเพลงในแง่ของตัวละคร ผมก็น่าจะรู้ดีว่าตัวละครนี้คิดอย่างไร ก็เป็นเพลงในแง่บวกที่เขียนง่ายๆ

แล้วเพลงอื่นๆ ที่เขาแต่งมีหน้าตาอย่างไรล่ะ ?

เศร้าสุดๆ เศร้าแล้วเศร้าอีก เป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร ประมาณนี้ครับ เขาหัวเราะ


ผมมักโดนบอกเลิกด้วยข้อหาว่าน่าเบื่อ ไม่มีสีสัน เต้าหู้ คือทุกคนรู้ว่าเต้าหูมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่มันไม่อร่อย พี่เขาดีมากเลยนะ ดีแต่น่าเบื่อ ไม่มีรสชาติ ซึ่งจะประหลาดๆ หน่อย หลังๆ ผมก็พยายามที่จะเปลี่ยนตัวเองด้วยการเจ้าชู้ คบทีละหลายๆ คน เผื่อจะมีเสน่ห์ขึ้นมาบ้าง แต่การ เจ้าชู้มันก็คือการคบกับคนมากกว่า 1 คน ซึ่งก็ต้องมีคนเสียใจ ผมเชื่อเรื่องเวรกรรม เรื่องดวง เชื่อในเรื่องที่มองไม่เห็น ที่ผ่านมาเวลาอกหักผมก็จะรู้สึกว่ามันคือกรรมที่เราทำเอาไว้


2. I wanna have sex with you !


สิ่งที่เราอยากเป็นกับสิ่งที่คนอยากเห็น บางทีไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ผมรู้สึกว่าคนที่ชื่นชอบผม แฟนหนัง แฟนละครส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ เขาไม่อยาก เห็นผมเป็นเด็กซ่าๆ เขาคงจะชอบตอนที่ผมเป็นเด็กเรียบร้อย ออกไทยๆ แต่จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป ก็ยังชอบไปเที่ยวกลางคืน ซ่าๆ กวนประสาทบ้าง ฉะนั้น เพลงบางเพลงที่ผมแต่งมันก็จะสองแง่สองง่ามสุดๆ


สองแง่สองง่ามสุดๆ ! โอเนี่ยนะ ?


ผมไม่ใช่เด็กแล้ว ผมอายุ 27 แล้ว ผมสามารถพูดเรื่องนี้ได้ ก็เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ชื่อเพลงอยากมีอะไรกับเธอ เนื้อหาก็ตรงๆ มันเป็นเหตุการณ์ปกติสำหรับผู้ชายทุกคนเวลาไปเที่ยวกลางคืน คนที่เราชอบแบบอยากเป็นแฟนกับอยากมีอะไรด้วยมันต่างกัน ซึ่งผมคิดว่าทุกคนเคยรู้สึกอย่างนี้ เวลาเจอคนแต่งตัวโป๊ๆ เอ็กซ์ๆ เดินเข้ามา โอ๊ย! อยากรู้จัก อยากมีอะไรมากกว่าการรู้จักจัง

I wanna have sex with you…โอย้อนถามคืนว่า ทีฝรั่งเขาก็ยังพูดโจ๋งครึ่มอย่างนี้ได้ ไม่เห็นแปลกสักหน่อย แต่ผมก็เข้าใจนะครับ

เขาทำท่าครุ่นคิด ว่าเพราะเขาเป็นฝรั่งไม่เหมือนบ้านเรา พอผมเขียนแล้วเอาไปให้ทีมงานฟัง เขาก็ชอบนะ บอกว่ามันดีแต่ก็ต้องเอามาแก้ไขกันหน่อย เพราะบางทีอาจจะโดนคุณระเบียบรัตน์ไม่ให้เปิดได้



3. พลังงานของความรัก


ผมเชื่อว่าทุกอย่างโดนกำหนดมาแล้ว… เอ…มันคือความหมายหนึ่งของคำว่าพรหมลิขิตหรือเปล่านะ ?

มีคนคนหนึ่งที่ผมชอบเขามานานมาก แต่ตอนที่ผมชอบเขา ผมดันมีแฟนแล้ว ก็เลยทำให้เขาเสียใจ แต่พอวันที่ผมเลิกคบกับแฟนก็เป็นวันที่เขามีแฟนไปแล้ว เขาบอกว่าเราสองคนไม่ใช่ไม่รักกันนะ แต่เวลาทำให้เราสองคนคบกันไม่ได้


ผมมีแฟนมาแล้ว 3 คน ทุกคนเป็นประสบการณ์ให้กับชีวิตหมด เด็กๆ


ความรักครั้งแรกก็จะหวานจ๋อย อยากเจอทุกวัน โตขึ้นพอเริ่มทำงาน รู้จักคนมากขึ้น ก็เริ่มรู้สึกว่ามุมมองความรักเปลี่ยนไป แต่ก็จะมีไม่กี่คนที่ฝังใจ อย่างเพลงล่าสุดของอินคา ชื่อเพลงรักแท้มีแค่ครั้งเดียว มันตรงใจผมมาก ผมมักสงสัยว่าจริงๆ แล้วรักแท้มีแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า ผมนั่งเถียงกับเพื่อนแล้วพบว่าช่วงที่มีแฟนครั้งแรกในชีวิต จะเป็นช่วงที่มีพลังมากที่สุด เลิกกันที จะเป็นจะตาย กรรมของมนุษย์คือความรักนะ เขานิ่ง ไปพักหนึ่งก่อนที่จะถามผมว่าผมเคยอกหักหรือเปล่า? ผมตอบไปเท่าที่ จะตอบได้ โอพยักหน้าแล้วก็เอามือทาบที่หัวใจ

เวลาอกหักมันเจ็บมากเลยนะ เป็นอาการที่กินยาก็ไม่หาย ทำอะไร ก็ไม่ได้ เจ็บมากๆ มันทรมาน นอนไม่หลับ ทำอย่างไรก็ไม่หายนอกจากใช้เวลา ผมไม่ชอบเลยเวลาอกหัก แต่หลังๆ ก็รู้ว่าเดี๋ยวจะต้องดีขึ้น ความรักดีต่องานศิลปะ ดีต่อทุกอย่าง ผมเป็นคนที่ดูหนัง-อ่านหนังสือแล้วร้องไห้ง่ายมาก ผมมักไม่ยอมรับความจริงในบางอย่าง นอกจากว่ามัน จะจำนนแล้วจริงๆ ก็จะ เฮ้ย! พอเถอะ ต้องหัดยอมรับความจริงกันเสียที


และทั้งหมดนี้ก็คือพื้นที่เล็กๆ ในหัวใจของชายหนุ่ม ที่ถูกเขานำมาแปรเป็นวัตถุดิบใช้ในการแต่งเพลง

ผมเชื่อว่า ผู้ชายทุกคนมีสิ่งเหล่านี้ รอให้หยิบฉวยมาใช้กันทั้งนั้นแหละ

หรือคุณจะเถียง !

เรื่องจากนิตยสาร GM

ขออนุญาตใช้เนื้อหา