ถ้าคุณอยากรู้ว่า….

Home / คู่รัก / ถ้าคุณอยากรู้ว่า….

 

          คุณอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขา ความรัก ชีวิต เพลง งานอดิเรก หรืออื่นๆ ?
   คุณกำลังจะได้รู้แล้วเดี๋ยวนี้…

 

 

ความรัก   


     เรื่องนี้คุณๆ คงรู้อยู่แล้วว่านภคบอยู่กับ น้องเพลิน-ประทุมมาส ที่อายุแตกต่างกันถึง 10 ปี รู้จักกันตั้งแต่น้องเพลินอยู่ ม.3 จนกระทั่งลงเอยด้วยการแต่งงาน แต่ไม่ค่อยมีใครได้รู้รายละเอียดจริงๆ ว่า เพลินและนภ  รัก ทะเลาะ และดูแลกันอย่างไร….  
   
 

 

 

 

 


 
เพลินนี่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตคุณเลย


      นภ : ใช่ครับ เขาทำให้เราสงบลง ทำให้เราไม่ฟุ้งซ่าน บางทีความเป็นผู้ชายของเราที่มีกิเลสตัณหามันมีไม่รู้จบ พอกล้ามโตก็อยากจะโชว์คนอื่น เบ่งให้สาว คนโน้นดู คนนี้ดู แต่พอมาเจอเพลินแล้วรู้สึกเลยว่า เขาทำให้เราสงบ เขาคือยูนิเวิร์สของเราจริงๆ

 

อะไรที่คุณเจอในตัวเพลิน


      นภ : ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมเจออะไร (หัวเราะ) แต่แค่รู้สึกว่ามันค่อยๆ มาเรื่อยๆ สายตาที่เขามองเรา มันเหมือนกับที่เรามองเขา ผมมองเขาด้วยความรัก ความเอ็นดู ความรู้สึกนี้มันค่อยๆ มาเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าเราขาดเขาไม่ได้ 
 


 
เคยมีปัญหากันบ้างไหมครับ


       นภ : มีปัญหาแน่ๆ แต่ก็เตรียมใจไว้แล้ว ตั้งแต่คบกัน จริงๆ แล้วดวงของผมกับเพลินนี่แรงทั้งคู่ คือเกิดเดือนเมษาฯเหมือนกัน เราเหมือนกันตรงที่มีอะไร ก็พูดออกมาหมด ผมเป็นคนปากไวด้วย บางทีพูดอะไรไปแล้วก็มานั่งเสียใจทีหลัง รู้สึกผิด แต่เราทั้งคู่ก็ไม่ค่อยจะทนกับสิ่งที่มันไม่ถูกต้องในชีวิตเท่าไหร่ ฉะนั้น บางทีก็นำมาสู่ความมีทิฐิ อย่างตอนที่ทะเลาะกันแรงๆ เมื่อ 3-4 ปีก่อนก็เพราะว่าอีโก้ทั้งคู่ ถึงขั้นเกือบจะเลิกกัน บางทีผู้ชายเราอีโก้มันสูง อย่างเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วก็ทะเลาะกันแรงมากจนเกือบจะต้องเสียเขาไป จนน้องชายมาบอกว่า เฮ้ย! ยู ยูรู้หรือเปล่าว่ายูกำลังจะเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปแล้วนะ ผมก็บอกว่าผมไม่เชื่อหรอก ตอนนั้นโกรธ คิดว่าเพลินก็แค่เด็กเมื่อวานซืน แต่พอมานั่งคิดดูอีกที ถึงรู้ว่าโอ้โฮ! นี่เราแพ้เขาหมดทุกประตูเลย ชีวิตเราไม่มีเขานี่เราแย่เลย ผมเชื่อว่าการที่ผมได้รู้จักเพลินทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แต่ผมไม่ได้คบเขาเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ แต่เพราะว่ามีเขาต่างหากชีวิตเราถึงมีค่ากับคนอื่นได้ บางทีผู้ชายที่ทะนงตัว สุดท้ายจุดจบ  ก็ไม่ต่างจากนักรบที่แม่งก็ตายอย่าง  เดียวดาย เพราะอีโก้แดก แต่สำหรับผมไม่ใช่ ที่เรารบชนะมาทุกครั้งส่วนหนึ่งเลยก็เพราะเขา 
   
 
แล้วกลับมาคืนดีกันได้อย่างไรครับ


     นภ : บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่คุณปู่ผมเสีย ผมมีโอกาสได้บวชทั้งๆ ที่ไม่ได้เลื่อมใสในพุทธศาสนาอะไรเท่าไหร่ คือคิดว่าจะบวชให้คุณปู่ตามคติความเชื่อว่าได้ทำอะไรให้ท่าน ช่วงนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่อีโก้ของผมนี่ขึ้นไปถึงขีดสูงสุดแล้ว (หัวเราะ) ก็ไปบวชอยู่ 59 วัน การบวชครั้งนั้นเองคือการ break through barrier ของผมอย่างจัง จากนภคนเดิมที่เคยเป็นคนที่มีทิฐิสูง กลายมาเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแบบส้นเท้าเป็นฝ่ามือได้เลย (หัวเราะ) มันทำให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลายลง

 

 

เขาไม่มีจุดเสียที่เรารับไม่ได้เลยหรือ

 
     นภ : ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่มันคือการยอมรับ ได้ เพราะเมื่อเราเปิดรับเขาเข้ามาในชีวิตเรา ก็ไม่ได้คิดเรื่องว่าเราต้องเหนือกว่าเขา ผู้ชายมักถือตัวว่าตัวเองต้องมาก่อน พอไม่ได้คิดเรื่องนั้นมันเลยกลายเป็นความกลมกลืน ผู้หญิงเขาก็มีอารมณ์ แบบพ่อแง่แม่งอน บางทีคิดอีกอย่าง พูดอีกอย่าง เพลินก็เป็น แต่เขาจะบอกเราเสมอว่า เวลามีปัญหายูต้องบอกไอเลยนะ เพราะไอเดาใจยูไม่ถูก ฉะนั้น ก็พูดกันตรงๆ แล้วเพลินเป็นคนที่แสดงออกเลยเวลาไม่พอใจ เวลาเรามารับเขาช้าก็หน้างอ เขาโกรธเราเพราะเรามารับช้า ก็ง้อซะสิ ก็จบละ แต่ถ้ามัวแต่บอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไร เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก เวลาที่เราไปทำงานกับเพื่อนๆ แล้วเขาไปด้วย พอเขาเบื่อเขาก็แสดงออกมาว่าเบื่อเลย ผมก็มีหน้าที่เข้าใจว่าทำไมเขาเบื่อ ก็เพราะให้เขารอมา 3-4 ชั่วโมงแล้ว เขาก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดา ก็ต้องง้อเขา หรือไม่ ก็พาเขากลับ 
 
 

กังวลไหมครับกับชีวิตคู่


      นภ : ไม่มีเลย แค่รู้สึกว่าอยากจะอยู่กับเขาไวๆ รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอเขา เมื่อเช้าก็แวะไปบ้านเขา เอายาไปให้ เพราะเขาลืมยาไว้ในรถ ผมก็ไม่รู้สึกเหนื่อยที่จะต้องแวะไปบ้านเขา แต่กลับเป็นความรู้สึกที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน…ทุกวัน  แต่สิ่งที่ผมกลัวอยู่ลึกๆ คือกลัวเสียเขาไป ทุกวันนี้บางทีก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าวันหนึ่งผมต้องเสียเขาไป ผมจะเป็นยังไง ชีวิตผมคงกลับไปเป็นแบบเดิมอีก ที่ไม่แยแส ใคร คืออาจจะ lost ตัวเองไปเลย ซึ่งบอกได้เลยว่าผมยังไม่พร้อมที่จะเจออะไรแบบนี้

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา