แอน-อลิชา ไล่ศัตรูไกล

Home / คู่รัก / แอน-อลิชา ไล่ศัตรูไกล

         

           เป็นนางเอกสาวที่เรียกว่าโชคดีในเรื่องของความรักอยู่ตลอดเวลา สำหรับสาว แอน-อลิชา ไล่ศัตรูไกล เพราะความสดใสร่าเริงและความเจ้าเสน่ห์ของเธอ


           ทำให้หลายคนหลงใหลแอนเหลือเกิน กับหวานใจคนล่าสุด หนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ ทั้งคู่ก็ยังคงรักกันอย่างหวานชื่น อยากรู้เรื่องรักๆของแอนแล้วใช่ไหมล่ะ ไปถามจากปากสาวแอนกันเลย

 

 

เรื่องหัวใจเป็นไงบ้าง

    ก็เหมือนเดิมค่ะ ก็ยังศึกษาดูใจกันอยู่ แอนว่าค่อย ๆ เป็นค่อยไป ให้มันไปทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันดีกว่า ไม่อยากรีบร้อนอะไร ถ้าท้ายสุดมันคือใช่ก็คือใช่ ถ้าเราเดินต่อไปเรื่อย ๆ แล้วมันไม่ใช่ก็พยายามประคับประคอง

   ให้มันเป็นไปในทางที่มันได้ดี ๆ ถ้าสมมติว่าวันนึงต้องเดินแยกทางกัน มันก็จะได้มองหน้ากันติดอยู่ เพราะเราก็เป็นเพื่อนกันอะไรแบบนี้ แอนว่าถ้ารากฐานมันมั่นคง ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็จะได้ไม่เจ็บตัว

 


แอนถือว่าเป็นคนมีประสบการณ์ความรักเยอะ

     ไม่เยอะหรอกค่ะ แต่ประสบการณ์ครั้งที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นบทเรียนที่ต้องคิดนิดหนึ่งนะ เพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้ง 6 ปี ๆ มันก็ค่อนข้างนาน ความผูกพันมันก็ทำให้เราเรียนรู้ว่า วันนึงที่ทางจบ จุดหมายปลายทางมันไม่

ได้ไปถึงที่ รู้สึกว่ามันก็เจ็บนะ เราก็ต้องคิดมากขึ้น แต่ช่วงเวลานั้นมันก็เป็นแบบวัยรุ่น ตอนนี้อายุก็เริ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นเวลาเราทำอะไรก็ต้องมีสติคิด มองว่าอีกหน่อยก็ต้องมีครอบครัว เราก็ต้องคิดมากขึ้นใครที่จะมาเป็นคู่ครองของเรา

 

 

ช่วงนี้ โอ๊ค(พานทองแท้)ที่เค้ามีปัญหา..ให้คำปรึกษาไหม

     ไม่ค่ะ ไม่ยุ่ง เราก็มีโทรคุยกันบ้าง แต่ว่าไม่ได้คุยเรื่องส่วนตัว ความรักเค้าจะเป็นยังไงก็เรื่องของเค้า ในฐานะที่เราเป็นคนที่รู้จักกันมานาน ก็ยังมีความผูกพันเหมือนกันล่ะ 5 6 ปี เจอกันทุกวัน ยังไงก็เป็นคนที่เราไว้ใจ

มีอะไรที่เราก็นึกถึง วันสำคัญอะไรเราก็ยังโทรหากัน หรือวันที่เค้าลำบากมีปัญหา เราก็ไม่ลืมเค้า เราก็ถือว่าเค้าเป็นคน ๆ นึงที่เข้ามาในชีวิตเรา มีสิ่งดี ๆ มากมาย ทุกวันนี้เราก็ยังให้กำลังใจ เราโทรไปก็ไม่ต้องเกร็ง เป็นไงโอเคหรือเปล่า เค้าตอบมาแค่สั้น ๆ เราก็รู้แล้ว ถ้าเรารู้ว่าเค้าไม่โอเคจริง ๆ เราก็บอกว่าไม่ต้องคิดมากนะ มีให้กำลังใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว

 

 

ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

      ก็ยังเป็นเพื่อนกัน ตั้งแต่ที่เลิกกันก็ไม่ได้เจอหน้าเลย แต่ว่าก็มีพูดคุยทางโทรศัพท์เรื่อย ๆ แอนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่แปลกสำหรับคนที่รู้จักกันมานาน วันที่เค้ามีความสุข เราควรที่จะอยู่กับเค้า วันที่เค้ามีความทุกข์เราก็ควรไม่ไปไหน เราก็ยังให้กำลังใจ เราไม่ได้ทิ้งนะ

 

อย่างนี้ ภูริมีหึงอะไรหรือเปล่า

     ไม่ค่ะ เค้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราก็ถือว่าตั้งแต่มีเรื่องมา เราสองคนเองไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่อง คนอื่นมาพูดมาทำใส่ปากเรา เขียนต่าง ๆนานา ทำให้มันดูวุ่นวาย จริง ๆ แล้วมันไม่ได้วุ่นวาย เราก็เข้าใจซึ่งกันและกัน ภูริกับโอ๊ค เค้าก็เป็นเพื่อนกัน ก็ได้ข่าวว่าเค้าเจอกันนะ ก็ไม่รู้ว่ายังไง ภูริก็เป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้าใจ แต่ถ้าวันไหนคุยกับโอ๊คก็จะบอกเค้า

 

 

ภูริเคยบอกว่าคบกับแอนแล้วสบายใจ

    เป็นเพราะ วัยเราใกล้เคียงกันเป็นคนง่าย ๆ ไม่วุ่นวาย ไม่ได้หึงหวง ไม่ใช่มีข่าวก็ต้องตามหึงที ถ้าเราจะลองคบหรือศึกษาดูใจกับใครคนนึงแล้วเราต้องให้เกียรติ์และต้องไว้ใจ ไม่ว่าความรักครั้งที่แล้ว มันก็มีข่าวเรื่อย ๆ เราเองก็ผ่านประสบการณ์ตรงนี้มาเยอะ เราเห็นว่าบ้างทีไม่มีอะไรหรอก บ้างทีเราเล่นละครเราไม่รู้จักคนนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นข่าวกับเค้าได้ แอนก็รู้สึกว่าบ้างทีก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งมันก็มีมูลบ้างไม่มีมูลบ้าง ต้องฟังแบบฟังหูไว้หู

.

 

ได้คุยกันทุกเรื่องหรือเปล่า

   ก็ใช่ค่ะ แต่เราไม่ได้คุยกันแบบพ่อแง่แม่งอน พูดตรง บ้างทีเป็นข่าวกับคนนี้อีกแล้วเค้าก็มาถามแอน แอนก็ไม่ได้มีอะไรหรอก ณ วันนึงทุกอย่างมันต้องเห็นเอง ถ้าใช่มันก็ใช่ ไม่ใช่มันก็เป็นแบบที่ผ่านมา ค่อยๆ เป็นมันก็ไม่เจ็บมาก

 

 

แอนพร้อมที่จะมีครอบครัวเมื่อไหร่

   ถ้าถามว่าลงเอยมันก็ทำได้ แต่ว่าใจเรามันก็ยังไม่นิ่ง อยากไปเที่ยวโน้นเที่ยวนี้ เราเห็นจากคนหลาย ๆ คน มีชีวิตครอบครัวไม่สมหวัง ยิ่งนับวันมันก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นมาทุกวัน เห็นคนรอบข้างแต่งงานกันไปบ้างทีก็เลิก มีลูกกันไปมีปัญหา มันทำให้เราคิดว่าอะไรมันคือคำว่าพร้อม เราไม่แน่ใจว่าพร้อมของเรามันคืออะไร แต่ถ้าถามว่า ณ วันนึงเราไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว มันนิ่งแล้ว อาจจะทำงานของครอบครัวหรือว่าอาจจะมีกิจการเป็นของตัวเอง และก็คู่ ครองที่คบตอนนั้นพร้อมทุกอย่างแล้ว มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ก็อาจจะโอเค จริง ๆ ก็อยากแต่งงาน ผู้หญิงทุกคนแอนว่ามองว่า 26 คงจะแต่งงานแล้ว แต่ถ้ามันไม่ใช่รอไปก่อน แอนก็ไม่รู้ว่าคำว่าพร้อมมันคืออะไร แต่เมื่อถึงจุดนึงแล้วก็รู้เอง ตอนนี้ยังไม่รีบ สนุกอยู่

 

 

 

ขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก tv insize

ภาพประกอบ internet / kewrite

ขออนุญาตใช้เนื้อหา