ก่อนแต่งงาน คู่รักหลายคู่คงเคยได้ยินผู้ใหญ่แนะนำถึงเรื่องการใช้ชีวิตคู่ หลักปฎิบัติต่อสามีให้ครอบครัวมีความสุข ในฐานะที่พวกท่านอาบน้ำร้อนมาก่อน แต่ช้าก่อนอย่าเพิ่งเชื่อไปซะหมด!!! เพราะชีวิตคู่มันไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ละคนแต่ละคู่ก็เติบโตในครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยความรักและความเข้าใจ ปรับตัวให้เข้ากัน ซึ่งถ้ายังจดจำทุกข้อที่พวกท่านแนะนำมาทั้งหมด ก็เลิกซะ ก่อนชีวิตคู่จะพัง
กฎหลักของชีวิตคู่ คือ ห้ามโกหกน่ะใช่! แต่ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เป็นสาระสำคัญกับชีวิตคู่มากเท่าไหร่ ก็เลี่ยงๆ บอกความจริงทั้งหมดไปก็ได้ เพื่อไม่ให้เป็นการชวนทะเลาะเสียเปล่าๆ เช่น ถ้าคุณซื้อเสื้อผ้าชุดสวยมาในราคาแพง ซึ่งถ้าบอกเขาไปตรงๆ เขาก็อาจจะตกใจได้ แม้ว่ามันจะเป็นเงินเดือนของคุณเองก็เหอะ ดังนั้น เพื่อเลี่ยงเสียงบ่น และความสบายใจ ก็ไม่ต้องบอกหมดก็ได้
ถ้ายังได้ยินคำสอนนี้อยู่ ขอเตือนว่าอย่านำมาใช้เลยจ่ะ เพราะมันจะเข้าตำราอ่อยผู้เสียมากกว่า ซึ่งคุณแต่งงานแล้วก็ไม่ต้องใช้วิชามารออดอ้อนออเซาะ ทำตัวเป็นเด็ก ขอให้สามีถือกระเป๋าให้หรอก เพราะมันทำให้เขาดูสาวมากจริงๆ เก็บความอ่อนแอไว้ออดอ้อนยามจำเป็นจริงๆ จะดีกว่า น่ารักกว่าเยอะ
ผู้ใหญ่มักจะไม่เห็นดีเห็นงามกับการมีเซ็กซ์ชดเชยความผิด หรือแก้ปัญหาเวลาที่ทะเลาะกันหรอก แต่ความเป็นจริงแล้ววิธีนี้กลับได้ผลสุดๆ เรียกว่าเป็น Emotional Reconciliation หรือการไกล่เกลี่ยทางอารมณ์อย่างหนึ่ง หลังเจอพายุพัดกระหน่ำ คุณจะรู้สึกว่าบทสรุปหรือประเด็นที่ทะเลาะกัน ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป อีกทั้งมันยังทำให้คุณรู้จักกันและกันมากขึ้นอีกด้วย
ชีวิตคู่ที่มีความสุขคือ การให้พื้นที่ส่วนตัวระหว่างกัน ให้ความคิดถึงได้ทำงานบ้าง ปล่อยให้เขาได้ออกไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง ไม่ต้องตามติดเป็นเงาตามตัว เพราะการแต่งงานไม่ใช่มัดเขาเป็นของคุณคนเดียวนะ และวิธีนี้จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาวไม่เบื่อ หรืออึดอัดกันมากจนเกินไป
ไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปกว่าการบังคับให้คู่ของคุณทำในสิ่งที่คุณชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว ถ้าเขาไม่ชอบไปชมนิทรรศการ หรือไปดูหนัง คุณก็ควรเข้าใจเขาและปล่อยให้เขาไปทำกิจกรรมที่เขาชื่นชอบอย่างมีความสุข เพราะคุณเองก็คงไม่อยากไปเตะบอลแบบที่เขาชอบหรอกเนอะ ดังนั้นใครชอบอะไรก็แยกย้ายกันไปทำเถอะ
จริงอยู่ว่า ไม่ควรหาเรื่องจุกจิกมาทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ขณะเดียวกัน คุณก็ไม่ควรเก็บทุกเรื่องเอาไว้ในใจ แล้วรอให้มันระเบิดจนทำครอบครัวพังพินาศ ฉะนั้น มีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ก็บอกเขาไปเลย การปรับความเข้าใจ พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น และเรื่องเล็กน้อยอย่างเรื่องงานบ้าน ก็ไม่ต้องแบ่งหน้าที่ให้ฝ่ายหญิงรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวหรอก ยุคสมัยนี้งานบ้านอะไรที่ช่วยกันทำได้ก็ช่วยกันเหอะ
บางคู่รักก็ทุ่มเทจัดเต็มมอบของมีค่าที่ดีที่สุดให้กับคนรักในทุกๆ ช่วงเทศกาล จนลืมไปว่าความสุขที่แท้จริง คือการที่คุณทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ทำสิ่งที่ดีให้กันทุกวันแม้ไม่ใช่วันพิเศษ แค่นั่งกินขนมดูทีวีด้วยกันที่โซฟานุ่มๆในบ้านก็เป็นวันที่พิเศษสุดๆ แล้ว
ตั้งแต่มีลูก ทุกอย่างต้องคิดถึงลูกก่อนเสมอ ก็จริง!!! แต่ที่จริงกว่า คือ คุณควรให้เวลาสวีทกับสามีบ้าง เพื่อเติมไฟรักให้ยังคุกรุ่น เพราะถ้าขืนเป็นอีเพิ้งวุ่นอยู่แต่กับลูก สามีพาลน้อยใจไปหากิ๊ก งานจะเข้าเอาได้นะจ๊ะ ลองหาเวลาว่าง ฝากลูกไว้กับญาติพี่น้อง ครอบครัว คนสนิทที่ไว้ใจได้ แล้วไปดูหนังสักเรื่อง หรือดินเนอร์ในบรรยากาศโรแมนติกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ก็จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้เหมือนกับคู่ข้าวใหม่ปลามันเลยล่ะ
อย่างที่บอกแต่แรกว่า “ชีวิตคู่ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว” ดังนั้นการที่คุณจริงจังกับการใช้ชีวิตคู่ กำหนดบทบาทของแต่ละคนอย่างชัดเจน หรือตั้งกฎเกณฑ์การอยู่รวมกันในบ้านมากจนเกินไป ก็อาจสร้างความอึดอัดระหว่างกันได้ จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขาดอิสรภาพ ย่อมไม่ส่งผลดีแน่นอน ดังนั้นแล้วก็ควรปล่อยให้ชีวิตคู่ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ รักกันเข้าใจดั่งเสมือนเพื่อน และหาเวลาพักร้อนไปสวีทกันยาวๆ ให้สมองและร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง
ที่มา brightside.me