รวมบทอัศจรรย์ฉากร่วมรักในวรรณคดีไทย

Home / เซ็กส์ / รวมบทอัศจรรย์ฉากร่วมรักในวรรณคดีไทย


รวม บทอัศจรรย์ ฉากร่วมรักในวรรณคดีไทย


บทอัศจรรย์ วรรณคดีไทย
จำกันได้มั้ยคะ บทกลอนในหนังสือเรียนสมัยที่เรายังอ้อนออด ที่พรรณนาถึง ฉากร่วมรัก กันของพระ-นาง ในวรรณคดี พอมาอ่านตอนนี้แล้ว มันช่างยั่วยวนให้รู้สึกอยากคล้อยตามไปด้วยซะเหลือเกิ๊น… ว่ากันว่า บทอัศจรรย์นี้ เป็นบท โป๊ เปลือย ที่ชวนให้รื่นรมย์ เป็น โป๊ เปลือย แบบพอดี ไม่มากจนน่าเกลียด เหลือพื้นที่ให้ผู้อ่านจินตนาการได้ ผสมผสานศิลปะอย่างลงตัว 
ฉากโป๊ ใน บทอัศจรรย์ ของวรรณคดีไทย คือการบรรยายเรื่องเพศอย่างโจ๋งครึ่ม เริ่มตั้งแต่การโอ้โลม เล้าโลม แทะโลม จนพระ-นางได้เสียทั่วทุกกระบวนท่า

ลองมาย้อนดูกันนะคะ ว่ามีบทอะไรบ้าง ที่อ่านแล้ว เกิดอารมณ์ร่วมบ้าง…


    

     มาดูสำนวนจาก เสภาขุนช้างขุนแผน ตอนที่ยกมานี้ เป็นฉากคืนแต่งงานของพลายแก้วกับนางบัวคลี่ ซึ่งพลายแก้วเข้ามานัวเนีย แต่นางบัวคลี่ขัดเขินตามประสาคนไม่เคยร่วมประเวณีกับใคร

เกิดพยับพยุห์พัดอัศจรรย์ สลาตันเป็นระลอกกระฉอกฉาน
ทะเลลึกดังจะล่มด้วยลมกาฬ กระทบดานกระแทกดังกำลังแรง
สำเภาจีนเจียนจมด้วยลมซัด สลุบลัดเลียบบังเข้าฝั่งแฝง
ไหหลำแล่นตัดแหลมแคมตะแคง ตลบตะแลงเลาะเลียมมาตามเลา
ถึงปากน้ำแล่นส่งเข้าตรงร่อง ให้ขัดข้องแข็งขืนไม่ใคร่เข้า
ด้วยร่องน้อยน้ำคับอับสำเภา ขึ้นติดตั้งหลังเต่าอยู่โตงเตง
พอกำลังลมจัดพัดกระโชก กระแทกโคกกระท้อนโขดเรือโดดเหยง
เข้าครึ่งลำหายแคลงไม่โคลงเคลง จุ้นจู๊เกรงเรือหักค่อยยักย้าย
ด้วยคลองน้อยเรือถนัดจึงขัดขึง เข้าติดตรึงครึ่งลำระส่ำระสาย
พอชักใบขึ้นกบรอกลมตอกท้าย ก็มิดหายเข้าไปทั้งลำพอน้ำมา
พอฝนลงลมถอยเรือลอยลำ ก็ตามน้ำแล่นล่องออกจากท่า
ทั้งสองเสร็จสมชมชื่นดั่งจินดา ก็แนบหน้าผาศุกมาทุกวัน


——————————

“บันดาลพลาหกเทวบุตร
ก็ผึ่งผุดตั้งทั่วทิศาศาล
โพยมพยับอับอึงอนธการ
สะท้านถึงเมรุราชสีขรินทร์

สัตภัณฑ์บรรพตก็ไหวหวั่น
คงคาลั่นเป็นระลอกกระฉอกสินธุ์
ฝูงมหามัจฉาในวาริน
ก็โดดดิ้นเล่นน้ำลำพองกาย

อันดอกดวงสิมพลีที่ตูมกลัด
ครั้นฝนซัดเชยแช่มแย้มขยาย
ที่ตูมบานก้านกลีบขจรจาย
รำพายกลิ่นรื่นรสเสาวคนธ์

แมลงภู่ทิพรีบเร่งมาเอาซาบ
อาบละอองต้องทั่วทุกขุมขน
สองสุขสองเกษมเปรมสกนธ์
สองกมลสองสวาทไม่คลาดกัน”

(จาก กากีกลอนสุภาพ)

——————————

“อัศจรรย์ลั่นพิลึกกึกก้อง
ฟ้าร้องครั่นครื้นดังปืนใหญ่
เกิดพายุโยนยวบสวบสาบไป
หลังคาพาไลแทบเปิดโปง

ฝนตกห่าใหญ่ใส่ซู่ซู่
ท่วมคูท่วมหนองออกนอกเจิ่ง
คางคกขึ้นกระโดดโลดลองเชิง
อึ่งอ่าเริงร่าร้องแล้วพองคอ

นกกระจอกออกจากวิมานมะพร้าว
ต้องฝนทนหนาวอยู่งอนหง่อ
ขนคางหางปีหเปียกจนมอซอ
ฝนก็พอขาดเม็ดเสร็จบันดาล”

(จาก ระเด่นลันได)

——————————

“เกิดกุฬาคว้าว่าวปักเป้าติด
กระแซะชิดขากบกระทบเนียง
กุฬาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง
ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด

กุฬาโคลงไม่สู่คล่องกระพร่องกระแพร่ง
ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขให้หลุดสุดความคิด
ประกบติดตกผางลงกลางดิน”

(จาก พระอภัยมณี)

——————————

“พลางอุ้มจุมพิตสนิทถนอม
งามละม่อมละมุนจิตพิสมัย
ร่วมภิรมย์สมสองทำนองใน
แผ่นดินไหวจนกระทั่งหลังอานนท์

ในนทีตีคลื่นเสียงครื้นครึก
ลั่นพิลึกโลกาโกลาหล
จิ๊บดนตรีปี่พาทย์ระนาดกล
ไม่มีคนไขดังเสียงวังเวง

อัศจรรย์ลั่นดังระฆังฆ้อง
เสียงกึกก้องเก่งก่างโหง่งหง่างเหง่ง
ปืนประจำกำปั่นก็ลั่นเอง
เสียงครื้นเครงครึกโครมโพยมบน

สุนีบาตฟาดเสียงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรื่อง
กระดองเดื่องดินฟ้าเป็นห่าฝน
ทุกธารถ้ำน้ำพุทะลุล้น
ท่วมถนนแนวฝั่งเกาะลังกา”

(จาก พระอภัยมณี)

——————————

“ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด
แขวนพาดฉากลงประจงจับ
อุ้มนางวางตักสะพักรับ
ก็ทอดทับระทวยลงดั่งท่อนทอง
พระพายชายพัดบุบปชาติ
เกสรสาดหอมกลบตรลบห้อง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบกรอง
พระจันทร์ผันผยองอยู่ยับยับ
พระอาทิตบ์ชิงดวงพระจันทร์เด่น
ดาวกระเด็นใกล้เดือนดาราดับ
หิ่งห้อยพร้อยไม้ไหวระยับ
แมลงทับท่องเที่ยวสะเทือนดง”

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

——————————

“เอนอิงพิงประทับลงกับหมอน
สะเอื้อนอ้อนอ่อนแอบลงแนบหน้า
กระเดือกเสือกดิ้นอยู่ไปมา
เกิดมหาเมฆมืดโพยมบน

ฮือฮืออื้อเสียงพยุพัด
กลิ้งกลัดเกลื่อนกลุมชอุ่มฝน
เป็นห่าแรกแตกพยับโพยมบน
ไม่ทานทนทั่วกระทั่งทั้งแดนไตร”

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

——————————

“ว่าพลางทางประจงปลงจิต
เนื้อสนิทแนบกันกระสันหา
สองชื่นรื่นรสภิรมยา
ดั่งราหูจู่จับพระจันทร

อ้าโอษฐ์โกรธกริ้งกระหยับย้ำ
กรกำเรือนรถจะสังหร
แสงจันทร์อับชะอำในอัมพร
ด้วยกำลังฤทธิรอนอสุรินทร์

พสุธาอากาศก็อับแสง
ไม่แจ่มแจ้งแหล่งหล้าวนาสิน
ประจักษ์จันทร์อุปราค์ทั้งแดนดิน
ก็อึงอินทเภรีระดมปืน

ฆ้องระฆังกังสดาลประสานเสียง
สำเนียงโห่ลั่นหล้าไม่ฝ่าฝืน
ประเวณีคลี่คลายขยายคืน
ก็แช่มชื่นเด่นดวงศศิธร”

(จาก กากีกลอนสุภาพ)

——————————

“ประเคนนางวางแท่นแสนสวาท
สัมผัสพาดเพิ่มจิตพิสมัย
อัศจรรย์ลั่นเลื่อนสะเทือนไป
ที่ถ่านไฟเก่าดับก็กลับโพลง

เหมือนเมื่อปีมีวันจันทร์อังคาธ
โลกธาตุเลื่อนลั่นควันโขมง
เขาเนมินทร์อิสินทรเลื่อนคลอนโคลน
ทะเลโล่งลมคลื่นเสียงครื้นครึก”

(จาก พระอภัยมณี)

——————————

“กอดประทับกับกายสายสวาท
นุชนาฏถนอมจิตสนิทสนอง
เสน่ห์แนบแอบเอียงเคียงประคอง
ตามทำนองสองสนิทไม่บิดพลิ้ว

อัศจรรย์หวั่นไหวไม่เร่งรัด
เป็นลมพัดเรื่อยเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
ช่อใบไม้ไหวกระดิกริกริกริ้ว
ระหวยหิวหอบระเหยเลยหลับไป”

(จาก พระอภัยมณี)

——————————

“ปล้ำล้มจมเตียงเสียงต้ำเฮือก
วันทองเสือกตำฝาตาป๋อหลอ
อัศจรรย์ฟ้าลั่นฝนตกปรอ
เสียงจ้อไปไหลอาบซาบแผ่นดิน

กุ้งปลาดีใจไล่มุดโผล่
แต่ล้วนตัวโตโตเข้าเคล้าหิน
เทโพเทพาเที่ยวหากิน
ว่ายวารินชำแรกแทรกถึงพิ้น”

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

——————————

“กำเริบราคเสียวกระสันประหวั่นจิต
หวุดหวิดวุ่นวายกายกระฉ่อน
พระพายพัดซัดคลื่นในสาคร
กระท้อนกระทบกระทั่งฝั่งกระเทือน

เรือไหหลำแล่นล่องเข้าคลองน้อย
ฝนปรอยฟ้าลั่นสนั่นเลื่อน
ไต้ก๋งหลงบ่ายศรีษะเชือน
เบือนเข้าติดตื้นแตกกับตอ”

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)



ใครที่ติดใจ ก็ลองไปขุดตำราเก่าๆ มาอ่านกันได้ตามอัธยาศัยนะคะ
บางคนอาจจะลองเอาไปประยุกต์ใช้กับคู่รัก ก็ไม่ว่ากันค่ะ…อิอิ


ขออนุญาตใช้เนื้อหา