ชีวิต แต่งงาน ไปต่อไม่ไหว ถอยหลังไม่ได้

Home / มาดามรัก / ชีวิต แต่งงาน ไปต่อไม่ไหว ถอยหลังไม่ได้

สวัสดีค่ะ มาดามรัก …ดิฉันอยากแชร์เรื่องราวของดิฉันค่ะหลังจากที่อ่านคำถามจากกระทู้อื่นๆหวังว่าคงจะเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อแท้และอยากได้กำลังใจและคำแนะนำค่ะ

..ดิฉันอายุ 25 ปีั แต่งงาน แล้วค่ะ ปี2550 มีลูก 1 คนลูกชายค่ะอายุ 10 เดือนตอนนี้ดิฉันทำงานเลี้ยงลูกคนเดียวค่ะ..ย้อนไปเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วดิฉันได้พบกับพ่อของลูกดิฉัน เราใช้เวลาศึกษากันน้อยมากค่ะและ แต่งงาน กันแต่สำหรับตอนนั้นความรู้สึกมันใช่ค่ะ เราเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อถ้าย้อนกลับไปได้ดิฉันอยากให้เป็นอย่างงั้นตลอดไปค่ะ

เราเดินทางจากบ้านเกิดของเรามาทำงานที่อีกต่างจังหวัดที่ดิฉันเคยเติบโตอยู่ที่นั่นดิฉันตอนแรกเค้าก็ดีค่ะ ทำงานขยันขันแข็ง งานบ้านเค้าก็ช่วยดิฉัน เราออกไปทำงานกลับมาบ้านช่วยกันทำงานบ้านอะไรทำนองนี้ค่ะ เป็นอย่างงี้สักปีกว่าๆ เค้าก็เปลี่ยนไป เวลาโมโหชอบทำลายเข้าของค่ะ ชอบเสียงดังกับดิฉัน  และเวลาทะเลาะกันเค้าชอบด่าประจานค่ะ ดิฉันอายคนเค้าและเค้าก็เป็นอย่างงั้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งเราเกือบเลิกกันไปแล้วครั้งนึง เราต้องห่างกันเพราะเค้าติดคุก ซึ่งเป็นคดีเก่า คดีเกือบ10ปีได้ค่ะ

เค้าติดอยู่เกือบปี ดิฉันก็เทียวไปหาเค้านะค่ะ ถ้ามีเวลาเพราะดิฉันต้องทำงาน ดิฉันไม่เคยมองใครหรือเอาเวลาไปมองใคร

ตลอดระยะเวลาเกือบปีที่เราห่างกันเราติดต่อกันทางจ.ม. ค่ะ ตอนนั้นดิฉันร้องไห้และหมดอาลัยในชีวิต จากนั้นมาดิฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ดิฉันรอค่ะ รอวันที่เค้าออกมา..แล้ววันที่เค้าออกมา ก็มาถึงตอนนั้นเราสนุกมาค่ะเหมือนรักกันใหม่ๆ อีกครั้งนึงเค้าก็ทำตัวดีๆค่ะมากเรื่อยๆ

พอดิฉันท้อง ดิฉันเริ่มบอกให้เค้าเก็บเงินค่ะ ตอนนั้นเค้าก็ดีบ้างไม่ดีบ้างแต่โดยรวมดีมากกว่าค่ะช่วยดิฉันเก็บเงิน ตามใจดิฉันจนกระทั่งดิฉันคลอด เค้าเริ่มไม่เหมือนเดิมติดเพื่อน.ติดยา(แต่คนอื่นไม่รู้) มีดิฉันค่ะที่รู้ มันขมขื่นมากนะคะ บอกอะไรเค้าไม่ได้เค้าหงุดหงิดใส่ ตอนนั้นดิฉันอยู่บ้านลาคลอดค่ะ3เดือน ตอนนั้นมีแต่ความช้ำใจ ลูกเค้าก็ไม่ค่อยสนใจทำตัวออกห่างดิฉันและครอบครัวดิฉัน

หนักสุดคือทะเลาะกับแม่ดิฉันจนกระทั่งวันหนึ่งเรื่องเค้าติดยาก็หนักเข้า แม่ไล่เค้าออกจากบ้านเหมือนกับเราแยกกันอยู่สักระยะแต่อยู่แถวบริเวณใกล้ๆ บ้านดิฉันล่ะค่ะดิฉันสงสารเค้าค่ะ มาอยู่กับดิฉัน ญาติพี่น้องก็ไม่มี ญาติๆดิฉันก็สงสาร ดิฉันก็สงสารนะค่ะเห็นเค้าแบบนั้นแล้วแต่ไม่รู้ว่าเค้าทำให้ดิฉันเห็นอย่างงั้นหรือเปล่า ตอนนั้นดิฉันสับสนค่ะพ่อแม่ดิฉันก็กีดกันเค้าไม่ให้พบหน้าลูกและดิฉันเลย

ดิฉันสับสนมาก ไหนจะเลี้ยงลูกไหนจะปัญหาในตอนนั้นจนกระทั่ง2-3เดือนได้ดิฉันคุยกับแม่ว่าจะออกไปอยู่กับเค้า ดิฉันพูดทุกอย่างค่ะ พูดยืนยันว่าจะไป สุดท้ายเค้าก็โดนจับยาค่ะ แต่ไม่มากแต่โดนตำรวจยัดข้อหาค่ะ

ทุกวันนี้ดิฉันอยู่กับพ่อแม่และลูก บอกตรงๆค่ะดิฉันท้อเหนื่อยหมดอาลัยในชีวิตไม่รู้จะทำอะไรนอกจากทำงานกลับบ้านเลี้ยงลูกค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้ทิ้งเค้านะค่ะไปเยี่ยมเค้าอยู่พูดคุยกันแต่ดิฉันท้อค่ะ ถ้าเค้าออกมาอยู่ข้างนอก ดิฉันอยากเลิกกับเ้ค้าค่ะ ดิฉันเต็มที่มากมายกับผ.ช.คนนี้

แต่ที่เค้าอยู่อย่างงั้นดิฉันก็สงสารค่ะ เค้าไม่มีใคร พ่อแม่เค้าก็แยกทางกัน มีก็เหมือนไม่มีค่ะแต่แม่เค้าก็ส่งเงินมาให้ลูกเค้าใช้ทุกเดือนค่ะ ดิฉันก็ช่วยบ้างเพราะดิฉันต้องผ่อนรถยนต์ให้พ่อกับแม่เหมือนกัน ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ ตอนนี้ดิฉันรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินและไม่มั่นใจในตัวเค้าเลยเหตุการณ์เดิมๆ มันทำให้ดิฉันไม่อยากเชื่อและศรัทธาในตัวเค้าอีก เค้าก็บอกดิฉันว่าขอโอกาสแต่ดิฉันเหนื่อยเหลือเกินค่ะ


คำตอบ :

สวัสดีค่ะ

สงสารเค้า แล้วสงสารตัวเราบ้างหรือเปล่าล่ะคะ คุณขา ? ทุกชีวิตต้องยืนด้วยตัวเองกันทั้งนั้นล่ะค่ะ  เราถึงจะยืนให้กันและกันได้ ชีวิตคู่นี่ คือแต่งไปไม่ได้เพื่อให้ใครอีกคนทำตัวง่อยใ่ส่ให้อีกคนอุ้มหรอกนะคะ

ไม่ว่าเค้าจะเคยผ่านอะไรมาในอดีต ปัจจุบันต่างหากคือสิ่งที่เค้าต้องลงมือทำ ลงมือสร้างด้วยตัวเค้าเอง ไม่ใช่ให้ภรรยามาสร้างให้ นี่ก็สร้างครอบครัวมาด้วยกันแล้ว มันก็ยังต้องเดินไปต่อ จะมาติดยา มันก็ใช่เรื่องป่ะ ให้เค้าไปเลิกยามาก่อนแล้วค่อยคุยกันต่อ ชีวิตคู่ไม่ใช่อยู่ด้วยกันด้วยความสงสารแล้วจะไปรอดนะ คุณถึงได้เหนื่อยอยู่ทุกวันนี้ ที่เหนื่อยไม่ใช่เหนื่อยกายแต่มันคือความเหนื่อยใจ

คุณมองสามีเหมือนเป็นภาระ มองทุกอย่างในชีวิตเป็นภาระ คุณถึงทุกข์ คุณอยากตัด แต่คุณก็ติดกับบทนางฟ้าผู้อารี ลองมองตัวเองดูอีกทีจริงๆ สิคะ  ว่าถ้าคุณไม่ได้มองสามีเป็นภาระ คุณมองเห็นเค้าเป็นอะไร เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง หรือ เป็นแค่คนที่น่าสงเคราะห์  คุณเลือกเค้าจริงๆ แล้วหรือยัง เลือกเค้าในสิ่งที่เค้าเป็น และเลือกเค้าในสิ่งที่เค้าไม่ได้เป็น คุณเลือกเค้าไหม ? เลือกโดยไม่ต้องใส่เหตุผลอะไรลงไปทั้งนั้นน่ะ คุณจะยังเลือกเค้าไหม ไม่เกี่ยวกับว่าเค้าน่าสงสารหรือน่าภูมิใจ ไม่เกี่ยวกับว่ามีบ้านหรือไม่มีบ้าน ไม่เกี่ยวกับว่าเค้าเป็นคนดีหรือเลว ไม่เกี่ยวกับว่า เค้ารวยหรือจน คุณจะยังเลือกเค้าไหม ?

ถ้าใจคุณไม่เลือก คุณก็แค่ไม่เลือก… แล้วก็เดินออกมา แต่ถ้าใจคุณเลือกเขา คุณก็แค่เลือกเขา การเลือกแบบนี้มัน ง่ายกว่า เบากว่า เป็นอิสระกว่าหรือเปล่าล่ะคะ  ขอแค่ให้ึคุณเลือกอย่างมีพลังนะคะ  ไม่ต้องใช้การตัดสิน ไม่ต้องใช้เหตุผล ขอให้เลือกเพราะเลือกแค่นั้นก็พอค่ะ  แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต คุณจะมีพลังจัดการมันเอง

มาดามรักเอาใจช่วยคุณนะคะ

บุญรักษา
จากใจ มาดามรัก

มาดามรัก

 

 

มาดามรัก