จะหยุด ชีวิตคู่ ไว้แค่นี้ หรือจะไปต่อ..

Home / มาดามรัก / จะหยุด ชีวิตคู่ ไว้แค่นี้ หรือจะไปต่อ..

สวัสดีค่ะ คือเรากับแฟนเราคบกันอยู่กินด้วยกันมาเกือบ 4 ปีแต่ ชีวิตคู่ ไม่เคยคืบหน้าเลย แฟนเราอายุมากกว่าเรา 3-4 เป็นผู้ใหญ่ มีความคิด แล้วเราก็เรียนอยู่ แฟนเราทำงานบ้าง ไม่ทำบ้าง ก็มาอยู่กับเราที่บ้าน ไม่มีลูกด้วยกันค่ะ

ชีวิตคู่เราทะเลาะกันบ่อยมาก แฟนเราเป็นคนใจร้อน ไม่เอาไหน แถมเข้ากับคนในครอบครัวเราไม่ได้ เราก็ลำบากใจมากเคยทะเลาะกันหนักที่สุด ก็แยกกันอยู่ไป 4 เดือนกว่าๆ แฟนเราก็กลับมาขอคืนดี เราใจอ่อนเกินไปให้โอกาสเพราะเขาบอกกับเราว่าจะทำชีวิตคู่ของเราให้ดีที่สุดกว่าที่เคยผ่านมา จะขยันทำงานให้ดี มั่นคงกว่าเดิม เราก็เชื่อใจเขาและให้โอกาสเขา แต่เขายังหางานทำไม่ได้ เราจึงหาให้เขาทำงานที่บ้านป้าเราเอง เขาก็ทำได้อยู่ 5-6 เดือนกว่าๆ ก็ไม่ทำอ้างว่างานไม่ค่อยมีรายได้เพราะบ้านป้าเราจะมีงานเป็นบางวัน เราก็ไม่ขัดใจเขา จะให้เขาไปทำงานโรงงานเขาก็ไม่เอา แม่เราเลยหางานทำให้ก็ได้วันละสามร้อย ก็ทำได้อยู่ 10 กว่าวันก็ออก บอกมีปัญหากับคนที่ทำงาน ก็ไม่ได้ทำอีกเราก็เริ่มจะท้อแล้วกับความที่ไม่เอาไหนของเขา หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ต่อมาพี่เขยเราชวนเขาไปทำงานเป็นงานกลางคืนแต่ได้ค่าแรงคูณสองของแรงงานธรรมดาก็ตกลงไปทำได้อยู่หกวัน ก็ออกมาบอกเหนื่อยเกินไป

ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงาน อยู่กินกับบ้านเรา ไม่เอาไหน ไม่หางานทำ เราก็เริ่มท้อแล้ว แต่ติดตรงที่ว่าเลิกกับเขาไม่ลงเพราะเขาเคยดีกับเรามากๆๆ จะทำไงกับชีวิตคู่เราดี เพราะทางบ้านเราก็เริ่มรับไม่ได้กับนิสัยของเขาแล้ว แต่มันติดตรงที่คำว่ารักจริงๆ


คำตอบ :

สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่น มาดามรัก ขอถามหนูหน่อย ว่าสรุปที่เลิกกันไม่ลง เพราะเรารักเขา หรือ เพราะความรู้สึกที่ติดค้างว่าเขาเคยดีกับเรามาก? อย่างไหนกันแน่ที่ทำให้หนูไม่อยากเลิก ? ลองพิจารณาให้ดีก่อนนะ
ถ้าเป็นเพราะอย่างหลัง นั่นมันไม่ใช่ความรัก มันคือ ข้ออ้างล้วนๆ เลยจ๊ะ ยอมรับไหมว่า จริงๆ แล้ว หนูก็ไม่ได้อยากเลิกกับเขา แต่แค่กำลังอยู่ในสภาวะที่ทนไม่ได้ ที่เขาไม่เป็นผู้นำ พึ่งพิงไม่ได้ และกำลังกลายเป็นภาระให้ครอบครัวหนู มาดามรัก พูดถูกไหมคะ?
อยู่กับสภาวะที่เขาเป็นแบบนี้ให้ได้ก่อนค่ะ ต้องยอมรับก่อนว่าที่เขาเป็นแบบนี้ หนูและครอบครัวหนูก็มีส่วนส่งเสริมให้เขาเป็นนะ
ความช่วยเหลือที่ครอบครัวหนูและตัวหนูหยิบยื่นให้เขาด้วยความหวังดี  มาดามรักว่าใครๆ ก็มองเห็นถึงความหวังดีที่พวกหนูมีให้เขาอย่างชัดเจน แต่มันแค่ไม่ถูกวิธี การที่หางานให้เขาทำ มันเหมือนหนูป้อนข้าวเด็กคนนึง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็บอกว่า กินเองนะ แล้วพอเด็กคนนั้นไม่ตักกิน พวกหนูก็ป้อนข้าวให้เขาเองเพื่อให้มันจบๆ ไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทุกครั้ง …. มันก็จะจบแบบเดิมทุกครั้ง เพราะเขารู้ว่า เดี๋ยวพวกหนูก็ต้องกลับมาป้อนข้าวเขาอยู่ดี แล้วเขาจะเหนื่อยทำไม ?
ลองมอบหมายให้เขาช่วยเรื่องรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ในครอบครัวบ้าง  เพื่อเป็นการผลักให้เขาออกไปสู้ชีวิต หางานที่เขาชอบเอง เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวบ้าง ให้ช่วยเหลือกันไป เขาจะได้มีเป้าหมาย เพื่อยืนด้วยลำแข้งของเขาเองได้ ไม่ต้องไปหางานมาป้อนเขา อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างเมื่อก่อน
ถ้ามีเป้าหมาย มีหน้าที่ เขาก็จะมีแรงจูงใจที่จะออกไปหางานทำ  หรือ คิดสร้างงาน สร้างอาชีพด้วยสมองและสองมือของเขาเองได้เองล่ะค่ะ
ถ้าในสายตาของคุณมองเห็นแต่คำว่า “ไม่เอาไหน” เมื่อเห็นหน้าเขา เขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนเป็นตัวอะไรอื่นใดได้ทั้งนั้น นอกจากคำว่า “ไม่เอาไหน” เวลาคุณกลับบ้าน ก็จะเจอแต่ “คุณไม่เอาไหน” นอนอยู่ในบ้าน เวลาคุณกินข้าวกับแฟน คุณก็จะเจอแต่ “คุณไม่เอาไหน” นั่งกินข้าวอยู่กับคุณ 
ลองมองเขาในมุมใหม่ค่ะ ว่าตัวเขาเองก็ “สามารถ” ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง โดยที่เราไม่ค้ำ ไม่ต้องยัน ไม่ต้องป้อน ไม่ต้องเลี้ยง เขาก็เติบโตได้ด้วยตัวเขาเอง โดยที่เราคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ ก็พอ  เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนการกระทำ … ผลลัพท์ย่อมเปลี่ยนค่ะ
ชีวิตคู่ ไม่ได้มีไว้เพื่อ ฉุดลากขี่คอ กันไป แต่เพื่อประคองกัน เดินเคียงข้างกันไป อย่างเข้าใจ ต่างหากนะคะ
มาดามรักเอาใจช่วยนะ

บุญรักษา
จากใจ มาดามรัก
มาดามรัก

ขออนุญาตใช้เนื้อหา