อยากได้ คำแนะนำ เรื่องการ รักให้มีสติ

Home / มาดามรัก / อยากได้ คำแนะนำ เรื่องการ รักให้มีสติ

คือผมรักเขามากเป็นเหตุให้ หวงมาก ระแวงมาก คิดถึงมาก และก็ชอบคิดฝันไปไกลถึงอนาคต ด้วยความระแวงมากและเป็นคนคิดมาก จึงเป็นเหตุให้สร้างปัญหาขึ้นมาทะเลาะกับแฟนบ่อยๆ แล้วตอนนี้ก็ยังคิดมากด้วยครับว่า กลัวอนาคตจะเสียเขาไป จึงทำให้ระแวงว่าจะมีใครที่ดีกว่าผมมาทำให้เขาเปลี่ยนไปหรือเปล่า

ผมจึงอยากได้คำแนะนำ ว่าควรทำยังไงให้ผมเลิกเป็นแบบนี้ ผมอยาก รักให้มีสติ  ไม่ก็เบาๆ ลงบ้าง
ก็มีหลายคำแนะนำที่ว่า รักตัวเอง มีเวลาให้ตัวเอง ปล่อยวาง อย่าคิดมาก เอาใจเขาใส่ใจเรา ฯลฯ คือผมก็ไม่ค่อยรู้ความหมายหรอกครับ ว่าการปล่อยวางหรือให้เวลาตัวเองต้องทำยังไง เฮ่อ.. ตะกี้ก็เพิ่งทำให้แฟนอารมณ์เสียอีก เพราะความอารมณ์ร้อนของผมด้วยแหละครับ ก็ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไง ขอให้พี่ๆ ช่วยด้วยนะครับ (ยิ่งตอนนี้ใกล้สอบแล้วด้วย ปัญหาใหญ่มากเลยครับ)


 

สวัสดีค่ะ :

รู้จักกับคำว่า “อยู่กับปัจจุบัน” ไหมคะ ?  อยากมีสติ ก็แค่ “อยู่กับปัจจุบัน”  มาดามรัก อาจพูดเหมือนง่าย แต่มาดามรักว่า มันก็…ไม่ง่ายและไม่ยากนะ ไปทำความเข้าใจกับ คำว่า  “อยู่กับปัจจุบัน” ให้ได้ซะก่อน  แล้วคุณจะรู้ว่ามันง่ายมากกกก

เอางี้ … คนเราน่ะ เวลาเคลื่อนไหว เราเห็น “ร่างกายเราเคลื่อนไหว”  … แต่เวลา “จิตเราเคลื่อนไหว” เราไม่ค่อยเห็นกันหรอก คิดตามให้เห็นภาพช้าๆ  แยก กาย ออกจาก จิต นะ

เวลาร่างกายเคลื่อนไหว …. มือเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำ …ดื่ม…แล้วก็วาง
….เดินไปห้องสมุด ….เปิดคอมพ์…ใส่ชื่อหนังสือ…มองหารายชื่อที่ต้องการ…เดินไปหาหนังสือตามหมวด …มองหารหัสหนังสือ …เห็นหนังสือที่ต้องการ….เอื้อมไปหยิบ…เปิดหน้าหนังสือ…เปิดอ่าน….เจอข้อมูลที่ต้องการ…..

 เวลาจิตเราเคลื่อนไหว….คิดไปโน่น มานี่ เดี๋ยวก็ “คิดไปที่อดีต ” …คนตรงหน้าเคยทำอะไรกับเราไว้? …ที่นี่เราเคยมากับใคร ?  เพลงที่ได้ยินอยู่ตอนนี้เราเคยฟังกับใคร แล้วถ้าเขาเอาเพลงนี้ไปฟังกับคนอื่นในอนาคต เราจะโกรธเขาไหมนะ ? นี่ไง ” คิดไปอนาคต ”   นี่ล่ะที่จิตเราเคลื่อนไหว …เรียกภาษาชาวบ้าน เข้าใจง่ายๆ ว่า “ฟุ้งซ่าน” 

เวลาเราฟุ้งซ่าน เราก็จะคิดมาก ไม่ปล่อยวาง เจ็บปวดกับอดีต และ กังวลกับอนาคต จนลืมว่า เออจริงๆ ตอนนี้เราก็ฟังเพลง นั่งกุมมือกับแฟนเราหนุงหนิงอยู่ดีๆ นี่หว่า แล้วทำไมเราต้องเอาเรื่องที่เราคิดในหัวเรา ทั้งเรื่องที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และเรื่องที่ยังไม่เกิด มาทำลายบรรยากาศ มาทำลายช่วงเวลา “ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ที่เราก็ยังมีกันและกัน” อยู่ด้วยเนี่ย ?
เวลาเราฟุ้งซ่าน …เราจับไม่ได้ ไล่ไม่ทันหรอกว่า จิตกำลังวิ่งพล่านอยู่ เพราะร่างกายเรานิ่งๆ อยู่ที่ในท่าเดิม ที่เดิม แต่ใจมันสวิงวิ้งค์วับไปซ้ายที ขวาที ไปหมดแล้ว …ต้องรู้ตัวเองก่อน เห็นตัวเองก่อน จับตัวเองให้ทันก่อนว่า เฮ้ย..เราฟุ้งซ่านอยู่ จิตเราวิ่งอยู่ มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่เราคิดมันยังไม่มีข้อมูลมายืนยันว่ามันจะเกิดขึ้นจริง หรือ ไม่จริง แล้วเราจะไปวิ่งตามงานมโนของตัวเองทำไม นี่มันเป็นแค่ความคิดของเราไม่ใช่ของคนอื่น ต้องทันตัวเอง ก่อนที่จะทำอะไรลงไป พูดอะไรออกไป  ไม่งั้นสิ่งที่เราคิดอยู่คนเดียว คิดเองเออเองอยู่คนเดียว มันก็จะไปกระทบต่อการสื่อสาร ต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างนี่ล่ะ

เรื่องนี้ใช้ได้ทุกเรื่อง กับทุกคน เพราะคนเราไม่เคยหยุดคิด คิดโน่น คิดนี่ คิดนั่นไปเรื่อยล่ะ แค่จับตัวเองให้ทัน เราก็จะรู้ตัว มีสติ อยู่กับปัจจุบัน ….แล้วเราจะรู้ตัว ยั้งคิดก่อนว่า อะไรควรทำ อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด อะไรควรรอ อะไรควรสงวนไว้ไม่พูดโพล่งออกไป

คิดช้าๆ ทำช้าๆ ไม่ใช่ทำเพราะความเคยชิน แต่ทำด้วยความรู้ตัว เห็นตัวเองในทุกขณะว่า ทำกำลังจะ ก้าวเท้าหนอ ยกเท้าหนอ วางเท้าหนอ …ถ้ารู้ตัว เห็นตัวเองได้ขนาดนั้น นั่นจึงเรียกว่า “มีสติ ”

บุญรักษา
จากใจ มาดามรัก มาดามรัก