ฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี

Home / มาดามรัก / ฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี

ถามโดย :

ทุกวันของฉันคือน้ำตา

รายละเอียด :

ฉันคบกับแฟนได้เข้าปีที่ห้า พ่อแม่ของแฟนค่อนข้างมีอายุ แต่เพราะครอบครัวของฉันเองก็เป็นครอบครัวใหญ่จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่ดี ไม่เคยนึกรังเกียจหรือไม่ชอบใจที่จะต้องดูแลพ่อแม่แฟนซึ่งสูงอายุและจุกจิก ตื่นขึ้นมาต้องปลุกแฟนซึ่งนอนตื่นสายให้ออกไปทำงานทุกวันกว่าแฟนจะลุกจากที่นอนไปอาบน้ำก็กินเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ปลุกแฟนไปอาบน้ำเสร็จแล้วต้องออกไปจัดเตรียมอาหารให้พ่อกับแม่แฟน แต่ช่วงสี่ห้าวันก่อนที่จะเกิดปัญหาไม่ได้เตรียมให้ เพราะพยายามทำอะไรให้เค้าก็ไม่ทาน พ่อแฟนเป็นคนจุกจิกและเลือกกินค่ะ อะไรที่เขาไม่อยากกินเขาจะบอกว่าเคี้ยวไม่เข้า เคี้ยวแล้วเจ็บเหงือก แต่อะไรที่เขาอยากกินอย่างเช่นไก่ชุบแป้งทอดเขาก็จะเอาไปกิน กินได้ไม่มีปัฐหาทั้งๆ ที่น่าจะเจ็บเหงือกและเคี้ยวไม่เข้าแท้ๆ และส่วนแม่แฟนเขาไม่ได้เรื่องมาก แต่ก็ไม่ค่อยกินของที่เตรียมให้ไม่รู้ว่าเกรงใจหรือรังเกียจ ทั้งๆ ที่ฉันก็เต็มใจทำให้

ด้วยปัญหาแบบนี้ ก็เลยเตรียมให้พ่อกับแม่แฟนแค่บางมื้อ แต่ของแฟนเตรียมให้ทุกมื้อ และทุกเวลาอย่างเช่นหลังเลิกงานตีสองตีสามฉันก็ทำให้ทั้งๆ ที่บางครั้งหลับไปแล้วด้วยซ้ำ

ฉันต้องล้างจานวันละหลายรอบเพราะที่บ้านเปิดร้านเกมส์และขายอาหารให้คนในร้านทาน ทำกับข้าวขายสาระพัด ตากแดด ตากฝน บางทีรู้สึกว่าเขาไม่แคร์เราเลย แต่ก็คิดว่าเป็นการช่วยกันทำงานหาเงินเข้าบ้านจึงยอมทำ ถึงจะมีบ้างที่บางครั้งหงุดหงิดกับพฤติกรรมเลือกกินของเขากับพ่อและบ่นออกมาว่าเหื่อย อยากทำงานของตัวเองบ้าง เขาก็ตอบกลับมาว่า “ก็กลับบ้านเธอไป กลับไปทำงานของเธอ” เหมือนไม่แคร์ฉันเลย

ฉันกับเขาคบกันมานานพอสมควรใครๆ ก็รู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน แต่พ่อกับแม่ของฉันกลับไม่รู้ ฉันต้องมาทนทรมานกับการโกหกพ่อแม่ตัวเองในการอยู่กับเขา เมื่อหลายเดือนก่อนเขาไปพบพ่อกับแม่ที่บ้าน ฉันคาดหวังว่าเขาจะเปรยเรื่องอนาคตของเราซักนิด แต่เขาก็เปล่า

ยอมรับว่าผิดหวังและเสียใจมาก ที่ยิ่งกว่าเสียใจคือน้อยใจที่เขาไม่เห็นค่าของฉันเลย หรือเพราะฉันรักเขาจนหน้ามืดตามัวยอมไปอยู่กับเขาจนลืมคิดไปว่าทางบ้านเขาจะมองเรายังไง

บ้านฉันไม่ได้ยากจน แต่บางครั้งฉันรู้สึกว่าเขาคิดว่าฉันยากจน ตัวอย่างง่ายๆ ฉันกับแฟนเราจะใช้กระเป๋าเดียวกัน แต่เวลาฉันออกเงินอะไรลงไปถ้่าแม่เขารู้จะพูดเสียงดังมากให้ลูกเขาคืน เหมือนว่าถ้าฉันไม่มีเงินพวกนั้นฉันจะอดตาย ฉันจะลำบาก ตอนแรกฉันคิดว่าเขาเกรงใจ แต่วันที่ทะเลาะกันและฉันเก็บของออกจากบ้านเขาเพื่อย้ายมาคิดทบทวนอะไรต่างๆ ในห้องที่ตัวเองเช่าเอาไว้แต่ไม่เคยได้อยู่ แม่เขาเดินเข้ามาในห้อง มาขอสมุดบัญชีของเขาซึ่งฉันเอามาเพื่อโอนเงินให้เขาใช้ตอนที่เขาไปต่างจังหวัด และก็ไม่ได้เอามาเองแต่แฟนถือมาใส่กระเป๋า ฝากไว้ ทั้งยังพยายามเก็บกล่องใส่เงินซึ่งเป็นเงินรายได้จากในร้านซ่อนๆ เอากระดาษปิดๆ ไว้ ฉันคิดว่าตอนแรกเขาจะถือออกไปจากห้องของฉันกับแฟน แต่เพราะฉันถามเขาว่า “หาอะไรคะ หนูช่วยหาไหม?” เขาจึงชะงัก

การกระทำของเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าเขากลัวว่าฉันจะเอาของเขา มันทำให้ฉันคิดย้อนไปว่าการที่ฉันมาอยู่กับพวกเขามันทำให้พวกเขาคิดว่าบ้านฉันยากจนรึเปล่า การที่ฉันไม่ทำงานประจำ แต่รับงานใช้สมองมานั่งทำที่บ้านเพื่อที่จะได้ดูแลบ้านดูแลหมาดูแลแฟนของตัวเอง มันทำให้เขาคิดว่าฉันจน ฉันไม่มีอะไร ฉันมาเกาะเขากินใช่ไหม?

กลับมาพูดถึงปัญหาที่อยากจะปรึกษาดีกว่าค่ะ ขอโทษที่เท้าความซะนาน มันคือความสัตย์จริงความอึดอัดที่สั่งสมมานาน

ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันเกิดในช่วงวันที่ฉันมีกำลังจะมีรอบเดือนค่ะ เวลาที่ฉันมีรอบเดือนฉันจะหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรขัดหูขัดตาไปหมด

ความอึดอัด ความขัดใจที่เคยทนได้ก็ทนได้น้อยลง

ก่อนหน้าวันที่จะทะเลาะกันราวตีสองแฟนก็เข้าห้องมาทำเสียงดังเล่นกับหมาเหมือนเคย พอฉันตื่น เขาก็ขอให้ไปทำอะไรให้กิน ฉันทำให้แล้วก็อยากจะนอน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอะไรนักหนา ตู้เย็นอยู่ใกล้ๆ เดินไปหยิบน้ำเองไม่ได้ บอกให้เราบริการหน่อยวันนี้เหนื่อย(ก็เห็นเหนื่อยทุกวัน พูดแบบนี้ทุกวัน) ฉันก็ต้องไปเอาน้ำเย็นน้ำมะพร้าวมาให้เขากินทั้งๆ ที่เกือบจะตีสามแล้ว เหมือนว่าเขาจะลืมไปว่าเขาเหนื่อยเฝ้าร้านเกมส์ แต่ฉันเองอยู่ในบ้านก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ ต้องทำงานบ้าน ต้องทำกับข้าวให้ลูกค้าของเค้า ตากแดด วิ่งซื้อของงกๆ เค้านั่งในห้องแอร์เราตากแดดหัวแดง เค้าบอกว่าเหนื่อย ไม่สนใจว่าเราจะเหนื่อยไหม วันนั้นฉันโมโหก็เลยบ่นใส่ คิดว่าเขาจะปรับปรุงตัว แต่ก็เปล่า

วันถัดมาคือวันที่เกิดเรื่อง น้องหมาที่เพิ่งเอามาเลี้ยงเขาฉี่อึยังไม่เป็นที่ เค้าเข้ามาก็บ่นๆ ให้ถูกห้อง ห้องเหม็น ทั้งๆ ที่ฉันก็ถูทั้งวันเพราะน้องหมาอึฉี่รดพื้นในห้อง เขาคงลืมไปว่ามีหมาสองตัว ไม่เหม็นก็แปลกแล้ว โวยๆวายๆ ตอนตีสองกว่า ฉันเองก็เหนื่อย อยากพักผ่อน อีกทั้งเกรงใจพ่อกับแม่เค้า เพราะเค้าชอบส่งเสียงดัง บอกให้เค้าเบาๆ เสียงก็ไม่ยอม เหมือนว่าเค้าจะชินกับการใช้เสียงดังในร้านเกมส์เพราะในร้านจอแจหนวกหูต้องพูดดังๆ กัน

วันนั้นฉันโมโหมาก มันเหมือนสุดจะกลั้น เพราะบอกอะไรไปนอกจากเค้าจะไม่ปรับปรุงเขายังบ่นสวน บ่นเรื่องห้องอย่างงั้นอย่างงี้และสั่งให้ฉันคอยซักผ้าถูพื้นให้เพราะเขาจะถูเอง ฉันหมั่นไส้และหงุดหงิดมากจึงสาดน้ำใส่ เขาก็สาดคืน แถมยังเอาน้ำสกหรกจากไม้ถูพื้นสะบัดใส่จนกระเด็นมาเข้าปากฉัน ฉันจึงเอาไม้ถูกพื้นที่ซักอยู่ดันใส่เขาให้ออกไปไกลๆ ไม่ต้องมาบ่นกรอกหูและตีไปสองครั้ง ซึ่งต้องบอกเลยว่ายั้งมือ ทำด้วยความรำคาญสุดจะทน ฉันไม่ชอบให้ใครมาบ่นแบบนี้ เขาจึงเอาถังน้ำซึ่งมันไม่ได้สะอาดเลยยกขึ้นมาราดฉันทั้งตัว

ฉันโกรธมาก ก็เลยเดินไปหยิบเอาทิชชู่ที่เช็ดอึของน้องหมาตัวเล็กมาป้ายที่ตัวเขา เชื่อไหม ว่าเขาตบ และทุบฉัน กระหน่ำทุบเอาทุบเอานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งถ้าไปถามเค้าเค้าก็คงจะบอกว่าผิดที่ฉันเพราะฉันยั่วโมโหเขาก่อนเหมือนอย่างทุกทีที่เกิดเรื่องทำร้ายกันแล้วเค้าไม่เคยขอโทษแต่จะง้อโดนการจบลงที่เตียงซึ่งฉันไปคิดเข้าข้างตัวเองว่าเค้าง้อในแบบของเขา และเค้ายังรัก เค้าพยายามเหนี่ยวรั้งไว้

แต่ตอนนั้นฉันฉุนขาดมากก็เลยเก็บกระเป๋าและหอบเอาลูกหมาเจ้าของอึที่ฉันป้ายใส่เขา เก็บข้าวของของตัวเองออกจากบ้านเขามาเพราะฉันได้ยินแม่เขาพูดกับเขาข้างนอกว่า “ให้เค้า(หมายถึงฉัน)เอาหมาไปด้วยกันเลย” และได้ยินแฟนตัวเองพูดใส่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องว่า “ปล่อยมัน ให้มันไป”

ฉันก็เลยหมดใจจะทำตัวหน้าด้านนั่งรอให้เขาและฉันอารมณ์เย็นลง บอกตามตรงฉันรู้สึกว่ามันหน้าด้านไร้ยางอายมากที่ต้องทำแบบนั้น และมันทำให้ฉันรู้สึกไร้ค่าเพราะทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ไม่ว่าจะหนักเบาเขาจะคิดว่าฉันผิดตลอด อย่างน้อยฉันก็รู้สึกแบบนั้นเำพราะเขาไม่เคยเอ่ยคำขอโทษเลย คงจะมีแต่ฉันที่กลับมานั่งคิดทบทวนการกระทำของตัวเองและเอ่ยคำขอโทษ แต่เขาไม่เคย ทั้งๆ ที่เขาทุบตีฉันกะเอาให้ตาย ดูหน้าก็รู้แล้ว แต่ฉัน ตัวฉันเองรู้ตัวดีว่าฉันยั้งมือแค่ไหน ฉันทุบอกเขาไปหนึ่งที เขาต่อยเขาทุบฉันสี่ห้าครั้งด้วยแรงผู้ชายสูง 188 น้ำหนัก 146

ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนหนึ่งถึงได้คิดได้เห็นแก่ตัวถึงขนาดนี้ เขาคิดให้ตัวเองถูกทุกอย่าง มีแต่ฉันที่ผิด เขาทุบตีฉันฉันก็ผิด ฉันต้องขอโทษด้วยเหตุผลของเขาที่ว่า “ฉันยั่วโมโห และหาเรื่องก่อน” ไม่ยอมมองในมุมกลับกันบ้างว่าใครที่หาเรื่อง ที่บ่นที่เสียงดังใส่ก่อน เหมือนเขาไม่รู้ตัว

ฉันผิดฉันเลวที่ทนไม่พอ แต่ฉันก็รู้สึกว่าเขาไม่แฟร์เหมือนกัน

ตอนนี้ฉันนั่งพิมพ์ข้อความส่งมาถึงคุณด้วยมือที่ปวดระบม คอที่เคล็ด แขนที่ฟกช้ำ และหัวไหล่ข้างขวาที่ปวดจนแทบจะยกไม่ไหว

เขียนมาเพื่อจะปรึกษา ว่าฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี

ตอนนี้ฉันมั่นใจว่ายังรักเขาอยู่ หลับตาก็ยังนึกถึงภาพเวลาที่เขาดีๆ ปกติๆ เพราะเวลาปกติเค้าจะดีกับฉันมาก ใส่ใจดูแล ดูเป็นแฟมิลี่แมนรักพ่อแม่ตัวเองรักครอบครัว

ฉันรักเขา และไม่เคยคิดถึงอนาคตที่ไม่มีเขาเลย อาจเพราะเขาเป็นรักแรกที่ฉันรักฝังใจมาเจ็ดแปดปีกว่าที่จะได้มาคบและอยู่ด้วยกัน

ฉันรักเขา และรักตลอดเวลา รักทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้ชายจู้จี้ โมโหร้าย เลือกกิน

ลึกๆ ฉันหวังว่าเราจะปรับความเข้าใจกันได้ ฉันหวังว่าเขาจะรับรู้บ้างว่าฉันรู้สึกกดดันยังไง เครียดยังไง กับการที่งานไม่ค่อยเดิน เวลาพักผ่อนไม่พอ อยากให้พ่อแม่เขาเห็นว่าเราดี และไม่อยากปิดบังโกหกพ่อแม่ตัวเองเพื่ออยู่กับเขา และสุดท้ายฉันหวังว่าเขาอาจจะมารับฉันหรือโทรหาสักครั้ง ถึงจะรู้ดีว่ามันคงจะไม่มีทาง เขาคงจะเลือกให้ทันจบด้วยเหตุผลสวยหรูของเขาอีกตามเคย

หวังว่าเขาจะเห็นใจฉันที่ต้องคอยตามใจปากคนอื่นไม่ได้ตามใจปากตัวเอง มันน่าตลกไหมที่ทำกับข้าวทุกวัน แต่ไม่เคยเป้นสิ่งที่ตัวเองอยากกินเลย

ฉันควรจะทำยังไงดี ฉันควรรอต่อไปไหม เขาจะคิดได้ไหม จะรับรู้รึเปล่า

ฉันไม่อยากสูญเสียคำว่าเราไป ไม่อยากเลยจริงๆ

ฉันควรจะรอให้เรากลับมาเหมือนเดิมไหม เราจะเหมือนเดิมได้รึเปล่า หรือไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว


คำตอบ :

สวัสดีค่ะ

สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดในการใช้ชีวิตคู่ คือการใช้กำลังทำร้ายร่างกายกันค่ะ เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาได้ 1 ครั้ง ก็จะมีครั้งต่อๆ ไปค่ะ

“คุณรักเค้า จนยินยอมจะเป็นกระสอบทรายและอาจตายคาหมัดเค้าในวันใดวันหนึ่งข้างหน้าไหมล่ะคะ ?”

นี่ขนาดยังไม่แต่งงานกันนะคะ ถ้าแต่งงานกันไป ก็ไม่รู้จะเจออะไรมากกว่านี้

เลิกโทษตัวเองเถอะค่ะ ว่าตัวคุณเองที่ผิดเอง เลวเองที่ทนไม่พอ ในมุมมองของความรัก มาดามว่าไม่มีฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูกค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับความเห็นใจ ความเข้าอกเข้าใจกันของ 2 ฝ่ายมากกว่า

ถ้าต่างฝ่าย ต่างเอาแต่ตัวเองเป็นหลักเป็นที่ตั้ง …คอยหวังอยู่แต่ในใจเงียบๆ คนเดียวว่าอีกฝ่ายจะรู้ จะเข้าใจ แต่ไม่พูด ไม่บอก ไม่รับรู้ ไม่เห็นใจ ไม่เข้าใจกัน … “ชีวิตคู่” อยู่อย่างไรก็ไม่ยืดค่ะ

ใจของคุณที่ยังรักเขามาก มาดามเข้าใจคุณเป็นอย่างดีค่ะ แต่เขารักคุณพอๆ กับที่คุณรักเขาไหมล่ะคะ ? แล้วคุณรักตัวเองมากพอหรือเปล่า ? จำประโยคนี้ของคุณได้ไหมคะ ?

….. “ยิ่งกว่าเสียใจคือน้อยใจที่เขาไม่เห็นค่าของฉันเลย หรือเพราะฉันรักเขาจนหน้ามืดตามัวยอมไปอยู่กับเขาจนลืมคิดไปว่าทางบ้านเขาจะมองเรายังไง”

ถ้าคุณกลับไป คุณก็จะเจอปัญหาบทเดิมๆ ค่ะ ถ้ารักกันแต่อยู่ด้วยกันแล้วต้องทุกข์กาย ทุกข์ใจ สู้เก็บความรักและความรู้สึกดีๆ ส่งให้เขาทุกครั้งที่คิดถึงกัน แล้วรู้สึกดีๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ ?

ขอให้คุณรักตัวเองมากขึ้นในทุกๆ วันค่ะ

หายป่วยไวไวนะคะ

รักและห่วงใย

จากใจ
มาดามรักค่ะ