เรื่องเดียวที่อึดอัดใจ

Home / มาดามรัก / เรื่องเดียวที่อึดอัดใจ

สวัสดีค่ะมาดามรัก

ดิฉันอายุ 26 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับสามีอายุ 36ปี มา 4ปีแล้วค่ะ ช่วงสองสามปีแรกก็มีความสุขดีค่ะ จนถึงตอนนี้ก็คิดว่ามีความสุขดี เพราะเราไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง จะมีก็แค่งอนๆ กันไม่เกินหนึ่งวันก็คุยกันเหมือนเดิม   เนื่องจากเรามีนิสัยคล้ายๆ กัน คือ ถ้าเหมือนจะเริ่มทะเลาะกันจะมีคนๆนึงเงียบ หรือเงียบทั้งคู่ พออารมณ์สงบก็จะกลับมาคุยกัน เราจะชอบตามใจกันทั้งคู่ หยอกล้อกันบ้าง

แต่ที่เป็นปัญหาสำหรับดิฉันในตอนนี้ก็คือ สามีเค้ามีลูกกับภรรยาเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว เนื่องจากทั้งคู่คบกันเมื่อยังเป็นวัยรุ่น ลูกสาวเค้าในตอนนี้อายุ 15 ปีแล้วค่ะ อยู่กับแม่เค้า

เมื่อก่อนนี้ดิฉันกับสามีเราเช่าบ้านอยู่กันแค่สองคน เวลาลูกสาวเค้ามาก็จะให้ไปนอนบ้านย่า ดิฉันคิดว่าเค้าอาจกลัวเราเข้ากันไม่ได้กับลูกเค้า แต่เราก็เคยเจอกันมาบ้าง และเหตุการณ์ก็ปกติดี แต่เมื่อปีที่ผ่านมาเราซื้อบ้านแล้ว และเมื่อช่วงกลางปีที่แล้วย่าของสามีเสีย มีญาติมานอนเต็มบ้าน เค้าจึงให้ลูกสาวเค้ามานอนที่บ้านเรา ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ดิฉันยอมรับว่าไม่ได้ชอบเด็กคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเกลียด ก็คุยกันได้

เราเคยเจอกันหลายครั้งดิฉันก็รู้สึกเฉยๆ แต่ไม่รู้ทำไมพอมาใช้ชีวิตร่วมกันแค่อาทิตย์เดียวดิฉันรู้สึกอึดอัดมากๆ กินข้าวไม่ค่อยลง ปวดท้องบ่อยๆ เวลาเห็นหน้าเค้า แต่เค้าก็จะพยายามตีสนิทดิฉันตลอดเวลาจนรู้สึกได้

แต่ที่ดิฉันรู้สึกแย่มากๆก็คือ ตอนที่เค้ากลับไปแล้ว พบว่าเสื้อผ้าของดิฉันที่ให้เค้ายืมใส่ เค้าเอากลับไปด้วยซึ่งไม่ได้หวงแต่ก็มีบางตัวที่รัก แต่ก็ไม่ได้เล่าให้สามีฟังหรอกค่ะ เพราะดูท่าทางเค้ารักลูกเค้ามาก เพราะเคยมีหลายๆครั้งที่เค้าส่งเงินค่าเทอมไปให้ลูกเค้าแต่ผ่านไปได้ไม่กี่วันก็ขออีกบอกว่ายังไม่ได้จ่าย   เค้าก็ไม่ถามว่าที่ให้ไปแล้วหายไปไหน พี่สาวของแฟนเคยบอกว่าทำไมไม่ถามบ้างเผื่อเด็กโกหก เค้าก็จะปกป้องลูกสาวเค้าแล้วบอกว่า ลูกสาวเค้าไม่ใช่เด็กโกหกหรอก ซึ่งมันทำให้ดิฉันไม่อยากพูดคุยอะไรเกี่ยวกับลูกสาวเค้าอีกเลย

และมีอีกครั้งนึงที่ดิฉันไม่เข้าใจ มีคืนนึงลูกสาวเค้าโทรมาร้องไห้บอกว่ายายตี ให้พ่อไปรับซึ่งเค้าก็ไปรับ(ลูกสาวเค้าอยู่อีกจังหวัดนึงใกล้กัน) ซึ่งเค้าก็ไปรับตอนเที่ยงคืนกว่าๆเห็นจะได้ แล้วลูกสาวเค้าก็เล่าประมาณว่าอยู่ๆยายก็ด่าแล้วก็ตี เค้าบอกว่าขอเค้าอยู่ที่นี่ด้วยได้มั้ย ดิฉันก็ได้แต่คิดว่าขนาดแม่แท้ๆ เค้าก็อยู่บ้านด้วยกัน เค้ายังอยู่ไม่ได้ แล้วเค้าจะมาอยู่กับดิฉันได้ยังไง แล้วอยู่ดีๆ ยายจะด่าแล้วตีเค้าหรือถ้าเค้าไม่ทำอะไรผิด แต่สามีดิฉันเค้าก็ไม่ได้ถามอะไร เชื่อลูกเหมือนเดิม แต่หลังจากนั้นเค้าก็ส่งลูกเค้ากลับบ้าน

หลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ ลูกสาวเค้าก็โทรมาอีก บอกว่าปวดท้องจะให้ไปรับที่โรงเรียน แต่สามีดิฉันกำลังจะไปทำงานจึงไปไม่ได้ เค้าเลยโทรไปหาแม่เด็กซึ่งก็อยู่บ้าน เค้าเลยบอกให้ไปรับลูก ดิฉันรู้สึกว่าตั้งแต่เค้ามานอนบ้านดิฉันครั้งก่อนเค้าก็พยายามโทรให้สามีดิฉันไปรับเค้ามาตลอด ดิฉันจึงกลัวว่าถ้าเค้าจะมาอยู่กับดิฉันนานๆ ควรจะทำยังไงดีไม่ให้รู้สึกอึดอัด มันทำให้ดิฉันรู้สึกไม่มีความสุขเลย

แล้วก็อีกเรื่องค่ะเวลาเค้าอยู่กับดิฉันแค่สองคน เค้าพูดไม่ค่อยเพราะเลยค่ะ ต่างจากเวลาพ่อเค้าอยู่ด้วย มันเลยทำให้ดิฉันรู้สึกแย่ แต่ดิฉันก็ไม่กล้าบอกสามีกลัวเค้าลำบากใจ และอีกอย่างเค้าก็คงไม่อยากให้ดิฉันรู้สึกไม่ดีกับลูกเค้า แต่ถ้าต้องได้อยู่ด้วยกันจริงๆ ดิฉันกลัวว่าจะอึดอัดจนต้องมีปัญหากับสามีจังเลยค่ะ ดิฉันควรทำยังไงดีคะ รบกวนตอบด้วยนะคะ (ขอโทษด้วยนะคะอาจยาวไปหน่อย) ยังไงขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ


คำตอบ :

สวัสดีค่ะ

ลูกสาวเขาก็เหมือนลูกสาวคุณล่ะค่ะ  เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก คุณสามารถเป็นพี่ เป็นเพื่อน ที่คอยแนะแนวสิ่งดีๆ ที่ถูกที่ควรให้เด็กซึมซับไปได้ แต่เด็กจะซึมซับ รับไปมากน้อยแค่ไหน มันก็เป็นสิทธิของเขา  มาดามรักไม่ได้บอกให้คุณตี หรือ พร่ำว่า พร่ำบ่นเด็ก ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดไปเข้มงวดกวดขันเด็ก เพราะจะทำให้มีปัญหากับพ่อเด็กเปล่าๆ ค่ะ

แต่คุณเป็นผู้ใหญ่กว่า สิ่งใดที่เด็กทำแล้วไม่น่ารัก ก็แนะนำกิริยามารยาทที่น่ารัก ที่ควรทำ ให้แก่เด็กได้  นึกเสียว่ามีน้องสาวกับเค้าอีกสักคนแล้วกันค่ะ  หากมองเป็นลูกเป็นหลาน เราก็ไม่อยากให้ลูกหลานวางตัวไม่ดี ไม่น่ารักจริงมั๊ยคะ ?

ใช้ความเอ็นดูเยอะๆ  ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ค่ะ ในการดำเนินชีวิตไปด้วยกัน เริ่มต้นด้วย

-เมตตา (ความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นมีความสุข) คุณต้องเริ่มด้วย เมตตา อยากเห็นเด็กและพ่อเด็กมีความสุข  พบแต่ความเจริญในชีวิตคุณจึงจะยินดีเปิดใจรับลูกสาวเค้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน

– กรุณา (ความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์)  เมื่อลูกสาวเค้าทำตัวไม่น่ารัก  ก็ค่อยๆ แนะ ค่อยๆ สอนอย่างใจเย็น

–  มุทิตา (ความยินดีที่ผู้อื่นมีความสุขในทางที่เป็นกุศล) ยินดีที่พ่อลูกเค้ารักกัน การที่ลูกเค้าพยายามเข้าหาคุณ พยายามจะมาอยู่บ้านนี้ เพราะบ้านนี้ร่มเย็น เป็นอีกที่พึ่งสำหรับเด็กได้

– อุเบกขา(การวางจิตเป็นกลาง การมีเมตตา กรุณา มุทิตา เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าตนไม่สามารถช่วยเหลือผู้นั้นได้ จิตตนจะเป็นทุกข์ ดังนั้น ตนจึงควรวางอุเบกขาทำวางใจให้เป็นกลาง และพิจารณาว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมที่ได้เคยกระทำไว้ จะดีหรือชั่วก็ตาม กรรมนั้นย่อมส่งผลอย่างยุติธรรมตามที่เขาผู้นั้นได้เคยกระทำไว้อย่างแน่นอน)  หากสอนแล้ว แนะแนว แนะนำแล้ว เด็กไม่เชื่อ ไม่ฟัง ลองสอนมาครบวิธี เด็กยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องปล่อยวางค่ะ  ไม่มีอะไรจะได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่าง ให้ถือว่าทำมาทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้ว

มาดามรักรู้ว่าที่แนะนำมามันทำได้ยาก  แต่ถ้าทำได้ ก็เป็นผลดีต่อหลายๆ คนในชีวิตคุณ รวมทั้งตัวคุณเองด้วย  ลองดูก่อนค่ะ  อย่าเพิ่งท้อ มาดามรักจะเอาใจช่วยนะคะ

บุญรักษา

จากใจ  มาดามรัก

มาดามรัก

 

 

 

 

 

มาดามรัก