รับมืออย่างไรเมื่อ ลูกชาย กลายเป็น ผู้ชายนะยะ!

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / รับมืออย่างไรเมื่อ ลูกชาย กลายเป็น ผู้ชายนะยะ!

” ลูกชาย เราไม่ใช่ตุ๊ด เขาเป็นเด็กสุภาพเรียบร้อยต่างหาก”

ว่าแต่…ถ้าใช่ละ เราจะทำไงดี! ลูกเป็นตุ๊ด…ได้ไง! 

    ถึงแม้ในวันนี้สังคมจะอ้าแขนรับความเป็นเพศที่แตกต่าง และมีการพูดถึงความเท่าเทียมด้านเพศกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อคติเรื่องเพศจะหมดไปจากสังคมไทย เพราะมีบางกลุ่มที่นอกจากจะไม่ยอมรับแล้ว ยังปิดกั้น รังเกียจ และเหยียดเพศกันอยู่ไม่น้อย แต่ การเผชิญกับอคติของคนในสังคม คงไม่เจ็บเท่ากับอคติทางเพศของคนเป็นพ่อแม่ที่เสมือนเป็นหนามแหลมทิ่มแทงหัวใจลูก

รับมืออย่างไรเมื่อ ลูกชาย กลายเป็น ผู้ชายนะยะ!

พ่อแม่ชาวอังกฤษเลี้ยงลูกแบบไม่ปิดกั้นหากลูกชายอยากใส่กระโปรงเล่นตุ๊กตาก็ตามใจ เพราะคิดว่าลูกเกิดมาจะได้เข้มแข็งแต่อ่อนโยน

    ดังนั้น หาก ลูกชาย กลายเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ แต่ครอบครัวมองข้ามความรู้สึก และทำร้ายซ้ำเติม ลูกชาย ด้วยคำพูด และการกระทำต่าง ๆ นานา แน่นอนว่า หลายคนเลือกที่เดินออกมา ในขณะที่บางคนอาจกลายเป็นคนก้าวร้าว และร้ายกาจไปเลย เนื่องจากอดกลั้นจนอั้นไว้ไม่อยู่ ทางที่ดี คุณพ่อ คุณแม่ ควรทำใจยอมรับสิ่งที่ ลูกชาย เป็น มองให้ลึกนึกให้ดี เพราะถึงยังไงเขาก็เป็น ลูกชาย ของเรา แต่ถ้ายังคิดว่าช่างทำใจลำบากเสียจริง ก็ขอให้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเอาไว้  และสิ่งที่เราอยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ควรจะปฏิบัติต่อลูกชาวสีรุ้ง ก็คือ…

– เลิกแสดงท่าทีเย็นชา แล้วหันมาให้ความรัก และเอาใจใส่ลูกบ้าง อย่างน้อย ๆ ควรมีการพูดคุย ถามไถ่ และแสดงความเป็นห่วงเป็นใยบ้าง ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หรือเรื่องงาน นั่นจะทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อกับแม่เห็นความสำคัญในตัวเขา ทำให้มีกำลังใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไป อย่างเช่น พูดคุยกับเขา ถามเขาในสิ่งที่เขาไปเจอในชีวิตประจำวัน เป็นอย่างไร เรียนเหนื่อยไหม ทำงานเหนื่อยไหม

– เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่เกินขอบเขต เช่น สังเกตเห็นแก้ม หรือปากของลูกชายเริ่มออกสี ไม่ควรใช้คำพูดทำร้ายจิตใจลูกในทันที เช่น “อย่าบอกใครเขานะว่าแกเป็นลูกฉัน” หรือ “อายเขาเหลือเกินที่มีลูกเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว” แต่ควรบอกกล่าวด้วยท่าทีเป็นมิตร หรือถ้าเรื่องไหนมองข้ามได้ก็ควรข้ามไปบ้าง ส่วนวันไหนถ้าลูกเริ่มเยอะ ลองสะกิดบอกคุณแม่ให้ช่วยเตือนลูกก็ได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วแม่จะอ่อนโยนมากกว่าพ่อ ทำให้ง่ายต่อการพูดคุย

– การเลือกคู่ชีวิต เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ หากไปบังคับ และดึงดันให้ลูกแต่งงานกับคนที่ลูกไม่ได้เลือก หรือไม่ได้รัก ถึงแม้จะไปด้วยกันได้ แต่ก็สร้างความทรมานใจให้แก่ลูกไม่น้อย โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่คงเจ็บกว่าหลายเท่า หากจับได้ภายหลังว่า สามีเป็นเกย์

ลูกชาย เบี่ยงเบน

   พ่อแม่ไม่ควรตัดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัวทิ้งนะคะ ให้คิดเสียว่า ยังไงเสียเราก็ยังดูแลกันได้ สอนให้เขาเป็นคนดีได้เหมือนเดิม ควรเชื่อว่าแม้เขาจะเป็นอย่างนี้ เขาก็สามารถทำตัวเป็นประโยชน์ ในสังคมได้ไม่แพ้คนอื่นๆ ทัศนคติและความสัมพันธ์ที่ดีอย่างนี้ เป็นทั้งน้ำเลี้ยงและยาวิเศษที่จะช่วยให้ลูกมีความสุข ไว้ใจ เพราะเขารู้สึกได้ว่า อย่างน้อยก็ยังมีพ่อแม่และครอบครัวที่เข้าใจยอมรับ

ประเด็นเรื่องเพศที่สาม เป็นประเด็นอ่อนไหวที่หลาย ๆ บ้านรู้สึกหนักใจ แต่การค่อย ๆ เรียนรู้ และปรับความเข้าใจ คือสิ่งที่จะช่วยลดความเจ็บปวดลงไปได้มาก ถึงแม้จะรับไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็ทำให้ชีวิตของลูกพอจะมีความสุขขึ้น

 

เรียบเรียงโดย.. Women Mthai Team

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก…twitter.com/Joke_Jaith, play channel facebook

facebook